ชัยชนะ ให้ฉายาครม.อุลตร้าแมนพลัสไร้พลังงาน จี้ปมหนี้เน่ารพ.-ทวงสัญญาพยาบาลอาสาหมู่บ้านละหมื่นห้า
‘ชัยชนะ’ ให้ฉายาคณะรัฐมนตรี ‘อุลตร้าแมนพลัสไร้พลังงาน’ จี้ปมหนี้เน่าโรงพยาบาล-ทวงสัญญาพยาบาลอาสาหมู่บ้านละหมื่นห้า
วันที่ 9 เมษายน ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปราย โดยกล่าวว่า ขอมอบฉายา ครม.ชุดนี้ว่าเป็น อุลตร้าแมนพลัส ซึ่งมาจากท่าหาเสียงประจำตัวของนายกรัฐมนตรีขณะลงพื้นที่ที่มักทำท่าดังกล่าวและพูดคำว่า “พลัส” อยู่เสมอ แต่นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลับต้องเป็น อุลตร้าแมนพลัสที่ไร้พลังงาน เนื่องจากราคาน้ำมันและค่าพลังงานกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพอย่างหนัก
นายชัยชนะ กล่าวว่า ในช่วงหาเสียงที่พรรคแกนนำรัฐบาลเคยประกาศต่อสาธารณชน โดยเฉพาะนโยบายพยาบาลอาสาหมู่บ้านละ 1 คน พร้อมค่าตอบแทน 15,000 บาท ซึ่งปรากฏอยู่ในนโยบายข้อที่ 15 ของคำแถลง แต่กลับไม่มีความชัดเจนว่าจะทับซ้อนกับหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เดิมหรือไม่ หรือนโยบายใหม่นี้เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลจะไม่ให้ความสำคัญกับ อสม. อีกต่อไป และยังตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายสวัสดิการเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการด้วยว่า ไม่ได้ปรากฏอยู่ในคำแถลงฉบับนี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งคำถามว่า รัฐบาลลืมประชาชนกลุ่มนี้ไปแล้วหรือไม่
นายชัยชนะ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของนโยบายหลักประกันสุขภาพ ซึ่งมีตัวเลขสถานะทางการเงินในระบบสาธารณสุขที่น่าตกใจ แม้งบประมาณเหมาจ่ายรายหัวจะเพิ่มขึ้นเป็น 4,175 บาทในปี 2569 แต่ในความเป็นจริงตัวเลขนี้ ได้รวมเงินเดือนบุคลากรไว้ด้วย ทำให้งบประมาณที่ถึงมือหน่วยบริการจริงนั้นไม่เพียงพอ โดยในปี 2569 ต้นทุนการรักษาจริงเฉลี่ยอยู่ที่ 15,000 บาท แต่โรงพยาบาลสามารถเบิกจ่ายได้ไม่ถึง 10,000 บาท ส่งผลให้โรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 903 แห่ง มีสถานะเงินบำรุงติดลบถึง 403 แห่ง โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่อย่างโรงพยาบาลขอนแก่นที่มียอดขาดทุนสะสมสูงถึง 1,431 ล้านบาท สถานการณ์ดังกล่าวได้ลามไปถึงโรงพยาบาลตามแนวตะเข็บชายแดน เช่น โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก ที่ต้องรับผิดชอบดูแลผู้ป่วยกว่า 83,000 คน ทั้งที่มีงบประมาณบัตรทองรองรับเพียง 42,000 คน เนื่องจากต้องแบกรับภาระการรักษาชาวต่างชาติตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันโรคระบาดไม่ให้เข้าสู่ชั้นในของประเทศ
ทางออก ‘ก้าวท้าใจ’ และ 5 ข้อเสนอผ่าทางตันสาธารณสุข
ส.ส.นครศรีธรรมราช ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาถึง 70% แต่งบป้องกันโรคกลับตั้งไว้เพียง 9% ดังนั้นจึงได้เสนอให้รัฐบาลนำแอปพลิเคชัน “ก้าวท้าใจ” มาใช้อย่างจริงจังผ่านโมเดลการเปลี่ยนหยาดเหงื่อเป็นคะแนนสะสม เพื่อนำไปแลกส่วนลดสินค้าและบริการในห้างร้านต่างๆ โดยเชื่อว่าหากลดจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้ 1 ล้านคน จะช่วยประเทศประหยัดงบประมาณได้ถึง 15,000 ล้านบาท พร้อมกับได้มีข้อเสนอต่อรัฐบาล 5 ประการ เพื่อปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพ ได้แก่ 1. ปรับปรุงฐานข้อมูลต้นทุนจริง 2. แยกบัญชีเงินเดือนออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวอย่างถาวร 3. ใช้ระบบ AI และ Digital Audit ตรวจสอบการเบิกจ่าย 4. สื่อสารความต้องการด้านบริการกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา และ 5. หาแหล่งรายได้ทางเลือก เช่น ภาษีสุขภาพ หรือโมเดลการร่วมจ่าย
นายชัยชนะ กล่าวว่า ขอนิยามรัฐบาลชุดนี้ว่า เป็นส่วนผสมระหว่าง “หนูกับหนิม” ที่เป็นการผสมผสานระหว่างสีแดงและสีน้ำเงินที่คนไทยทั้งประเทศกำลังจับตามองว่าจะพานาวาลำนี้พ้นวิกฤตได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ขออย่ามองชีวิตประชาชนเหมือนพรรคการเมืองผู้ร่วมอุดมการณ์กับท่านเมื่อปลายปีที่แล้ว อย่างพรรคกล้าธรรม อย่าทิ้งเขากลางคันเหมือนพรรคการเมืองที่ท่านเคยร่วมอุดมการณ์กับเขาไว้กลางทะเล จงรักษาประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตยที่แท้จริงให้อย่างเต็มเปี่ยมด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชัยชนะ ให้ฉายาครม.อุลตร้าแมนพลัสไร้พลังงาน จี้ปมหนี้เน่ารพ.-ทวงสัญญาพยาบาลอาสาหมู่บ้านละหมื่นห้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th