โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดผลสำรวจนักวิเคราะห์ฯ เมื่อไทยโตต่ำ คาดดัชนี 1,556 จุด แนะปรับพอร์ตลงทุน “หุ้นนอก”

Thairath Money

อัพเดต 07 ม.ค. 2568 เวลา 03.55 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2568 เวลา 03.55 น.
ภาพไฮไลต์

สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยผลสำรวจความเห็น นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน คาดเป้าหมายดัชนี ณ วันสิ้นปี 2568 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,556 จุด โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนปี 2568 พร้อมแนะจัดพอร์ตโดยแบ่งเงินไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศในสัดส่วน 29.56% มากกว่าหุ้นไทยที่ 22.52% ของพอร์ต

คาดเป้าหมายดัชนีสิ้นปี 2568 ที่ 1,556 จุด

สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) แถลงผลการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนต่อมุมมองในด้านการลงทุนและคาดการณ์ทิศทางดัชนีราคาหุ้นไทย (SET Index) โดยครั้งนี้มีผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด 26 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์จำนวน 22 บริษัท บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจำนวน 2 บริษัท และบริษัทโกลด์ฟิวเจอร์ส 2 บริษัท ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

สมมติฐาน GDP ปี 2568 นั้นผู้ตอบทุกรายมองว่าเป็นบวก ผู้ตอบที่ให้ตัวเลขต่ำสุดคือ 2.4% ตัวเลขสูงสุดคือ 3.3% โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.93% ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน (ต.ค.67) ซึ่งเคยใช้สมมติฐานที่ 3.01%

นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน คาดเป้าหมายดัชนี ณ วันสิ้นปี 2568 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,556 จุด ทั้งนี้ คาดการณ์จุดต่ำสุดของดัชนีราคาหุ้นไทย (SET Index) ช่วงม.ค.-ธ.ค. 68 มีค่าเฉลี่ยจุดต่ำสุดที่ 1,322 จุด สำหรับจุดสูงสุดคาดเฉลี่ยที่ระดับ 1,581 จุด

เมื่อมองยาวไปจนถึงสิ้นปี 2568 ปัจจัยที่มีผลบวกต่อดัชนีราคาหุ้นไทยในปี 2568 ได้แก่ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศ ผู้ตอบแบบสำรวจ 76.92% เทคะแนนให้อย่างชัดเจน ว่าเป็นผลบวก รองลงมาผู้ตอบ 73.08% โหวตให้ผลประกอบการ บจ. ปี 2568 ตามมาด้วยเศรษฐกิจภายในประเทศ มีผู้ตอบ 69.23% และทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอเมริกา มีผู้ตอบ 57.69% ตามลำดับ

ส่วนปัจจัยที่จะส่งผลในด้านลบต่อตลาดทุนไทย ในขณะนี้จนถึงสิ้นปี 2568 ได้แก่ ปัจจัยด้าน Fund Flows จากต่างประเทศออกจากตลาดหุ้นไทย 74.07% ของผู้ตอบทั้งหมด เทคะแนนให้อย่างชัดเจนว่าเป็นผลลบ รองลงมาปัจจัยด้านการเมืองในประเทศ มีผู้ตอบ 69.23% ตามมาด้วยปัจจัยด้านการเมืองในต่างประเทศ มีผู้ตอบ 61.54% และการลดหรือยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของประเทศสำคัญทั่วโลก มีผู้โหวต 55.56% ตามลำดับ

แนะภาครัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน - ช่วยเหลือภาคธุรกิจ

สมาคมนักวิเคราะห์ฯ ได้สอบถามความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนเกี่ยวกับข้อเสนอแนะว่า รัฐบาลควรมีนโยบายเรื่องใดที่มีผลบวกต่อภาวะเศรษฐกิจ คุ้มค่ากับผลกระทบทางงบประมาณ

ส่วนใหญ่เสนอให้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แยกเป็น 50% ของผู้ตอบเสนอให้เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการลงทุนภาครัฐที่หนุนศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ สนับสนุนอุตสาหกรรม New S-Curve ให้เกิดขึ้นในไทย

ถัดมาจำนวน 38.46% ของผู้ตอบ เสนอด้านการช่วยเหลือภาคธุรกิจ ได้แก่ นโยบายกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ ส่งเสริม FDI ในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ สนับสนุนการวิจัยและผลิตสินค้าเทคโนโลยี การท่องเที่ยว Entertainment complex รวมถึงลดภาษีนิติบุคคลและเสนอนโยบายช่วยเหลือภาคประชาชน ได้แก่ ลดภาษีบุคคลธรรมดา สนับสนุนมาตรการแก้ปัญหาหนี้ และให้ความสำคัญด้านการศึกษา

กระจายพอร์ตลงทุน แนะหุ้นต่างประเทศมากกว่าหุ้นไทย

ความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนเกี่ยวกับการจัดพอร์ตการลงทุน แนะนำให้มีเงินสด/เงินฝากระยะสั้น 10.72% ของพอร์ต และมีกองทุนตราสารหนี้ 22%

ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงนั้น แนะนำให้แบ่งเงินลงทุนไว้ในหุ้นต่างประเทศหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 29.56% รองลงมาลงทุนในหุ้นไทยหรือกองทุนหุ้นไทย 22.52%

ตามมาด้วยการแบ่งเงินลงทุนไว้ในทองคำ/กองทุนทองคำ 8.10% กองทุนอสังหา REIT 6.90% และสินทรัพย์อื่นๆ เช่น Bitcoin 0.20%

โดยความเห็นต่อการลงทุนหุ้นต่างประเทศหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ แนะนำกองทุนหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะ AI-Technology และ Selective Asia เช่น จีน เกาหลี และเวียดนาม

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดผลสำรวจนักวิเคราะห์ฯ เมื่อไทยโตต่ำ คาดดัชนี 1,556 จุด แนะปรับพอร์ตลงทุน “หุ้นนอก”

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...