แผนสำรองรัฐบาล น้ำมัน-ปุ๋ย-ปากท้อง หลังสงกรานต์
เมื่อเสียงรื่นเริงของเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ค่อย ๆ เงียบลง สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า ไม่ใช่เพียงการกลับเข้าสู่โหมดทำงานปกติ แต่คือ "วิกฤตโลก" ที่แปรเปลี่ยนชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ
แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า "คุมสถานการณ์ได้" แต่แผนสำรองเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค คือโจทย์ใหญ่ที่คณะรัฐมนตรีต้องเร่ง "ทำทันที" เพื่อไม่ให้พายุเศรษฐกิจโลกพัดถล่มปากท้องคนไทยหลังหยุดยาว
นายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” ย้ำชัดว่า รัฐบาลมอนิเตอร์สถานการณ์ตะวันออกกลาง "นาทีต่อนาที" โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน สิ่งที่น่าสนใจคือ นายกฯ ขอบคุณคนไทยที่ช่วยกันประหยัดพลังงาน
จนปริมาณการใช้ดีเซลลดลงต่ำกว่าที่ผ่านมา ทำให้เรามี "น้ำมันสำรอง" มากขึ้น เพิ่มแต้มต่อในสถานการณ์วิกฤต
ขณะที่แผนรุกในต่างแดน “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ บินด่วนเยือนโอมานเพื่อทำหน้าที่ "นักการทูตพลังงาน" เจรจาขอให้อิหร่านเปิดทางให้เรือสินค้าไทย 9 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซพร้อมปูทางดีลซื้อน้ำมันและก๊าซจากโอมานโดยตรง หากเกิดเหตุฉุกเฉินน้ำมันดิบขาดแคลน
"เราจำเป็นต้องหาทุกช่องทาง เพราะพลังงานกว่า 50% ของไทยต้องผ่านเส้นทางนี้ สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่รัฐบาลต้องทำเพื่อความปลอดภัยของเรือและพลังงานของชาติ"
จากเรื่องน้ำมัน ขยับมาที่ "ต้นทุนการผลิต" ของเกษตรกร “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประสบความสำเร็จในการเจรจากับรัสเซีย ล่าสุด ได้รับไฟเขียวให้นำเข้าปุ๋ยยูเรียราคามิตรภาพ 1 ถึง 2 ล้านตันต่อปี
โดยตั้งเป้าให้เกิด Business Matching และเริ่มส่งออกปุ๋ยล็อตแรกจากรัสเซียถึงไทยได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้
นอกจากรัสเซียแล้ว รัฐบาลยังเตรียมแผนสำรองด้วยการเจรจาซื้อปุ๋ยเพิ่มจากโอมาน เพื่อกระจายความเสี่ยงและรับประกันว่าพี่น้องเกษตรกรไทยจะมีปุ๋ยใช้ในฤดูกาลผลิตใหม่โดยที่ราคาไม่พุ่งสูงจนแบกรับไม่ไหว
ในส่วนของราคาสินค้าอุปโภคบริโภค “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ชูโมเดลทำงานแบบ "คลัสเตอร์" บูรณาการร่วมกับมหาดไทยและอุตสาหกรรม เตรียมเสนอมาตรการดูแลค่าครองชีพเข้า ครม.
สัปดาห์หน้า ทั้งการคุมราคาสินค้าจำเป็นและการขยายโครงการ "ไทยช่วยไทย" ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
ที่น่าจับตาคือการดึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาเป็น "ทีมที่ปรึกษาแก้วิกฤตซ้อนวิกฤต" เจาะลึกตลาดจีน สหรัฐฯ และอินเดีย เพื่อหาตลาดส่งออกใหม่ทดแทนตะวันออกกลางที่ชะงักงัน พร้อมดัน SMEs เข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายในสภาวะเศรษฐกิจตึงตัว
แผนสำรองเหล่านี้สะท้อนว่า รัฐบาลพยายามวางโครงสร้างทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ประเทศไทยยังคงยืนหยัดได้ ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ผันผวน การ "รวมเป็นหนึ่ง" และการทำงานเชิงรุกในทุกมิติคือคำตอบสำคัญที่จะพาคนไทยก้าวข้ามปี 2569 ไปได้อย่างมั่นคง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews