โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แม่สุดช้ำ นักศึกษาสาวปี 3 เล่นสงกรานต์ ถูกลูกหลง วัยรุ่นปาขวดใส่หน้า สมองบวม สาหัส

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แม่สุดช้ำ นักศึกษาสาวปี 3 เล่นสงกรานต์ ถูกลูกหลง วัยรุ่นปาขวดใส่หน้า สมองบวม สาหัส

เมื่อวันที่ 16 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางกี้ (นามสมมติ) อายุ 51 ปี ชาว อ.เมือง จ.หนองคาย ว่า น.ส.ยิ่น (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ลูกสาว ถูกกลุ่มลูกหลงจากเหตุวัยรุ่นปาทะเลาะวิวาทกัน ถูกปาขวดใส่หน้าจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เหตุเกิดบริเวณ 3 แยก ถนนวัฒนานุวงศ์ตัดกับถนนทีฑธนานนท์ หรือสาวแยกตะวันแดง เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 14 เมษายน เบื้องต้นได้มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี วอนตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุมารับผิดชอบ และดำเนินคดีจนถึงที่สุด

นางกี้ เล่าว่า คืนนั้นเพื่อนของลูกสาวโทรมาบอกประมาณ ตี 3 ว่าน้องต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ยังไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมาก บอกแค่ว่าน้องถูกปาขวดใส่หน้า น้องถูกลูกหลงจากเหตุวัยรุ่นตีกัน วันแรกแม่ยังไม่ได้ไปดู เพราะบ้านอยู่ จ.หนองคาย จะมีน้าของเพื่อนสนิทเขาคอยดูแลยู่ เขาแจ้งว่าน้องฟันหัก 3 ซี่ คุณหมอบอกว่าหน้าผากมีรอยร้าว ใบหน้าผิดรูป เพราะมีอาการบวมมาก พูดไม่ได้ เลือดไหลเต็มปาก หมอบอกจะต้องดูอาการวันต่อวัน วันต่อมาหมอก็บอกว่ามีอาการสมองบวม มีเลือดออกในสมองนิดหน่อย อาการยังน่าเป็นห่วง ต้องให้ยากันชักและมอร์ฟีน

“ตามที่ได้คุยกับน้องและคุณหมอเพิ่มเมื่อเช้า จะต้องรื้อฟันออกทั้งหมด และต้องทำการผ่าตัดกราม ตอนนี้ลูกสาวพูดคุยสื่อสารรู้เรื่อง แต่วันแรกน้องจะมีอาการเบลอ ไม่กล้านอน กลัวตัวเองหลับไป เมื่อเช้าน้องบอกว่าปลายมือชานิดหน่อย สลบเป็นระยะ สอบถามลูกสาวว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกเขาไม่รู้เรื่อง มีแต่เพื่อนเล่ามาวาเกิดอะไรขึ้น เพื่อนก็บอกเห็นขวดปามาโดนที่หน้าน้อง แต่ว่าตอนนั้นมันชุลมุนมาก เราก็ต้องมาดูหลักฐานจากคลิปกันอีกทีว่าใครเป็นคนทำ ระหว่างเล่นน้ำ น้องได้ไปเข้าห้องน้ำแถวนั้น เดินออกมาจะถึงเพื่อนอยู่แล้ว ก็เจอขวดพุ่งใส่หน้า ได้ยินเสียงตุ๊บเหมือนระเบิด แล้วน้องก็ภาพตัดไปเลย”

นางกี้ เล่าอีกว่า อยากฝากถึงช่วงเทศกาลแบบนี้ เราจะเห็นเหตุการณ์แบบนี้อยู่ตลอด ไม่อยากให้เกิดเหตุแบบนี้ อยากให้เล่นกันให้มีความสุข อยากให้ติดตามตัวคนกระทำผิด ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่จงใจ อยากให้จับให้ได้ อยากรู้ว่าเขาทำไปเพื่ออะไร คนเขากำลังมีความสุขกัน น้องไม่เคยไม่เรื่องกับใครเลย น้องเรียนอยู่ ม.แม่ฟ้าหลวง ชั้นปีที่ 3 เรียนเสร็จแล้วก็มาอยู่กับแม่ช่วงปิดเทอม เพิ่งขอไปเล่นกับเพื่อน ก็มาเจอเหตุการณ์นี้ขึ้น

ด้าน น.ส.นิว อายุ 22 ปี เพื่อนผู้บาดเจ็บ ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ตนและกลุ่มเพื่อนมาตั้งโต๊ะขายแป้งอยู่ข้างร้านตะวันแดง ขายอยู่ตรงนี้ทุกปี ตอนนั้นก็เกือบจะเที่ยงคืนอยู่แล้ว มีรุ่นพี่รู้จักกันมาจอดรถกระบะอยู่ใกล้ร้านตน เขาก็เต้น เล่นน้ำกันไป สักพักก็มีกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มมาจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เป็นร้านเสริมสวย เพื่อนก็วิ่งมาบอกว่าเขาจะตีกัน เราก็ตกใจก็บอกตีได้ไง ตีกันไม่ได้ แล้วตอนนั้นคนก็เยอะ ชุลมุนกัน หันไปอีกทีก็เห็นวัยรุ่นฝั่งตรงข้ามวิ่งลงมาก่อน ฝั่งด้านเราก็มีรุ่นพี่ไปบอกให้ถอยออกมา เพราะไม่อยากให้มีเรื่องกัน แต่ฝั่งนั้นก็เข้าใส่และโยนขวดเข้ามาในเต็นท์พวกตน ทั้งที่พวกเราไม่รู้เรื่อง กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 ฝั่งตีกันประมาณ 20 คน

ตอนนั้นเพื่อนถูกขวดเบียร์ลอยพุ่งเข้าใส่หน้า ตอนนั้นเพื่อนยืนอยู่ในเต็นท์ เพื่อนไปเข้าห้องน้ำออกมาแล้วก็มายืนเล่นน้ำอยู่ หลังเพื่อนโดนขวดแล้ว ก็วิ่งมาบอกว่ามีเลือดไหล บอกว่าโดนที่ปาก เราก็เข้าใจว่าเพื่อนปากแตก เพื่อนก็อ้าปากให้ดู ก็เห็นว่าฟันหักทั้งแผงเลย จังหวะนั้นเพื่อนก็ว่าหน้ามืดจะเป็นลม เขามึนหัว เพราะเขาเองก็เป็นโรคโลหิตจางด้วย หลังจากนั้นตนก็พาเพื่อนขึ้นเก๋งไปส่ง รพ.กรุงเทพ แล้วก็ส่งตัวต่อไปยัง รพ.ศูนย์อุดรธานี เมื่อเพื่อนถึงมือหมอแล้ว ตนกับแฟนก็ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบกับ นายเอ นามสมมุติ อายุ 30 ปี แฟนหนุ่มของ น.ส.นิว โดยนำชี้จุดที่ น.ส.ยิ่น ยืนอยู่ภายในเต็นท์ที่ตั้งเป็นซุ้มขายของ ยืนยันว่า น.ส.ยิ่น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทะเลาะวิวาท แต่ถูกลูกหลงจากกลุ่มวัยรุ่นจริง เบื้องต้นตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี จะได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหากลุ่มที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาททั้ง 2 กลุ่ม มาทำการสอบปากคำหาตัวผู้กระทำความผิด มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่สุดช้ำ นักศึกษาสาวปี 3 เล่นสงกรานต์ ถูกลูกหลง วัยรุ่นปาขวดใส่หน้า สมองบวม สาหัส

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...