“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” ร่วงหนัก ใกล้เข้าสู่ตลาดหมี จากความเสี่ยงสงครามอิหร่าน
ความเสี่ยงสงครามอิหร่าน-ราคาน้ำมันพุ่ง กดดัน "ตลาดหุ้นเกาหลีใต้" ทำให้ดัชนี Kospi ปรับตัวลงใกล้ระดับตลาดหมี ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูง
วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 13.59 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงอย่างหนัก หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเรื่องเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อาจสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่มีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง
ดัชนี Kospi ปิดตลาดลดลง 4.3% ในวันอังคาร ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์รวมเกือบ 20% ซึ่งถือเป็นระดับที่มักถูกมองว่าเข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bear Market)
หุ้นขนาดใหญ่ของประเทศอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดของเกาหลีใต้ เป็นตัวฉุดตลาดสำคัญ โดยราคาหุ้นทั้งสองบริษัทปรับตัวลดลงมากกว่า 5%
การปรับตัวลงของตลาดสะท้อนให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดที่พึ่งพาการลงทุนด้าน AI อย่างมาก ก่อนเกิดสงครามอิหร่าน ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ถือเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในโลก แต่หลังสงครามเริ่มขึ้น ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลับกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในเดือนมีนาคม เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเงินเฟ้อจะกลับมาเร็วขึ้นและดอกเบี้ยจะสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความสงสัยต่อความยั่งยืนของกระแส AI Boom
Gerald Gan ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Reed Capital Partners ในสิงคโปร์ กล่าวว่า ขณะนี้ความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกอยู่ที่สงครามตะวันออกกลาง หากยังไม่มีสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายต้องการลดความขัดแย้ง ตลาดหุ้นก็มีแนวโน้มอ่อนตัวต่อ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในดัชนี Kospi
นอกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ความกังวลของนักลงทุนยังเพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ของ Google ซึ่งบริษัทระบุว่าสามารถลดการใช้หน่วยความจำในการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้อย่างมาก ซึ่งอาจกระทบต่ออำนาจการตั้งราคาของผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของเกาหลีใต้ หากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ต้องการชิปประสิทธิภาพสูงน้อยลง
Gary Ng นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Natixis กล่าวว่า นักลงทุนกังวลว่าเทคโนโลยี TurboQuant ของ Google อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการชิปหน่วยความจำ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ และในช่วงนี้นักลงทุนอาจต้องเผชิญกับความผันผวนไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะมีความชัดเจนมากขึ้น
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีความผันผวนอย่างมากในปีนี้ โดยมาตรการ circuit breaker ซึ่งเป็นระบบหยุดการซื้อขายเมื่อดัชนีลดลง 8% ถูกใช้ไปแล้ว 2 ครั้งในเดือนนี้ ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในประวัติศาสตร์ และมีความผันผวนใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตโควิดปี 2563
ในเดือนนี้เพียงเดือนเดียว มูลค่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้หายไปประมาณ 739,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้น Kospi มูลค่า 3.8 ล้านล้านวอนในวันอังคาร แต่กลุ่มนักลงทุนรายย่อยและกองทุนในประเทศกลับเข้าซื้อเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ดัชนี Kospi ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
อ้างอิง : bloomberg.com