โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความเชื่อใจ ทำให้เดนมาร์กเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่คนมีคุณภาพดีสุดๆ

the Opener

เผยแพร่ 24 ม.ค. 2568 เวลา 06.27 น. • The Opener

ท่ามกลางทรัพยากรธรรมชาติที่จำกัด "เดนมาร์ก” กลับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าและมีคุณภาพชีวิตที่สูงอันดับต้นของโลก ปัจจัยพื้นฐานสำคัญประการหนึ่ง คือ “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” ระหว่างกันของคนในสังคมหรือแม้แต่กับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก ความเชื่อใจนี้เอง เป็นทรัพยากรล้ำค่าที่มองไม่เห็นซึ่งขับเคลื่อนสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของเดนมาร์กให้ปรากฏอย่างที่เป็นเช่นทุกวันนี้

ความสามารถในการเชื่อใจคนแปลกหน้า ของคนเดนมาร์กนั้น มีพื้นฐานมาจากความเชื่อใจซึ่งกันและกันในสังคม คนเดนมาร์กมีสมมติฐานว่า คนส่วนใหญ่ซื่อสัตย์และเชื่อถือได้ ความเชื่อใจของชาวเดนมาร์กยังขยายไปสู่ความเชื่อใจต่อสถาบันต่างๆ ทั้งความเชื่อใจในรัฐบาล ตำรวจ กระบวนการยุติธรรม และระบบบริการสุขภาพ โดยคาดหวังว่า คนที่อยู่ในอำนาจจะทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อผลประโยชน์โดยรวมของสังคม

ผลสำรวจของ World Values Survey และ European Values Study พบว่า ชาวเดนมาร์กมีระดับ “ความเชื่อใจคนแปลกหน้า” สูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับอีก 86 ชาติ ระดับของความเชื่อใจที่สูงนี้เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดกับการเป็นรัฐสวัสดิการ และการที่สถาบันต่างๆ ปราศจากคอรัปชัน ส่งผลให้เศรษฐกิจของเดนมาร์กมีความเข้มแข็ง

การเป็นสังคมที่มีระดับความเชื่อใจสูงของเดนมาร์ก ยังมีส่วนสำคัญต่อการทำธุรกิจ และเป็นปัจจัยที่ดึงดูดบริษัทต่างชาติให้ต้องการที่จะเข้ามาทำธุรกิจอีกด้วย

ศาสตราจารย์ Gert Tinggaard Svendsen จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย Aarhus กล่าวว่า 1 ใน 4 ของความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของเดนมาร์กมาจากความเชื่อใจ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักเศรษฐศาสตร์มักไม่มองว่า มีส่วนสำคัญต่อความสามารถด้านการผลิต รวมถึงช่วยเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ระบบการศึกษา และนวัตกรรม

นักวิจัยอื่นๆ อย่าง อิริค อุสลาเนอร์ และ เจอร์มาน กรีฟฟ์ นักวิจัยชาวอเมริกันที่มีข้อสรุปว่า ความเชื่อใจผู้อื่นของชาวเดนมาร์ก และคนในกลุ่มประเทศนอร์ดิกนั้นเป็นคุณค่าที่พิเศษ

“ในเดนมาร์ก และชาติอื่นๆ ที่มีระดับความเท่าเทียมทางสังคมสูง จะมีระดับความเชื่อใจที่สูงตามไปด้วย ประชาชนรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดกับคนอื่น สามารถที่จะเกิดกับตัวเองได้ด้วยเช่นกัน” อุสลาเนอร์กล่าว

ความเชื่อใจ เป็นเสมือนเสาหลักของระบบสวัสดิการสังคมเดนมาร์ก ซึ่ง “รัฐสวัสดิการ” เป็นหนึ่งในสามของคำอธิบายสำคัญของนักวิจัยเมื่อพูดถึงที่มาของระดับความเชื่อใจที่สูงเช่นนี้ โดยนอกจากรัฐสวัสดิการแล้ว อีกสองปัจจัย คือ การมี เสถียรภาพทางการเมือง และการสืบต่อมรดกตกทอดทางวัฒนธรรม

รัฐสวัสดิการ คือ สิทธิประโยชน์ที่รัฐจัดสรรให้กับทุกคนในสังคม ทั้งการศึกษา การรักษาพยาบาล และจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจให้ครอบครัวที่มีลูก ให้ผู้สูงอายุ คนยากจน และผู้ป่วย ซึ่งสวัสดิการเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งทางสังคมต่ำ มีอาชญากรรมน้อย ขณะที่นักวิจัยบางรายระบุเพิ่มเติมไปถึงปัจจัยอื่นๆ ด้วย อย่างการมีสถาบันของรัฐที่ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ตำรวจ และระบบยุติธรรม ซึ่งตามรายงานของสำนักวิจัยกระทรวงยุติธรรมของเดนมาร์กในปี 2014 ระบุว่า ชาวเดนมาร์กมีความเชื่อใจต่อตำรวจ และระบบยุติธรรมของประเทศสูงที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 30 ประเทศในยุโรป

“ความเชื่อใจ ช่วยแก้ปัญหาในระบบราชการได้เป็นจำนวนมากมาย และยังช่วยควบคุมพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐอีกด้วย” ศาสตราจารย์ Svendsen กล่าว

ส่วนปัจจัยเรื่องการมีเสถียรภาพทางการเมือง นักวิชาการระบุไปถึงประวัติศาสตร์ของกลุ่มประเทศนอร์ดิกว่า เป็นภูมิภาคที่สงบกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภาคพื้นยุโรป เพราะไม่มีสงครามทำลายล้างขนาดใหญ่ หรือเกิดการปฏิวัตินองเลือด

“เดนมาร์กและประเทศนอร์ดิกอื่นๆ มีความมั่นคงซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อพัฒนาการของประชาธิปไตยตลอดช่วงเวลาอันยาวนาน และมีระบบการเมืองที่มีเสถียรภาพมาตั้งแต่แรกเริ่มจากการสนับสนุนของประชาชน และประชาชนสามารถแสดงออกได้ตามเจตจำนงค์ที่เสรี” ปีเตอร์ กรีฟฟ์ ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยคีล ในเยอรมนีกล่าว

ส่วนการสืบต่อมรดกทางวัฒนธรรมนั้น นักวิชาการอธิบายว่า เดนมาร์กมีข้อตกลงร่วมกันทางวัฒนธรรมที่สร้างขึ้นมาอย่างยาวนาน และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เด็กๆ ชาวเดนมาร์กจะเรียนรู้เกี่ยวกับความเชื่อใจทางสังคมจากพ่อแม่ ครู และการเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครในกลุ่มกิจกรรมต่างๆ

นอกจากนี้ ความเชื่อใจ ยังทำให้ชาวเดนมาร์กยินดีที่จะจ่ายภาษีในอัตราที่สูง ศาสตราจารย์ Svendsen ย้ำว่า แม้ว่าชาวเดนมาร์กจะจ่ายเงินภาษีเป็นสัดส่วนที่สูงมาก แต่กลับไม่รู้สึกกังวลว่าเงินภาษีของพวกเขาจะถูกฉ้อโกง

“ชาวเดนมาร์กมีความสุขในการจ่ายภาษีที่สูง เพราะพวกเขารู้สึกว่าได้รับบางอย่างกลับมา พวกเขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับระบบดูแลสุขภาพ หรือการศึกษาของลูกๆ แบบที่เห็นอยู่ในประเทศอื่นๆ จำนวนมาก” ศาสตราจารย์ Svendsen กล่าว

เดนมาร์ก ได้รับคะแนนสูงสุดในการจัดอันดับความโปร่งใส จากทั้งหมด 175 ประเทศ โดยองค์กรความโปร่งใสนานาชาติในปี 2014 ขณะที่ประเทศนอร์ดิกอีก 3 ประเทศก็ได้คะแนนสูงในระดับท็อป 5 เช่นกัน ซึ่งประเทศที่ไม่มีการคอรัปชัน สามารถลดค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ไปกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่และผู้มีอำนาจไปได้มาก

“ชาวเดนมาร์กมีความสุขและเต็มใจที่จะจ่ายภาษีในอัตราสูง มากกว่าการให้เงินบริจาค เพื่อจะทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้น ซึ่งเป็นสำนึกของความรับผิดชอบร่วมกันของชาวเดนมาร์กที่มีต่อสังคม” อิริค อุสลาเนอร์ ศาสตราจารย์ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ กล่าว

นอกจากนี้ การเป็นสังคมที่มีความเท่าเทียมกันทางด้านโอกาส ยังให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้น ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งทำให้สังคมเดนมาร์กมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้นในท้ายที่สุด

อ้างอิง
Trust: A cornerstone of Danish culture
Trust: the invisible Danish resource

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...