Lily Philips ดาวโอนลี่แฟนผู้วางแผนมีเซ็กซ์กับผู้ชาย 1,000 คน ภายใน 24 ชม. หลังผ่านภารกิจ 100 คนมาแล้ว
หลายคนน่าจะผ่านตากันมาแล้ว กับเรื่องราวของดาวโอนลี่แฟนส์ชาวอังกฤษวัย 23 ปี อย่าง Lily Philips ที่เธอเพิ่งบรรลุภารกิจนอนกับผู้ชาย 100 คนใน 24 ชั่วโมงเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และในเดือนมกราคมปี 2025 เธอก็ตั้งใจจะบรรลุเป้าหมายใหม่ นั่นคือการทำคอนเทนต์นอนกับผู้ชาย 1,000 คนใน 24 ชม. เพื่อทำลายสถิติโลกการมีเซ็กซ์กับคนให้ได้มากที่สุดภายใน 24 ชม. หลังจากที่มีคนเคยทำสถิติไว้ที่ 919 คน เมื่อปี 2004
ขณะที่เราอยู่ในยุคซึ่งผู้คนเปิดกว้างกับเรื่องเซ็กซ์และสิทธิในร่างกายผู้คนมากขึ้นแล้ว แต่เรื่องราวของลิลลี่ก็พาบทสนทนาให้ไปไกลขึ้นอีกขั้น เมื่อคนส่วนหนึ่งมองว่านั่นคือร่างกายของเธอและเป็นสิทธิของเธอ แต่อีกส่วนหนึ่งก็มองว่าแม้จะเป็นสิทธิของเธอ แต่การที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องมีเซ็กซ์แบบเอ็กซ์ตรีมขนาดนั้นเพื่อแลกเงินนั้นไม่ใช่เรื่องของการ empower แต่คือการส่งต่อค่านิยมที่บิดเบี้ยวในอุตสาหกรรมเซ็กซ์ครีเอเตอร์ อีกทั้งตัวเลขทั้ง 100 คน และ 1,000 คนก็มากเสียจนอาจเสี่ยงต่อสุขภาวะของตัวเธอเอง ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
Lily Philips เริ่มทำโอนลี่แฟนตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเพราะเธอชื่นชอบการมีเซ็กซ์ และเธอพบว่าก็น่าจะดีหากความชื่นชอบนี้ของเธอสามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้เธอได้ด้วย หลังจากลงมือทำอย่างจริงจัง ตอนนี้เธอกลายเป็นหนึ่งในเซ็กซ์ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามล้นหลามในอังกฤษ พร้อมขยายกิจการด้วยการจ้างทีมงานทั้งหมด 9 คน มาช่วยรันงานเซ็กซ์ครีเอเตอร์ของเธอให้มีความเป็นมืออาชีพที่สุด และโดยปกติเธอชื่นชอบการมีเซ็กซ์แบบหมู่อยู่แล้ว ในวันหนึ่งจึงอยากลองทำคอนเทนต์นอนกับผู้ชาย 100 คน โดยเปิดรับสมัครจากผู้ติดตามของเธอนี่เอง ทั้งยังดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างรัดกุม ทั้งให้มีการยืนยันตัวตนของทุกคนที่เข้าร่วมและกำหนดให้พวกเขาแสดงผลตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย
ว่าแต่ในครั้งนั้น เธอผ่านรอบ 100 คนมาได้อย่างไร?
แน่นอนว่าต่อให้เป็นมืออาชีพ แต่การมีเซ็กซ์กับคน 100 คนในหนึ่งวันไม่ใช่เรื่องชิลล์ๆ ลิลลี่ได้ถ่ายทอดความนึกคิดของเธอต่อเรื่องนี้ผ่านสารคดี ‘I Slept With 100 Men in One Day’ ทางช่องยูทูบของ Josh Pieters ว่าสิ่งที่เธอทำนั้นไม่ใช่ “สิ่งปกติทั่วไป” นี่ไม่ใช่ sex life สามัญของผู้คน แต่นี่คือคอนเทนต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนได้ดู โดยในสารคดีเราจะได้เห็นว่าในวันถ่ายทำ มีผู้ชายจำนวนมากที่ถอนตัวออกไปกะทันหัน จนทำให้ทีมงานต้องหาผู้ชายคนใหม่ๆ มาให้ครบ 100 คน ซึ่งจอชเองแสดงความกังวลว่าพวกเขาจะสามารถตรวจเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ทันจริงๆ หรือ ทั้งยังเป็นห่วงความรู้สึกของเธอด้วย ลิลลี่เองก็ยอมรับว่าเธอกังวลอย่างมากเกี่ยวกับงานในวันนี้
และเมื่อถ่ายทำจบ ผู้ช่วยของเธอก็บอกว่าลิลลี่นั้นเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก เธอให้เวลาผู้ชายที่เข้าร่วมการถ่ายทำคนละ 5 นาที รวมช่วงที่พูดคุยตกลงกันว่าชอบหรือไม่ชอบแบบไหน หรือทำท่าไหนเป็นพิเศษ ซึ่งหากรวมช่วงที่ต้องมีเซ็กซ์แล้ว หลายคนก็จำเป็นต้องใช้เวลามากกว่านั้น
“ส่วนล่างไม่ได้เจ็บปวดมากเท่าไหร่ แต่ฉันปวดตามากกว่า” และ “เมื่อผ่านไปได้ 40 คน ฉันก็เริ่มคิดว่านี่มันยังไม่ครึ่งทางอีกเหรอ?” เธอยังเสริมอีกว่า “นี่ไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ไม่แข็งแรงค่ะ มันยากมาก และฉันไม่รู้ว่าฉันควรแนะนำสิ่งเดียวกันนี้กับคนอื่นหรือเปล่า? …ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไง …มันแค่รู้สึกหนักหน่วงมากเลย” แล้วเธอก็ร้องไห้ออกมา
การที่เธอร้องไห้ออกมาอาจชวนให้ตีความได้ว่าเธอรู้สึกแย่กับสิ่งที่ทำลงไป หรือรู้สึกว่าตัดสินใจผิดพลาด แต่ในแง่หนึ่ง นั่นอาจเป็นเพียงความเหนื่อยจากวันที่ต้องทำงานหนักไม่ต่างจากคนทำงานอาชีพอื่นๆ และหลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ประกาศว่าจะทำคอนเทนต์นอนกับผู้ชาย 1,000 คนใน 24 ชม. ในต้นปีหน้า โดย “เรียนรู้จากความผิดพลาดครั้งก่อน” เรื่องการจัดการคิวและผู้คนที่เข้าร่วม จากที่รอบ 100 คน ผู้ชายที่เข้าร่วมจะเข้าห้องมาพร้อมเสื้อผ้าแล้วค่อยมาถอดข้างใน แต่สำหรับรอบ 1,000 ทุกคนต้องถอดเสื้อผ้า สวมถุงยางอนามัยมาแล้ว และพร้อมปฏิบัติงานในทันที และหากเธอเริ่มไม่ไหว การถ่ายทำก็พร้อมจะหยุดลงได้ทุกเมื่อ
เซ็กซ์ครีเอเตอร์คนอื่นๆ คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง?
Alex คือเซ็กซ์ครีเอเตอร์ชาวอังกฤษที่ถูกสัมภาษณ์ในสารคดี ‘I Slept With 100 Men in One Day’ โดยเธอให้ความเห็นส่วนตัวเอาไว้ว่า “มันน่าเศร้านะ ฉันเป็นห่วงสุขภาพจิตของเธอ” ทั้งยังเสริมอีกว่า “ฉันไม่คิดว่าเธอจำเป็นต้องนอนกับผู้ชายถึง 100 คนในวันเดียวเพื่อจะได้รับความสนใจ เพราะที่สุดแล้วมันจะทำให้เธอต้องเจอกับความเจ็บปวดทางจิตใจอย่างมาก กับการต้องถูกจดจำในฐานะผู้หญิงที่นอนกับผู้ชาย 100 คนในหนึ่งวัน มันคือเรื่องของการยอมให้ตัวเองกลายเป็นวัตถุทางเพศ ซึ่งเหมือนการทำสัญญากับซาตานน่ะ คนจะไม่ได้มองคุณเป็นมนุษย์อีกต่อไป นี่คือความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นค่ะ”
ไม่เพียงเท่านั้น Alex ยังมองว่าสิ่งที่ลิลลี่กำลังจะทำ (ณ ตอนนั้น คือภารกิจ 100) อาจสร้างบรรทัดฐานที่สุดโต่งเกินไปในอุตสาหกรรมเซ็กซ์ครีเอเตอร์ เมื่อทุกคนต้องพยายามผลักดันคอนเทนต์ตัวเองให้แรงหรือบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มยอดคนดู
ทางด้านเซ็กซ์ครีเอเตอร์อีกคนอย่าง Caller Madison ก็เน้นย้ำประเด็นที่ใกล้เคียงกันในรายการพอดแคสต์ของช่อง LBC โดยเธอกล่าวว่า “การที่ผู้คนต้องสูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเอง มันไม่ใช่การ empower อีกต่อไป และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเซ็กซ์ครีเอเตอร์คนอื่นๆ รวมถึงเด็กสาวอีกหลายคนที่กำลังจะก้าวเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้ มันคือเรื่องของการพยายามเรียกความสนใจให้ได้มากที่สุด และคนก็จะเริ่มทำอะไรที่บ้าคลั่งหรือป่าเถื่อนขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนคนที่แสดงความเป็นห่วงและไม่เห็นด้วยกับภารกิจของลิลลี่อย่างที่สุดคือ Julie Bindel นักเขียนผู้นิยามตัวเองเป็นเฟมินิสต์ วัย 62 ปี แห่งสำนักข่าว The Spectator ที่กล่าวในบทความของเธอว่า “การต้องถูกสอดใส่โดยผู้ชายจำนวนมากในระยะเวลาสั้นๆ นั้นเป็นเรื่องเลวร้าย ร่างกายของคนเราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรับการลงโทษแบบนั้น”
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังโยงว่า การที่มีผู้ชายจำนวนมากต่อคิวรอเพื่อมีเซ็กซ์กับลิลลี่นั้นทำให้เธอนึกถึงกรณีของ Gisèle Pelicot ผู้หญิงชาวฝรั่งเศสที่ถูกสามีวางยาเพื่อให้ชายแปลกหน้าหลายคนเข้ามาข่มขืน โดยจูลี่ บินเดล มองว่าผู้ชายที่เข้ามาร่วมการถ่ายทำกำลังแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากร่างกายของลิลลี่ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 จูลี่ยังระบุอีกว่าการที่ลิลลี่ให้สัมภาษณ์ในสารคดีของจอชว่า มีช่วงหนึ่งที่เธอ “หลุดไปเลย” นั้นเป็นกลไลการป้องกันตัวเองโดยอัตโนมัติจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ซึ่งในข้อนี้มีหลายคอมเมนต์ทางช่องยูทูบที่เห็นพ้องต้องกันกับเธอ
และขณะที่ที่ลิลลี่บอกว่าเธอเลือกทำภารกิจนี้ด้วยแรงขับทางเพศของตัวเอง จูลี่กลับมองว่านั่นเป็นแฟนตาซีของเธอที่ถูกหล่อหลอมขึ้นโดยพวกผู้ชาย “ไม่มีผู้หญิงคนไหนวาดฝันให้ตัวเองต้องเจ็บปวดจากการมีกิจกรรมทางเพศที่สุดโต่งอย่างการมีเซ็กซ์กับผู้ชายจำนวนมากหรอกค่ะ”
ดูเหมือนว่าจูลี่จะมีมุมมองเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์และคอนเซนต์ รวมถึงความเป็นเจ้าของเนื้อตัวร่างกายตัวเองที่ต่างออกไปจากลิลลี่โดยสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตามหากอ้างอิงจากสารคดีของจอช ดูเหมือนว่าลิลลี่รู้ตัวดีว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ อย่างที่เธอบอกเอาไว้ก่อนเริ่มภารกิจ 100 คน ว่า “ผู้ชายหลายคนอาจคาดหวังว่าผู้หญิงทุกคนต้องร่านแบบฉัน และนอนกับผู้ชายหลายๆ คนได้แบบฉัน ทั้งที่มันไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดได้ในชีวิตจริงหรอกค่ะ”
และเมื่อถูกถามว่า “คุณมองตัวเองเป็นเฟมินิสต์ไหม?” เธอให้คำตอบอย่างเรียบง่ายว่า “ใช่ ในเมื่อท้ายที่สุดการเป็นเฟมินิสต์นั้นหมายถึงการที่คุณแค่ต้องการความเท่าเทียมระหว่างหญิงและชาย และฉันก็แค่ทำสิ่งที่ฉันอยากทำ ฉันทำเพราะฉันสนุกกับมัน แน่นอนว่ามีผู้หญิงที่เข้ามาทำสิ่งนี้เพราะเธอจำเป็นหรือกำลังต้องการเงินหรือถูกผู้ชายชักจูงให้เข้ามาทำ แต่สำหรับฉัน โดยประสบการณ์แล้วฉันรู้สึก empowered จากการหาเงินจากสิ่งนี้ได้ แม้จะมีผู้ชายบางส่วนกำลัง sexualize ฉันก็ตาม”
แน่นอนว่าเราอาจแสดงความกังวลที่มีต่อสิ่งที่เธอกำลังจะทำได้ ตั้งคำถามถึงผลกระทบที่ตามมาได้ แต่คงไม่อาจชี้นิ้วตัดสินว่าสิ่งที่เธอทำนั้นเป็นสิ่งผิดหรือน่าละอายใจ หรือกระทั่งเหมาว่าเธอคือเหยื่อของอุตสาหกรรมเซ็กซ์ที่ต้องทำเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชาย เพราะที่สุดแล้วมันก็ยังคงเป็นเรื่อง “ร่างกายของเธอ สิทธิของเธอ” และเธอคือคนเดียวที่จะรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่ใช่ใครอื่น
อ้างอิง
https://www.vice.com/en/article/onlyfans-lily-phillips-sex-with-1000-men-1-day-world-record/
https://www.spectator.co.uk/article/shame-on-the-men-exploiting-lily-phillips/
https://www.youtube.com/watch?v=mFySAh0g-MI
https://www.youtube.com/watch?v=DChqzRRWUws
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- Lily Philips ดาวโอนลี่แฟนผู้วางแผนมีเซ็กซ์กับผู้ชาย 1,000 คน ภายใน 24 ชม. หลังผ่านภารกิจ 100 คนมาแล้ว
- ข้อสรุปและความกังวลจากผู้เชี่ยวชาญ UN ที่มาเยือนประเทศไทย เพื่อสำรวจด้านความเท่าเทียมทางเพศ
- POWER of NOW ที่ชวนให้โฟกัส ‘ปัจจุบัน’ ของเหล่า Alumni และ KOL ในงาน MIRROR50 : Celebration Event
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com