พรรคประชาชน เกาะติด! กกต. ต้องใช้หลักฐานสู้ในศาล ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
พรรคประชาชน พอใจคำสั่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ชี้เป็นก้าวสำคัญในการตรวจสอบ กกต. ปมบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง
นายวาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 24 มี.ค. เพื่อรับฟังคำสั่งในคดีที่พรรคประชาชนยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวก รวม 9 ราย โดยถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญหลังจากที่พรรคได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมา
ในเบื้องต้นศาลมีคำสั่งให้ฝ่ายโจทก์ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ "เจตนาพิเศษ" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 รวมถึงการเพิ่มรายละเอียดกฎหมายลำดับรอง เช่น ระเบียบหรือประกาศต่างๆ เพื่อให้คำฟ้องมีความรัดกุมและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นภายในระยะเวลา 30 วัน ซึ่งนายวาโยยืนยันว่าพร้อมดำเนินการตามคำแนะนำของศาล
จุดสำคัญของคำสั่งวันนี้คือการที่ศาลใช้อำนาจตามข้อบังคับศาลฎีกา สั่งให้ กกต. ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นต่อศาลภายในวันที่ 24 เม.ย. แม้จะยังไม่มีคำสั่งประทับรับฟ้องอย่างเป็นทางการก็ตาม แต่นายวาโยมองว่าเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่ากระบวนการพิจารณากำลังเดินหน้าไปอย่างรวดเร็วและไม่ชักช้า
คำถามที่ศาลจี้ให้ กกต. ตอบมีทั้งหมด 3 ข้อ โดยข้อแรกคือการขอคำนิยามของคำว่า “ลับ” ในการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญว่ามีความหมายครอบคลุมเพียงใด เพื่อนำมาเทียบเคียงกับวิธีการจัดการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจริงว่าสอดคล้องกันหรือไม่
ข้อที่สอง ศาลตั้งคำถามถึงอำนาจตามกฎหมายในการนำสัญลักษณ์คิวอาร์โค้ด (QR Code) มาใส่ในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และบาร์โค้ด (Barcode) ในบัตรแบบบัญชีรายชื่อ ว่าเหตุใดจึงต้องใส่สัญลักษณ์เหล่านี้ และที่สำคัญคือ สัญลักษณ์ดังกล่าวสามารถทำให้ทราบได้หรือไม่ว่าผู้ลงคะแนนคนนั้นเลือกใครหรือพรรคใด
ส่วนข้อที่สาม หากสัญลักษณ์ดังกล่าวสามารถนำไปอ่านค่าจนทราบผลการเลือกรายบุคคลได้ ศาลต้องการทราบว่าการตรวจสอบนั้นจะเกิดขึ้นในกรณีใด และ กกต. มีหลักเกณฑ์หรือขั้นตอนในการอ่านค่าสัญลักษณ์เหล่านั้นอย่างไร ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
นายวาโยระบุว่า กระบวนการหลังจากนี้ กกต. ต้องส่งคำชี้แจงภายในหนึ่งเดือน โดยฝ่ายโจทก์จะมีเวลาศึกษาและคัดค้านคำชี้แจงได้จนถึงวันที่ 17 มิ.ย. ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งพิจารณาขั้นตอนต่อไปในวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งถือเป็นกระบวนการที่คู่ความทั้งสองฝ่ายจะได้สู้กันด้วยพยานหลักฐานอย่างเต็มที่
เมื่อถูกถามถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ นายวาโยให้ความเห็นว่าแม้จะเป็นคนละคดี แต่การชี้แจงในศาลอาญาคดีทุจริตฯ กกต. จะใช้เพียงความเห็นส่วนตัวเหมือนการให้สัมภาษณ์ทั่วไปไม่ได้ ต้องมีหลักฐานมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงเท่านั้น และหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่เป็นลบต่อ กกต. ตนก็จะนำข้อเท็จจริงเหล่านั้นมาเพิ่มในคำฟ้องคดีอาญานี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม นายวาโยประเมินว่าคดีในศาลอาญาคดีทุจริตฯ อาจใช้เวลานานถึง 5-10 ปี และอาจไม่ได้ส่งผลทางการเมืองโดยตรงเท่ากับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ แต่การฟ้องครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ความรับผิดชอบรายบุคคลของคณะกรรมการ กกต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจ นายวาโยย้ำว่าสัญญาณในวันนี้ถือว่าดีมาก เพราะศาลเริ่มกระบวนการไต่สวนและเรียกจำเลยชี้แจงควบคู่ไปกับการให้โจทก์แก้ฟ้อง แสดงให้เห็นว่าประเด็นที่พรรคร้องไปนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ศาลต้องการหาความกระจ่างเช่นเดียวกับประชาชน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- พรรคประชาชนปฏิเสธลั่น! ไม่เกี่ยวบัญชี peopleparties ลอบเจาะข้อมูลรัฐ
- ‘พรรคประชาชน’ กังขา กกต. รีบรับรอง สส. ทั้งที่สังคมคลางแคลงใจ
- พรรคประชาชน จี้ กกต. ชี้แจงให้สิ้นข้อสงสัย ไม่ใช่ฟ้องปิดปากประชาชน-สื่อ
ติดตามเราได้ที่