'รมว.ประเสริฐ' นั่งหัวโต๊ะประชุมผู้บริหาร ศธ. นัดแรก เร่งดันงบปี 70 กว่า 4 แสนล้าน เน้นสอดรับนโยบาย 10 พลัสของรัฐบาล
วันที่ 29 เมษายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวง และผู้บริหารระดับสูงจากทุกหน่วยงานเข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
รมว.ศธ. กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่นายกรัฐมนตรีกำหนดไว้เป็นกรอบในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 บนหลักการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยเน้นให้ความสำคัญกับการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอันดับแรก และให้หน่วยงานเน้นการซ่อมบำรุงแทนการจัดซื้อใหม่ พร้อมจัดลำดับตามความจำเป็นและความเร่งด่วน โดยทั้งหมดต้องสอดรับกับนโยบาย 10 พลัสของรัฐบาล
"ศธ. เตรียมเสนอคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงินรวม 439,283 ล้านบาท ต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ แบ่งเป็น
- งบบุคลากร 54%
- งบอุดหนุน 23%
- งบลงทุน 10%
- งบดำเนินงาน 5%
- งบรายจ่ายอื่น 4%
ซึ่งผ่านการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ ไม่มีงบซ้ำซ้อน และครอบคลุม 5 นโยบายหลักของกระทรวง และ 5 Quick Win รวมจำนวน 268 โครงการ วงเงิน 126,679 ล้านบาท ครอบคลุมนโยบายต่าง ๆ อาทิ การคืนเวลาให้ครูเพื่อคืนอนาคตให้เด็ก การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การยกระดับการเรียนรู้ การสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย และการปรับปรุงพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้ทันสมัยและเป็นธรรมนูญของการศึกษาไทย" รมว.ศธ.กล่าว
รมว.ศธ. กล่าวถึงการดูแลนักเรียน ว่า งบประมาณดังกล่าว ยังมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน สร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ และลดความเหลื่อมล้ำ อาทิ การเพิ่มงบอาหารกลางวันกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อขยายการดูแลไปถึงนักเรียนระดับมัธยมปลายที่ยังเข้าไม่ถึง พร้อมขับเคลื่อนการลดภาระครู ซ่อมแซมอาคารเรียน และยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา รวมถึงเตรียมเปิดศูนย์พิทักษ์สิทธิให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย
ด้าน นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ความปลอดภัยในโรงเรียนเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขอย่างเป็นระบบ โดยเสนอให้รวมหน่วยงานรับผิดชอบที่มีหลายชื่อ ทั้ง Safety Center และศูนย์พิทักษ์สิทธิ ให้เป็นชื่อเดียว เพื่อความเป็นเอกภาพและลดความซ้ำซ้อน พร้อมสั่งรวบรวมสถิติย้อนหลัง 10 ปี และตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกทั้งหมด
นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ติดตามกรณีครูใน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เสียชีวิต พบว่าครอบครัวได้รับเงินเยียวยาเพียงหลักหมื่นบาท เนื่องจากติดเงื่อนไขอายุราชการน้อย รมช.ศธ. จึงฝากให้ สพฐ. ในฐานะต้นสังกัด ทบทวนการใช้งบประมาณและกองทุนที่มีอยู่ เพื่อหาแนวทางดูแลสวัสดิการและเยียวยาครอบครัวบุคลากรที่ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น
ที่มา : สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.