ศาลเกาหลีใต้เพิ่มโทษอดีตประธานาธิบดีฐานขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
ศาลอุทธรณ์เกาหลีใต้เพิ่มโทษจำคุกอดีตประธานาธิบดียุน ซ็อก-ยอล จากเดิม 5 ปี เป็น 7 ปี ในข้อหาขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
ชายคนหนึ่งเดินผ่านป้ายที่มีรูปภาพของอดีตประธานาธิบดียุน ซ็อก-ยอล ของเกาหลีใต้ และคิม กอนฮี บนถนนใกล้ศาลสูงกรุงโซล เมื่อวันที่ 28 เมษายน (Photo by Jung Yeon-je / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 กล่าวว่า อดีตประธานาธิบดียุน ซ็อก-ยอล ของเกาหลีใต้ ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษจำคุกจากเดิม 5 ปี เป็น 7 ปี ในข้อหาขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
ศาลชั้นต้นได้ตัดสินลงโทษยุนในเดือนมกราคม หลังจากพบว่าเขาใช้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อขัดขวางการจับกุมตนเอง
ทั้งยุนและฝ่ายอัยการต่างยื่นอุทธรณ์ โดยยุนอ้างว่าหมายจับนั้นมาจากการสืบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่อัยการพิเศษกล่าวว่าโทษของเขาควรเป็น 10 ปี เนื่องจากความผิดของเขาเข้าขั้นร้ายแรง
"ศาลตัดสินจำคุกจำเลย 7 ปี" ผู้พิพากษาศาลกรุงโซลระบุ และเรียกการกระทำของยุนว่า "น่าตำหนิอย่างยิ่ง"
"การกระทำของจำเลยเป็นความพยายามขัดขวางการดำเนินการตามหมายจับโดยชอบด้วยกฎหมายของอัยการและบุคคลอื่น ๆ"
"เขายังออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแก่เจ้าหน้าที่ของหน่วยรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดีซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนระดับชาติ และพยายามใช้พวกเขาเสมือนเป็นองครักษ์ส่วนตัวเพื่อคุ้มครองตนเอง" ผู้พิพากษาระบุในคำแถลง
ยุนซึ่งปรากฏตัวในศาลโดยสวมชุดสูทสีดำและเสื้อเชิ้ตสีขาว แสดงอารมณ์เพียงเล็กน้อยขณะฟังคำตัดสิน
ศาลอุทธรณ์ยังคงยืนยันคำพิพากษาลงโทษเขาในข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบจากการกีดกันสมาชิกคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมวางแผนประกาศใช้กฎอัยการศึก
ศาลอุทธรณ์ได้พลิกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องเขาในข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบจากการสั่งให้เผยแพร่คำแก้ตัวของเขาเกี่ยวกับการประกาศใช้กฎอัยการศึกให้กับสื่อต่างประเทศ
และศาลอุทธรณ์ยังคงยืนยันข้อสรุปของศาลชั้นต้นที่ว่ายุนได้จัดทำเอกสารปลอม แต่ไม่ได้นำมาใช้จริง
ทนายความของยุนบอกกับสื่อว่าพวกเขาจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงต่อไป
ทั้งนี้ ยุนถูกจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาที่ร้ายแรงกว่ามาก คือการก่อกบฏ ซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามที่ล้มเหลวในการประกาศใช้กฎอัยการศึกในปี 2024
ในเดือนธันวาคมปีนั้น เขาได้กล่าวปราศรัยทางโทรทัศน์ทั่วประเทศในช่วงดึก โดยกล่าวถึงอิทธิพลของเกาหลีเหนือและกองกำลังต่อต้านรัฐ เพื่อประกาศระงับการปกครองโดยพลเรือน
แต่กฎอัยการศึกมีผลบังคับใช้เพียงประมาณ 6 ชั่วโมงเท่านั้น เนื่องจากส.ส.รีบไปยังอาคารรัฐสภาและลงมติคัดค้านในการประชุมฉุกเฉิน
การประกาศของยุนก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในตลาดหุ้นและทำให้พันธมิตรสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัว
นอกจากนี้ยังปลุกความทรงจำที่น่ากังวลเกี่ยวกับการรัฐประหารเมื่อหลายสิบปีก่อน ในประเทศที่ปัจจุบันถูกมองว่าเป็นแบบอย่างของประชาธิปไตยที่สงบสุขในเอเชีย
ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา ยุนถูกถอดถอนจากอำนาจและถูกนำตัวขึ้นศาลในข้อกล่าวหามากมายที่เกี่ยวข้องกับการประกาศของเขา
เขายังได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินว่ามีความผิดฐานก่อการจลาจล โดยกล่าวว่าเขาทำไปเพื่อประโยชน์ของชาติโดยแท้
นอกจากนี้ ยุนยังต้องเผชิญกับการพิจารณาคดีแยกต่างหากในข้อหาช่วยเหลือศัตรู จากข้อกล่าวหาว่าเขาส่งโดรนทางทหารเข้าไปในเกาหลีเหนือเมื่อต้นปี 2024
อัยการพิเศษกำลังขอโทษจำคุก 30 ปีในคดีนี้ โดยอ้างว่ายุนสั่งการบุกรุกเพื่อยั่วยุให้รัฐบาลเปียงยางตอบโต้ ซึ่งจะเสริมข้ออ้างของเขาในการประกาศกฎอัยการศึก
ทีมทนายความของยุนปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยอ้างว่าเขาไม่ได้สั่งการล่วงหน้าหรืออนุมัติในภายหลังสำหรับปฏิบัติการที่อัยการกล่าวอ้าง
คิม กอนฮี ภรรยาของยุนและอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ก็ถูกจำคุกเช่นกัน แต่ในข้อหาทุจริตที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้
เดิมทีเธอถูกตัดสินจำคุก 20 เดือนเมื่อเดือนมกราคมในข้อหารับสินบน แต่โทษของเธอถูกเพิ่มเป็น 4 ปีในวันอังคารหลังจากศาลอุทธรณ์กลับคำตัดสินยกฟ้องในข้อหาปั่นราคาหุ้น
เช่นเดียวกัน ทนายความของคิมจะอุทธรณ์คำตัดสินไปยังศาลสูงต่อไป.