โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เวียดนาม สะดุดแรงส่งต้นปี GDP ชะลอเหลือ 7.83% พิษพลังงานดันเงินเฟ้อกดเป้าโต 10%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

เศรษฐกิจเวียดนาม ไตรมาสแรกปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณชะลอ แม้ยังเติบโตในระดับสูง แต่แรงกดดันจากราคาพลังงานและเงินเฟ้อเร่งตัว กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลในการพาเศรษฐกิจทั้งปีแตะเป้า 10% ท่ามกลางความผันผวนรอบด้าน

เศรษฐกิจเวียดนามในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 แสดงสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ช่วงเดือนม.ค.ถึงมี.ค.ขยายตัวที่ 7.83% ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนที่ทำไว้ 8.46% แม้จะยังสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 แต่ปัจจัยลบด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นกำลังกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ต่อเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่รัฐบาลวางไว้ไม่ต่ำกว่า 10%

วิกฤตพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ สาเหตุหลักของปัญหามาจากสงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 ซึ่งกระทบต่อการขนส่งน้ำมันโดยตรง เนื่องจากเวียดนามต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางสูงถึง 80%ข้อมูลจาก Petrolimex ชี้ให้เห็นว่าราคาน้ำมันเบนซินในประเทศดีดตัวขึ้น 21% ขณะที่ดีเซลพุ่งสูงถึง 84% ส่งผลให้ค่าขนส่งในเดือนมี.ค.พุ่งกระฉูดขึ้น 10.81% และผลักดันให้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4.65% ซึ่งสถานการณ์นี้ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและบีบให้สายการบินบางแห่งต้องลดเที่ยวบินลง

ด้านดุลการค้าและการลงทุนท่ามกลางอุปสรรค ในมิติของการค้าต่างประเทศ แม้การส่งออกในเดือนมีนาคมจะขยายตัวได้ดีถึง 20.1% แต่การนำเข้ากลับพุ่งสูงกว่าที่ 27.8% ส่งผลให้ภาพรวมไตรมาสแรกเวียดนามเผชิญกับการขาดดุลการค้าสะสมถึง 3.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ภาคการลงทุนยังคงมีความหวัง โดยเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพิ่มขึ้น 9.1% ขณะที่ตัวเลขคำมั่นสัญญาการลงทุนใหม่ทะยานขึ้นถึง 42.9% แตะระดับ 15.2 พันล้านดอลลาร์ ส่วนยอดค้าปลีกในประเทศยังขยายตัวได้ที่ 10.9%

กลยุทธ์แก้เกมของรัฐบาลเวียดนาม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโต 10% นายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ ยืนยันที่จะเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ทั้งการเพิ่มการลงทุนภาครัฐและการเร่งกระจายตลาดส่งออกเพื่อลดความเสี่ยง ขณะเดียวกันทางการกำลังเร่งหาแหล่งนำเข้าน้ำมันใหม่จากกลุ่มประเทศในอ่าว ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ควบคู่ไปกับมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนในประเทศ เช่น การลดภาษีน้ำมัน การอุดหนุนราคา และการส่งเสริมให้ประชาชนทำงานจากที่บ้าน (Remote Working) เพื่อลดการใช้พลังงานในภาวะวิกฤต

ด้านเหงียน ถิ เฮือง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติยอมรับว่า การบริหารจัดการเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ยังมีอุปสรรคอีกมาก และการจะไปให้ถึงเป้าหมายการเติบโตในปี 2569 ถือเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลภายใต้ความผันผวนของเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคในขณะนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...