สงกรานต์นี้มีลุ้น! พลังงานเล็งลดภาษีน้ำมันช่วยค่าครองชีพ หลังราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งไม่หยุด
ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน เผย สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกยังคงมีความผันผวนสูง จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่ออุปทานพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ วันที่ 27 มีนาคม อยู่ที่กว่า 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นราว 72% จากช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ และเคยพุ่งสูงสุดถึง 240 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ราคาขายปลีกน้ำมันยังทรงตัว โดยดีเซลอยู่ที่ 38.90 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 และ E10 อยู่ที่ 41.05 บาทต่อลิตร ส่วนประเด็นค่าการตลาดที่ถูกตั้งข้อสังเกตนั้น พบว่าในเดือนมีนาคมมีเพียง 2 วันที่ค่าการตลาดปรับสูงขึ้นจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก แต่ค่าเฉลี่ยทั้งเดือนยังต่ำกว่าช่วงก่อนวิกฤต
ด้านปริมาณน้ำมัน ณ วันที่ 27 มีนาคม น้ำมันดีเซลมีการผลิต 85 ล้านลิตร และจำหน่าย 82.3 ล้านลิตร ขณะที่น้ำมันเบนซินผลิต 20 ล้านลิตร แต่มีการจำหน่ายสูงถึง 32 ล้านลิตร สะท้อนความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน กรมธุรกิจพลังงานได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสต็อกน้ำมันของผู้ประกอบการ โดยพบการลักลอบกักเก็บน้ำมันในหลายพื้นที่ ทั้งจังหวัดสระบุรีและพระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในส่วนของมาตรการระยะยาว กระทรวงพลังงานเดินหน้าส่งเสริมการใช้น้ำมัน B20 และ E20 เพื่อลดต้นทุนพลังงานและกระจายความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำมันปาล์มอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงน่าเป็นห่วง โดยมีเงินไหลออกเพื่อชดเชยราคาน้ำมันวันละประมาณ 1.3 พันล้านบาท ส่งผลให้กองทุนติดลบแล้วกว่า 42,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นายวีรพัฒน์ระบุว่า ภาครัฐอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีการใช้พลังงานสูง อาจมีการใช้มาตรการด้านภาษีเข้ามาช่วย เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนให้น้อยที่สุด