แรกมี “รถยนต์” และ “รถยนต์พระที่นั่ง” ในสยามประเทศ
แรกมี รถยนต์และรถยนต์พระที่นั่ง ในสยามประเทศ
“รถยนต์”คันแรกที่เข้ามาในสยาม ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าเป็นรถยี่ห้อใด ในหนังสือ “สาส์นสมเด็จ” อันเป็นลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บันทึกไว้ว่า จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี(เจิม แสง-ชูโต) เป็นผู้นำเข้ามาเป็นคนแรก โดยมีลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ดังนี้
“รถคันแรกในสยาม รูปร่างคล้ายรถบดถนน ล้อยางตัน หลังคาเป็นปะรำ มีที่นั่งสองแถว ใช้น้ำมันปิโตรเลียมไฟหน้าลักษณะคล้ายเตาฟู่”
นอกจากนี้ ในลายพระหัตถ์ยังกล่าวอีกว่า รถคันนี้มีกำลังวิ่งได้แค่พื้นราบ แต่สะพานข้ามคลองในสมัยนั้นสูงมากขึ้นไม่ไหว เลยมอบให้น้องชาย คือ พระยาอานุทูตวาที (เข็ม แสง-ชูโต) คนไทยกลุ่มแรกที่ไปทำงานในอังกฤษ ท่านจึงรู้เรื่องเครื่องยนต์กลไกดี เลยเป็นคนกลุ่มแรกที่ขับรถในสยามด้วย
ส่วน “รถยนต์พระที่นั่ง”มีบันทึกในสยามครั้งแรก รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็น รถเมอร์เซเดส เบนซ์(Mercedes Benz) ปรากฎหลักฐานการสั่งซื้อเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2447 ผ่านสถานเอกอัครราชทูตสยามประจำกรุงปารีส โดยทำการสั่งซื้อจากออโตโมบิลยูเนียน (Automobile Union)
รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดปรานรถยนต์พระที่นั่งคันนี้มาก เพราะช่วยอำนวยความสะดวกในการเสด็จพระราชดำเนินไปเยือนตามที่ต่าง ๆ ได้รวดเร็วกว่าการนั่งรถม้าพระที่นั่งมาก และเมื่อทรงว่างเว้นจากพระราชกรณียกิจ พระองค์มักใช้รถพระที่นั่งคันนี้เสมอ
ผู้รับหน้าที่สารถีในการขับรถยนต์พระที่นั่งคันนี้ คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ นั่นเอง
ต่อมาเมื่อรถยนต์เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์ รัชกาลที่ 5 จึงมีรับสั่งให้นำเข้ารถยนต์พระที่นั่งมาอีกคันหนึ่ง ในครั้งนี้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เป็นผู้แทนพระองค์ในการสั่งซื้อรถคันใหม่ และทรงเลือกรถเมอร์เซเดส เบนซ์ เหมือนเดิม โดยสั่งนำเข้าจากเยอรมันโดยตรง สามารถวิ่งได้เร็วถึง 73 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในสมัยนั้นถือได้ว่าเป็นรถยนต์ที่เร็วมาก
แต่ขณะเทน้ำมันจากปี๊บเติมรถนั้น ได้เกิดไฟไหมเสียหายไปแถบหนึ่ง หลังจากซ่อมแล้ว จึงเข้าประจำการเป็นรถยนต์พระที่นั่งคันที่ 2 พระราชทานนามว่า “แก้วจักรพรรดิ์”มีความหมายเปรียบประดุจหนึ่งในแก้วเจ็ดประการ อันเป็นของคู่พระบารมีแห่งองค์พระมหากษัตริย์
พ.ศ. 2451 ในวาระเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 56 พรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งให้นำรถยนต์จากประเทศฝรั่งเศสเข้ามายังสยามประเทศอีกครั้งเป็นจำนวน 10 คัน แต่ไม่ได้มีการพระราชทานนามรถเหล่านี้ เพื่อพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ตลอดจนข้าราชการชั้นสูงเพื่อใช้ในราชการแผ่นดิน
นอกจากนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สั่งซื้อรถยนต์เข้ามาอีกหลายสิบคันพร้อมทั้งพระราชทานนามให้สอดคล้องกันเป็นที่ไพเราะจับใจ เช่น มณีรัตนา ทัดมารุต ไอยราพต กังหัน ราชอนุยันต์ สละสลวย กระสวยทอง ลำพองทัพ พรายพยนต์ กลกำบัง และสุวรรณมุขี เป็นต้น
เมื่อรถยนต์ได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีการสร้างถนนใหม่เพื่อรองรับการเดินทางที่เพื่อมากขึ้น และได้เกิดพระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับแรกขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2452 กำหนดให้เจ้าของรถต้องจดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย โดยเสียค่าธรรมเนียมคันละ 10 บาท เพื่อป้องกันการเกิดคดีเกี่ยวกับรถขึ้น
รถยนต์พระที่นั่งที่เข้ามาในช่วงแรกเกิดความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพาร อย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า ภายหลังยุติการใช้งานรถยนต์พระที่นั่งและรถยนต์กลุ่มแรกนี้ถูกเก็บรักษาหรือนำไปไว้ที่ใด
อ่านเพิ่มเติม :
- “จี๊ป-รถยนต์อเนกประสงค์” ที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
- ที่มาของ “สี” รถยนต์พระที่นั่ง และเลขทะเบียน “ร.ย.ล.” มาจากไหน?
- กว่าจะมี “รถบรรทุก” ปรากฏในไทยครั้งแรก ย้อนอดีตยุคก่อนรถยนต์วิ่งว่อน ต้องผ่านอะไรมาบ้าง
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
หอจดหมายเหตุ อัครสังฆมงคลกรุงเทพ. รถยนต์คันแรกของสยาม.(ออนไลน์)
มติชนสุดสัปดาห์. รถคันแรกของสยาม จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) เป็นผู้นำเข้าเป็นคนแรก.(ออนไลน์)
บุศยารัตน์ คู่เทียม. กระบวนรถโมเตอร์คาร์ (สมัยรัชกาลที่ 5). (ออนไลน์)
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แรกมี “รถยนต์” และ “รถยนต์พระที่นั่ง” ในสยามประเทศ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com