“พรรครีพับลิกัน” ขวางมติหยุดโจมตีอิหร่าน จุดชนวนกระแส “ถอดถอนทรัมป์” ปมอำนาจสงคราม
"รีพับลิกัน" สกัดมติเดโมแครตเสนอหยุดโจมตีอิหร่าน ท่ามกลางความกังวลการใช้อำนาจสงครามของทรัมป์ จนจุดกระแสเรียกร้องถอดถอนกลับมาอีกครั้ง
วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 08.43 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้สกัดความพยายามของพรรคเดโมแครตในการยุติการโจมตีอิหร่าน โดยใช้วิธีปิดการประชุมแบบ “pro forma” อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ฝ่ายเดโมแครตจะสามารถเสนอญัตติให้ลงมติได้
การประชุมดังกล่าวนำโดย Chris Smith ส.ส.รีพับลิกันจากรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งยุติการประชุมก่อนที่เดโมแครตจะขอผ่านมติแบบเอกฉันท์ เพื่อเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ แม้มาตรการครั้งนี้จะมีนัยเชิงสัญลักษณ์ แต่ผู้นำเดโมแครตทั้งในสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา ระบุว่าจะผลักดันให้มีการลงมติเรื่องอำนาจสงครามอีกครั้ง หลังสภากลับจากช่วงพักประชุมในสัปดาห์หน้า
ที่ผ่านมา พรรคเดโมแครตพยายามหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ในการผ่าน“war powers resolution” เพื่อบังคับให้ประธานาธิบดีต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรสก่อนดำเนินปฏิบัติการทางทหาร ทั้งในกรณีเวเนซุเอลาและอิหร่าน
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้น หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เมื่อต้นสัปดาห์ว่า“อารยธรรมทั้งระบบอาจถูกทำลาย” หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ คำพูดดังกล่าวสร้างความกังวลในหมู่เดโมแครตจำนวนมาก โดย Sara Jacobs ระบุว่า “การขู่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไม่ใช่เครื่องมือในการเจรจา”**
ทั้งนี้อนุสัญญาเจนีวาปี 1949 ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ห้ามการโจมตีเป้าหมายที่จำเป็นต่อพลเรือน
แม้ทรัมป์จะประกาศบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน แต่ฝ่ายกองทัพสหรัฐยืนยันว่ายังมีความพร้อมกลับเข้าสู่การสู้รบได้ทุกเมื่อ
ทำเนียบขาวยืนยันว่า การสั่งปฏิบัติการทางทหารของทรัมป์เป็นไปตามอำนาจของผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อปกป้องประเทศ และอยู่ในขอบเขตกฎหมายสำหรับปฏิบัติการระยะสั้น หรือในกรณีภัยคุกคามเร่งด่วน อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐกำหนดให้อำนาจประกาศสงครามเป็นของสภาคองเกรส ไม่ใช่ประธานาธิบดี
ประเด็นที่น่าจับตาคือ พรรคเดโมแครตเริ่มกลับมาพูดถึง “impeachment” หรือการถอดถอนอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้หลีกเลี่ยงมาตลอดในวาระที่สองของทรัมป์
Madeleine Dean ระบุว่า “การถอดถอนคือกลไกตามรัฐธรรมนูญ เพื่อควบคุมประธานาธิบดีที่ใช้อำนาจโดยไม่ยั้งคิด”
นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้ใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 25 (25th Amendment) เพื่อปลดทรัมป์ออกจากอำนาจชั่วคราว
ทั้งนี้ในสมัยแรกของทรัมป์ เขาเคยถูกถอดถอน 2 ครั้ง แต่รอดจากการลงโทษในวุฒิสภาที่รีพับลิกันครองเสียงข้างมาก
เดโมแครตยังพยายามเชื่อมประเด็นสงครามเข้ากับปัญหาเศรษฐกิจ โดยชี้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่ง กระทบต้นทุนสินค้า เช่น ปุ๋ย และค่าครองชีพโดยรวม
James Walkinshaw ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังใช้งบประมาณจำนวนมากกับระบบป้องกันทางทหาร ขณะที่ประชาชนจำนวนมากกลับสูญเสียประกันสุขภาพ
อ้างอิง : reuters.com