โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผ่าแผนกู้ชีพพลังงานชาติ! ปตท. ทุ่ม 2.3 แสนล้าน งัด 4 มาตรการอุ้มคนไทย

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(25 เม.ย.69) วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลกอย่าง"ช่องแคบฮอร์มุซ"ภาวะชะงักงันนี้ทำให้โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในสิงคโปร์และมาเลเซีย ต้องประกาศลดกำลังการผลิตและหยุดเดินเครื่องชั่วคราว เนื่องจากขาดแคลนน้ำมันดิบและแบกรับต้นทุนที่พุ่งสูงไม่ไหว

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา และเร่งบริหารจัดการความมั่นคงทางพลังงานเชิงรุกทันที เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตนี้ลุกลามมาเป็นภาวะขาดแคลนน้ำมันในประเทศ และเพื่อรับมือกับความผันผวน กลุ่ม ปตท. ได้ประกาศแผนบริหารจัดการน้ำมันตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) ที่สามารถตรวจสอบได้จริงผ่าน 4 มาตรการหลัก ได้แก่

  • การจัดหาน้ำมันดิบ : สกัดความเสี่ยงด้วยการจัดหาน้ำมันดิบจากหลากหลายแหล่งทั่วโลก เพื่อให้มีวัตถุดิบต่อเนื่องแม้ในยามวิกฤต พร้อมรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานรัฐอย่างสม่ำเสมอเพื่อความโปร่งใสสูงสุด
  • การผลิตของโรงกลั่น : สั่งเดินเครื่องโรงกลั่นเต็มศักยภาพสูงสุดถึง 105% โดยเร่งผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมเปิดเผยข้อมูลให้ภาครัฐตรวจสอบได้ตลอดเวลา
  • การขนส่งและกระจายน้ำมัน : เร่งระบายน้ำมันจากคลังสู่ประชาชนทันที โดยเพิ่มรอบจัดส่งและขยายเวลาเปิดคลังเป็น 24 ชั่วโมง พร้อมนำสต็อกน้ำมันสำรองออกมาจำหน่ายเสริมในระบบจนลดต่ำกว่าปกติถึง 48% โดยประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้ผ่านเว็บไซต์ ปตท.
  • การจำหน่าย : จัดสรรน้ำมันสู่ PTT Station กว่า 2,400 แห่ง และภาคอุตสาหกรรมอย่างเท่าเทียม พร้อมใช้ระบบ Digital Tracking ติดตามปริมาณน้ำมันเพื่อสกัดกั้นการรั่วไหล และรายงานราคาขายปลีกตามกลไกตลาดโลกอย่างตรงไปตรงมา

ขณะที่เบื้องหลังของการรับประกันว่า"น้ำมันจะไม่ขาดแคลน"คือต้นทุนมหาศาลที่ ปตท. ต้องแบกรับ เนื่องจากการจัดหาน้ำมันดิบในช่วงที่ตลาดโลกตึงตัวขีดสุด ทำให้ราคาพุ่งไปแตะระดับ 130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล การที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กลุ่ม ปตท. ต้องรับภาระด้านสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบด้วย

  • 63,000 ล้านบาท : สำหรับหลักประกันในการจัดซื้อน้ำมันดิบ (Margin Call)
  • 137,000 ล้านบาท : สำหรับเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) ในการจัดหาน้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้น
  • 35,000 ล้านบาท : สำหรับเงินค้างชำระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการเข้าไปช่วยชดเชยราคา

รวมเป็นภาระสภาพคล่องที่สูงขึ้นกว่า 230,000 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ ปตท. ต้องรับภาระต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกกว่า 7,000 ล้านบาท ซึ่ง ปตท.ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ต้นทุนมหาศาลที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่การดำเนินธุรกิจตามปกติ และ "ไม่ได้ถูกส่งผ่านในราคาน้ำมันให้เป็นภาระของผู้บริโภค" แต่เป็นต้นทุนจากการทำหน้าที่ "ลดความเสี่ยงของประเทศ"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...