ฟอกเขียวธุรกิจหรือไม่? ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
The Bangkok Insight
อัพเดต 02 ธ.ค. 2567 เวลา 01.32 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2567 เวลา 01.32 น. • The Bangkok Insightฟอกเขียวธุรกิจ กลับมาเป็นประเด็นที่สังคมเริ่มตั้งคำถามว่า นโยบาย Go Green แท้จริงแล้วเป็นเพียงวาทกรรมสวยหรู?
ปัจจุบันกระแสการฟอกเขียวทางธุรกิจกลับมาเป็นประเด็นที่สังคมเริ่มตั้งคำถามว่า นโยบาย Go Green ต่าง ๆ เช่น การนำพลาสติกไปรีไซเคิลแท้จริงแล้วเป็นเพียงวาทกรรมสวยหรู เพื่อให้ธุรกิจของตนเองถูกมองในแง่ดี เป็นธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่แท้จริงแล้วกระบวนการรีไซเคิลเหล่านั้นกลับทำไม่ได้จริง เนื่องจากต้นทุนในการรีไซเคิลพลาสติกนั้นมีต้นทุนสูงกว่าการผลิตใหม่ และคุณภาพจากการรีไซเคิลก็ไม่คุ้มทุนอีกด้วย
อย่างไรก็ตามครับประเด็นดังกล่าวยังเป็นการถกเถียงกันอยู่ว่าแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร การรีไซเคิลดีจริงหรือไม่ แต่ถึงยังไงโลกเราก็ยังคงต้องเดินหน้าในการผลิตและการใช้พลาสติกเพื่อตอบสนองการบริโภคของประชากรโลก ที่นับวันก็แสวงหาความสะดวกสบาย และแน่นอนการความสะดวกสบายล้วนแลกมาด้วยกระบวนการที่รบกวนธรรมชาติไม่มากก็น้อย และถึงแม้ว่าการรีไซเคิลของใช้แล้วอาจจะยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่เราก็ต้องหาวิธีที่จะช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดครับ
ตัวผมเองซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตเช่นกัน ซึ่งก็คือ บมจ.โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) หรือ JSP ถึงแม้ว่าเราจะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่มีกระบวนการผลิตที่เผาผลาญพลังงานและทรัพยากรไปทุกวัน แต่เราก็พยายามที่จะเป็นภาคการผลิตที่ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์มากที่สุดครับ โดยอันดับแรกเลย โรงงานของเราปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการ ESG โดยดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับชีวิตผู้คน สังคม สิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้บริโภคอย่างยั่งยืน ผมเชื่อว่าจุดนี้เป็นหลักง่ายๆที่จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ มีหมุดหมายในการเดินไปข้างหน้าได้ในขั้นต้น
ส่วนในรายละเอียดนั้น แต่ละองค์กรต้องไปทำการบ้านเพื่อลงรายละเอียดที่เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองครับ ขอยกตัวอย่างของโรงงานของผมเองนะครับ เราผลิตยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลากหลาย จะเกิดวัสดุเหลือใช้จากการผลิตเป็นจำนวนมาก ปีละหลายสิบตัว เช่น ซอฟต์เจลาติน ที่ นำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์แบบใหม่แทนการใช้แคปซูล ผลิตภัณฑ์เพียงตัวเดียวนี้หากเราให้ความสำคัญในทุกขั้นตอนก็จะทำให้ลดการสูญเสียอย่างมหาศาลครับ บริษัทได้นำซอฟต์เจลาติน มาวิจัยร่วมกับ บมจ. ซีดีไอพี (ประเทศไทย) โดยพัฒนาเป็นจุลินทรีย์ชีวภัณฑ์ใช้สำหรับการดูแลพืช และช่วยกำจัดขยะกำจัดน้ำเสีย จนนำมาซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ น้ำยาEM ในนาม ID.KASET อีกทั้งเราได้เปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ในการเก็บรักษา จากเดิมเราเก็บผลิตภัณฑ์ที่เป็นซอฟต์เจล ไว้ในลัง กระดาษลูกฟูก โดยนำถุงที่บรรจุเม็ดใส่ลงลัง และปิดลังด้วยเทปกาว ปัจจุบันเราเปลี่ยนภาชนะสำหรับใส่เม็ดซอฟเจล ที่รอบรรจุ เป็นการใส่ถังพลาสติก โดยใช้ถัง Liquid Glucose ซึ่งสามารถทำการล้าง Reuse ใช้ซ้ำโดยไม่มีต้นทุนการดำเนินการ จะเห็นว่าเพียงแค่เราเปลี่ยนแปลงการคิดและการปฏิบัติเพียงนิดเดียวแต่ทำให้เกิดผลดีตามมาหลายข้อดังนี้ครับ
ประโยชน์ที่ได้รับจากการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ในการเก็บรักษา
- สามารถนำกลับมาใช้งานได้ซ้ำจำนวนหลายครั้ง เนื่องจากวัสดุมีความคงทนมากกว่าลังลูกฟูก
- ลดปัญหาเรื่อง พบเม็ดซอฟต์เจลาติน กดทับ จนเป็นเม็ดเสีย เช่น เม็ดเสียผิดรูปร่าง บิดเบี้ยว เนื่องจากการนำลังลูกฟูกมาใช้งานซ้ำจนเสียรูป ที่เกิดจากการใช้งานซ้ำ และเกิดจากการกดทับระหว่างลังลูกฟูกด้วยกัน
- ส่วนงาน Pack Primary ทำงานสะดวก สามารถนำพาเลทที่จัดวางถังพลาสติก เข้าห้อง Pack ได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาในการนำถุงเก็บเม็ดซอฟเจลออกจากลังลูกฟูก
- ลดเรื่องเศษฝุ่นจากลังลูกฟูกภายในไลน์ผลิต
- ลดปริมาณการใช้งานเทปกาวใส
- ลดความเสี่ยงจากสัตว์พาหะ เช่น แมลงสาบเฟอร์นิเจอร์ ที่อาศัยมากับกล่องกระดาษที่ใช้หมุนเวียน
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการผลิตลังลูกฟูก 1 kg. ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 0.8260 kg และะการผลิตเทปกาวใส 1 kg. ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3.1900 kg เท่ากับ 1 ปี เราสามารถลดการปล่อยก๊าซประมาณ 22,134.19 kg.
แม้ว่าเราไม่สามารถปิดสวิตช์การใช้ทรัพยากรได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะใช้ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุดได้ครับ ที่สำคัญคือการให้ความรู้ความเข้าใจกับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ จัดอมรม ESG รวมทั้งกระตุ้นให้พนักงานตระหนัก และใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยลดการใช้วัสดุที่สิ้นเปลือง ลดการทิ้งขยะ ก็จะทำให้ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน และช่วยกันเดินไปถึงจุดหมายได้เร็วขึ้นครับ และที่สำคัญครับแต่ละกระบวนการที่ลงมือทำจะเป็นการทำเพื่อฟอกเขียวธุรกิจหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญครับ สำคัญคือเป้าหมายว่าทำแล้วเกิดการช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมได้จริงหรือไม่
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สมุนไพร ‘จันทลีลา’ คุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการ ‘ไข้ฝีดาษลิง’
- ขยาย ‘วีซ่าฟรี’ …ขยายโอกาสอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย
- Telemedicine นวัตกรรมที่จะมายกระดับความเท่าเทียมการเข้าถึงยา 24 ชั่วโมง
ติดตามเราได้ที่