โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” ร่วงหนัก ใกล้เข้าสู่ตลาดหมี จากความเสี่ยงสงครามอิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 15.32 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 08.32 น.

ความเสี่ยงสงครามอิหร่าน-ราคาน้ำมันพุ่ง กดดัน "ตลาดหุ้นเกาหลีใต้" ทำให้ดัชนี Kospi ปรับตัวลงใกล้ระดับตลาดหมี ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูง

วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 13.59 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงอย่างหนัก หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเรื่องเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อาจสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่มีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง

ดัชนี Kospi ปิดตลาดลดลง 4.3% ในวันอังคาร ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์รวมเกือบ 20% ซึ่งถือเป็นระดับที่มักถูกมองว่าเข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bear Market)

หุ้นขนาดใหญ่ของประเทศอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดของเกาหลีใต้ เป็นตัวฉุดตลาดสำคัญ โดยราคาหุ้นทั้งสองบริษัทปรับตัวลดลงมากกว่า 5%

การปรับตัวลงของตลาดสะท้อนให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดที่พึ่งพาการลงทุนด้าน AI อย่างมาก ก่อนเกิดสงครามอิหร่าน ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ถือเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในโลก แต่หลังสงครามเริ่มขึ้น ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลับกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในเดือนมีนาคม เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเงินเฟ้อจะกลับมาเร็วขึ้นและดอกเบี้ยจะสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความสงสัยต่อความยั่งยืนของกระแส AI Boom

Gerald Gan ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Reed Capital Partners ในสิงคโปร์ กล่าวว่า ขณะนี้ความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกอยู่ที่สงครามตะวันออกกลาง หากยังไม่มีสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายต้องการลดความขัดแย้ง ตลาดหุ้นก็มีแนวโน้มอ่อนตัวต่อ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในดัชนี Kospi

นอกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ความกังวลของนักลงทุนยังเพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ของ Google ซึ่งบริษัทระบุว่าสามารถลดการใช้หน่วยความจำในการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้อย่างมาก ซึ่งอาจกระทบต่ออำนาจการตั้งราคาของผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของเกาหลีใต้ หากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ต้องการชิปประสิทธิภาพสูงน้อยลง

Gary Ng นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Natixis กล่าวว่า นักลงทุนกังวลว่าเทคโนโลยี TurboQuant ของ Google อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการชิปหน่วยความจำ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ และในช่วงนี้นักลงทุนอาจต้องเผชิญกับความผันผวนไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะมีความชัดเจนมากขึ้น

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีความผันผวนอย่างมากในปีนี้ โดยมาตรการ circuit breaker ซึ่งเป็นระบบหยุดการซื้อขายเมื่อดัชนีลดลง 8% ถูกใช้ไปแล้ว 2 ครั้งในเดือนนี้ ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในประวัติศาสตร์ และมีความผันผวนใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตโควิดปี 2563

ในเดือนนี้เพียงเดือนเดียว มูลค่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้หายไปประมาณ 739,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้น Kospi มูลค่า 3.8 ล้านล้านวอนในวันอังคาร แต่กลุ่มนักลงทุนรายย่อยและกองทุนในประเทศกลับเข้าซื้อเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ดัชนี Kospi ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...