“อิสราเอล” ยกเลิกภาวะฉุกเฉินสงครามอิหร่าน เดินหน้าคดีคอร์รัปชัน “เนทันยาฮู” ต่อ
"อิสราเอล" ประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินจากสงครามอิหร่าน เปิดทางกระบวนการยุติธรรมกลับสู่ภาวะปกติ พร้อมรื้อคดีคอร์รัปชันของ “เนทันยาฮู” อีกครั้ง
วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 18.57 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าโฆษกศาลอิสราเอลเปิดเผยว่า การพิจารณาคดีคอร์รัปชันของเบนจามิน เนทันยาฮู จะกลับมาเดินหน้าต่อในวันอาทิตย์นี้ หลังจากถูกระงับชั่วคราวจากสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินในช่วงสงครามกับอิหร่าน
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังอิสราเอลยกเลิกมาตรการภาวะฉุกเฉิน ซึ่งเคยส่งผลให้โรงเรียนและสถานที่ทำงานต้องปิดทำการ โดยรัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการในช่วงเย็นวันพุธ หลังไม่มีรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่านตั้งแต่เวลา 03.00 น. ภายหลังการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงเปราะบาง หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีในเลบานอนเพื่อตอบโต้การเคลื่อนไหวของกลุ่มฮิซบอลลาห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงเผชิญความเสี่ยง
ศาลอิสราเอลระบุในแถลงการณ์ว่า “เมื่อมีการยกเลิกภาวะฉุกเฉิน และระบบยุติธรรมกลับมาดำเนินการตามปกติ การพิจารณาคดีจะกลับมาดำเนินต่อไปตามกำหนด” โดยการไต่สวนจะมีขึ้นระหว่างวันอาทิตย์ถึงวันพุธของแต่ละสัปดาห์
ทั้งนี้ เบนจามิน เนทันยาฮู ถือเป็นนายกรัฐมนตรีอิสราเอลคนแรกที่ยังดำรงตำแหน่งขณะถูกดำเนินคดี โดยเขาถูกตั้งข้อหา รับสินบน ฉ้อโกง และละเมิดความไว้วางใจ ตั้งแต่ปี 2562 หลังการสอบสวนยาวนานหลายปี
แม้ตัวเขาจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่คดีซึ่งเริ่มพิจารณาในปี 2563 อาจนำไปสู่โทษจำคุก และถูกเลื่อนมาแล้วหลายครั้งจากภารกิจทางการเมืองและสถานการณ์ความมั่นคง ทำให้ยังไม่มีกรอบเวลาสิ้นสุดที่ชัดเจน
ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนให้มีการอภัยโทษแก่เนทันยาฮู โดยสะท้อนข้อเรียกร้องเดียวกับที่ผู้นำอิสราเอลได้ส่งถึง Isaac Herzog
อย่างไรก็ตาม สำนักงานของประธานาธิบดีอิสราเอลระบุว่า กระบวนการอภัยโทษจะต้องผ่านการรวบรวมความเห็นจากกระทรวงยุติธรรมและการพิจารณาทางกฎหมายตามขั้นตอนปกติ และโดยทั่วไปแล้ว จะไม่เกิดขึ้นในระหว่างการพิจารณาคดี
ทั้งนี้คดีคอร์รัปชันดังกล่าว ประกอบกับเหตุโจมตีของกลุ่มฮามาสในเดือนตุลาคม 2566 ได้ส่งผลกระทบต่อความนิยมของเนทันยาฮูอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน อิสราเอลมีกำหนดจัดการเลือกตั้งในเดือนตุลาคมนี้ โดยมีแนวโน้มว่ารัฐบาลผสมของเนทันยาฮู ซึ่งถูกมองว่าเป็นรัฐบาลขวาจัดที่สุดในประวัติศาสตร์ อาจเผชิญความพ่ายแพ้
อ้างอิง : reuters.com