ออสเตรเลียเล็งเพิ่มใช้จ่ายด้านกลาโหม อ้างรับมือภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ว่า ความมุ่งมั่นครั้งใหม่นี้เกิดขึ้นหลังรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กดดันให้รัฐบาลแคนเบอร์ราเพิ่มการใช้จ่ายทางการทหาร ในสัดส่วนของผลผลิตทางเศรษฐกิจประจำปีโดยรวม
“บรรทัดฐานสากลที่เคยจำกัดการใช้กำลังและการบีบบังคับทางทหาร ถูกบั่นทอนอย่างต่อเนื่อง หลายประเทศมีส่วนร่วมในความขัดแย้งในปัจจุบัน มากกว่าช่วงเวลาใด ๆ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง และสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นในทุกภูมิภาคของโลก” นายริชาร์ด มาร์เลส รมว.กลาโหมออสเตรเลีย กล่าวในสุนทรพจน์ที่เตรียมไว้
ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่า การใช้จ่ายด้านกลาโหมของออสเตรเลียจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.3% ของจีดีพี ภายในปี 2576 แต่เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย กล่าวว่า เป้าหมายใหม่หมายความว่า ออสเตรเลียจะใช้จ่ายเพิ่มอีก 53,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) ในอีก 10 ปีข้างหน้า เมื่อเทียบกับแผนยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ ฉบับปี 2567
ในระยะสั้น การใช้จ่ายด้านกลาโหมจะเพิ่มขึ้นอีก 14,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 321,273 ล้านบาท) ในเวลา 4 ปี และออสเตรเลียยังเปลี่ยนวิธีการคำนวณงบประมาณกลาโหม ให้สอดคล้องกับคำจำกัดความขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งรวมถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น เงินบำนาญทหาร เพื่อบรรลุเป้าหมายการใช้จ่าย 3% ของจีดีพี
อย่างไรก็ตาม แผนการใช้จ่ายใหม่นี้ยังคงต่ำกว่าสัดส่วน 3.5% ของจีดีพี ที่นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ เรียกร้องให้ออสเตรเลียดำเนินการเมื่อปีที่แล้ว.
เครดิตภาพ : AFP