นายกฯ สรุปผลการประชุมแก้ไขปัญหาน้ำมัน
(19มี.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงว่า วันนี้ตนได้เชิญส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งราชการและเอกชนมาร่วมประชุม เพื่อติดตามปัญหา การปฏิบัติงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน ทั้งห่วงโซ่อุปทาน ในการประชุมสามารถสรุปผลการประชุมได้ดังนี้
ปริมาณน้ำมันโรงกลั่นทั้ง 6 โรงของไทย
จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมันและราคาน้ำมันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมโครงการน้ำมัน คลังน้ำมัน และจ๊อบเบอร์ การขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันพบว่าโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในประเทศไทยยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต โดยกำลังการผลิตได้ 175 ล้านลิตรต่อวัน ได้มีการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมจากในประเทศอย่างต่อเนื่อง หลายโรงกลั่นได้รับน้ำมันดิบเพื่อให้เพียงพอต่อการนำน้ำมันดิบเข้ามากลั่นเป็นน้ำมันประเภทต่าง ๆ โรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมันจะประกาศราคาหน้าโรงกลั่น และโรงกลั่นพร้อมจะขายน้ำมันให้จ็อบเบอร์ในราคากลางที่มีการประกาศไว้ โดยบริษัทพีทีทีโออาร์จะขายราคาไม่เกินหน้าสถานีบริการน้ำมัน กระทรวงพลังงานจะกำกับรวมกันให้ผู้ค้าน้ำมันรายงานข้อมูลการผลิตการขายน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่ายและราคาที่จะจำหน่ายให้กับกรมธุรกิจพลังงานรับทราบเพื่อที่จะดูแลจัดสรรปริมาณน้ำมันให้กับประชาชนและภาครัฐต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในราคาที่เป็นธรรม
ตร.ผ่อนปรนการเดินรถขนส่งน้ำมัน
ขณะเดียวกันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกข้อบังคับการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันให้สามารถวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการปลายทางทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมัน
การส่งออกน้ำมันของไทย
ส่วนปัจจุบันเรื่องการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปได้รับการยืนยันว่ายังคงมีการส่งออกไปยังสหภาพเมียนมา และ สปป.ลาว โดยขายให้ สปป.ลาว 5.29 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลง 25% จากที่เคยดำเนินการ และส่งไปที่สหภาพเมียนมา3 แสนลิตรต่อวัน ลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ จากที่เคยขาย
ความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาน้ำมัน
นายอนุทินได้แถลงถึงความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำมันที่ไม่เพียงพอที่หน้าสถานีบริการน้ำมัน รัฐบาลจะเร่งพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การผ่อนปรนการสำรองน้ำมันเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบการเร่งผลิตพลังงานชีวภาพ หรือ B20 ให้มีความพร้อมในการจำหน่าย เพื่อชดเชยในกลุ่มต่าง ๆ รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบเข้าสู่ภาวะปกติ สามารถกลับมา ดำเนินการได้ตามปกติ โดยเพิ่มศักยภาพการขนส่งไปยังสถานีบริการน้ำมันให้ตรงกับความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมภายใต้ราคาที่เหมาะสม
ปัญหาขาดแคลนน้ำมัน
“สิ่งที่ตนอยากจะกราบเรียนประชาชนขอให้ประชาชนมีความมั่นใจ การประชุมหลายครั้งสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการยืนยันทางข้อมูลทางเอกสาร ทางวาจาและประสบการณ์แต่ละคนที่มีอยู่ ขอยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่ได้ประสบปัญหาขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันแต่อย่างใด ที่มีการพูดอยู่ตลอดเวลาว่าน้ำมันดิบไม่เข้าประเทศไทยแล้วนั้นมีปริมาณน้ำมันดิบหายไปครึ่งหนึ่ง เพราะว่ามีสถานการณ์ในตะวันออกกลาง วันนี้มีการเรียกประชุมอีกครั้ง ซึ่งมีทั้งวงเล็กและวงใหญ่ วงภายในได้มีการรับทราบข้อมูลที่ชัดเจนแล้วว่ายังสามารถผลิตน้ำมันในปริมาณและกำลังการผลิตได้ เช่นก่อนมีเหตุการณ์วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา" นายอนุทิน กล่าวย้ำ
นายอนุทิน บอกอีกว่า ดังนั้นน้ำมันยังไม่ขาดแคลน ปริมาณน้ำมันสำรองยังคงรักษาได้ถึง 100 วัน ซึ่งตอนที่เกิดเหตุการณ์ใหม่ ๆ เราได้เร่งทำการตรวจสอบอย่างเต็มที่ ในขณะนั้นปริมาณน้ำมันสำรองมีเพียงแค่ 62 วัน หลังจากที่มีการใช้มาตรการบริหารการจัดการมีน้ำมันไหลเข้ามา น้ำมันดิบสามารถจัดการได้ การออกมาตรการงดส่งน้ำมันที่กลั่นแล้ว จำหน่ายไปยังประเทศอื่น ๆ ยกเว้น 2 ประเทศคือลาวและเมียนมา ก็สั่งห้ามส่งออก ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้การสำรองน้ำมันของประเทศเพิ่มขึ้นมาเป็นที่ 100 วัน จุดนี้ปริมาณน้ำมันสำรองสามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ก็ยังสามารถใช้เครือข่ายได้ เพราะว่าไทยไม่ใช่บริษัทเล็ก โรงกลั่นน้ำมันที่อยู่ในประเทศไทยอยู่มานานมีเครือข่ายในการสั่งน้ำมันเข้ามา ซึ่งยังไม่มีปัญหาแต่ประการใด
ปริมาณการใช้น้ำมันในไทยแต่ละวัน
“หากจะยกตัวอย่างตัวเลขให้เห็นมีการใช้น้ำมันดีเซลในแต่ละวันอยู่ที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นยอดใช้ก่อนการเกิดเหตุการณ์ตะวันออกกลาง เป็นในสภาวะปกติ ยังไม่ได้มีการออกมาตรการการประหยัดน้ำมันใด ๆ ขณะที่กำลังการผลิตน้ำมันดีเซล ในประเทศไทย อยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน ก็จะเห็นว่ามีช่องว่างอยู่ที่ 10 ล้านลิตรต่อวัน แต่หลังจากเกิดเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง ด้วยความตื่นตระหนก วิตกกังวลของประชาชน ทำให้การใช้น้ำมันในแต่ละวันเพิ่มเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้เกินกำลังการผลิต ก็อาจจะทำให้เป็นเหตุให้การขาดน้ำมันในบางพื้นที่” นายอนุทิน ระบุ
รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชน
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลที่เกี่ยวข้องทั้งภาคการผลิต ภาคการขนส่ง และภาคการจัดจำหน่ายได้ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการบริหารราชการให้มีน้ำมันให้ประชาชนใช้ได้ตามปกติ แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ขอความร่วมมือกับประชาชน ส่วนจำนวนน้ำมันที่หายไปนั้น ถ้าหายไปจริง ก็เพราะอัตราการใช้มากกว่ากำลังการผลิต ไม่ได้หายไปเพราะถูกส่งออกไป ในต่างประเทศหรือหายไปเพราะว่าถูกนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติม หรือส่งเสริมภาคการผลิต ทำให้น้ำมันหายไป ทั้งหมดยังอยู่ในสภาวะปกติ แต่หายไปเพราะเกิดจากการกังวลของประชาชนที่มาเติมน้ำมันเพิ่มขึ้น มีการนำไปเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน ซึ่งทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน แทนที่จะรอน้ำมันให้พร่องถังแล้วค่อยไปเติม แต่กลับไปเติมให้เต็ม ทำให้เกิดความต้องการ การใช้จ่ายน้ำมันที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจุดนี้ถ้าหากประชาชนจะให้ความร่วมมือกลับมาใช้ในสภาวะปกติ น้ำมันที่มีอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไปก็มีเพียงพออยู่แล้ว
"ขอความร่วมมือจากประชาชน ขอย้ำว่า 67 ล้านลิตร ที่เคยเป็นการใช้ในแต่ละวันในสภาวะปกติ มันกระโดดขึ้นมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ถ้าหากกลับไปอยู่ในภาวะปกติ ขอให้ประชาชนตระหนักลดการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น ให้ปรับมาเป็นสภาวะปกติ ลดความวิตกกังวลไป จะทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันสอดคล้องกับกำลังการผลิตในประเทศ ทันใดนั้น อาจจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ รัฐบาลจะเพิ่มน้ำมันสำรองเข้าไปในระบบเพื่อที่ตรงความต้องการใช้น้ำมันของประชาชนอย่างเหมาะสม ซึ่งจะมีการดำเนินการไปตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป" นายอนุทิน ระบุ
สรุปการประชุมแก้ปัญหาน้ำมันวันนี้
นายอนุทิน ได้สรุปส่วนภาพรวมมติที่ประชุมของ ศบก. ว่า ณ ปัจจุบัน ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องกังวลจนเกินเหตุขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติและทางรัฐบาลจะเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้รวดเร็วที่สุด ขณะเดียวกันขอวิงวอนให้ประชาชนได้ตระหนัก มันมีสิ่งที่เป็นปัจจัยควบคุมไม่ได้ เช่น การสู้รบยังไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าจะมีความรุนแรงมากกว่านี้ หรือว่าจะหยุดเมื่อไหร่
"ถ้าหากใช้น้ำมันด้วยความระมัดระวัง ด้วยการตระหนักรู้ ก็จะยิ่งทำให้มีปริมาณน้ำมันสำรองเพิ่มมากขึ้น" นายอนุทิน ระบุ
ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าไฟฟ้า
นายอนุทิน บอกว่า ไม่ต้องกังวล เราว่ากรรมวิธีการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยใช้ก๊าซจากแหล่งที่กำเนิดจากอ่าวไทย สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าตรงความต้องการของประชาชนทั่วประเทศได้ โดยที่ไม่มีปัญหาขาดแคลนแต่อย่างใด ทั้งจะมีการส่งเสริมใช้พลังงานทางเลือกอื่น พลังงานชีวภาพ เช่น B20 ก็จะนำมาเป็นส่วนผสมให้กับน้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้น ยิ่งผสมมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ปริมาณสำรองของน้ำมันเพิ่มมากขึ้น คิดว่ารัฐบาลได้ทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเต็มที่
#ข่าวเวิร์คพอยท์23