โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

มช.จับมือภาคีเครือข่าย นำร่อง “FireMan Tracker” ยกระดับความปลอดภัยอาสาดับไฟป่าในพื้นที่อมก๋อย

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มีนาคม 2569 เวลา 22.55 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จับมือภาคีเครือข่าย นำร่อง “FireMan Tracker” ยกระดับความปลอดภัยอาสาดับไฟป่าในพื้นที่อมก๋อย

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยสำนักบริการวิชาการ (UNISERV) และศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCDC) เดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และหน่วยงานในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินโครงการนำร่อง “FireMan Tracker” เทคโนโลยีสื่อสารเพื่อเสริมสมรรถนะการทำงานและความปลอดภัยของอาสาดับไฟป่า โดยมีผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้แทนมูลนิธิฯ และผู้บริหารส่วนราชการในพื้นที่ร่วมลงนาม เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ณ ที่ว่าการอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

โดยความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในบริบทของอำเภออมก๋อย ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและพื้นที่ป่าเป็นสัดส่วนมาก ส่งผลให้การสื่อสารในภารกิจดับไฟป่ามีข้อจำกัดจากสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่ครอบคลุม อันเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม

โครงการ “FireMan Tracker” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ด้วยการนำเทคโนโลยี LoRa Mesh มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบสื่อสารในพื้นที่อับสัญญาณ โดยเป็นการผสานเทคโนโลยี LoRa (Long Range) ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ในระยะไกลและใช้พลังงานต่ำ เข้ากับระบบเครือข่ายแบบ Mesh ที่อุปกรณ์แต่ละจุดสามารถรับ–ส่งสัญญาณต่อกันเป็นทอด ๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงข่ายหลัก ทำให้เกิดเครือข่ายสื่อสารแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Network) ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเส้นทางการสื่อสารได้อัตโนมัติ (Self-Healing) และยังคงทำงานได้แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หรืออินเตอร์เน็ต

ภายใต้ระบบดังกล่าว เจ้าหน้าที่ภาคสนามจะใช้อุปกรณ์ “FireMan Tracker” เพื่อติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ โดยข้อมูลจะถูกส่งผ่านเครือข่าย LoRa Mesh ไปยังศูนย์ควบคุม และแสดงผลผ่านระบบ Cloud บน Dashboard หรือ Mobile Application ช่วยให้ผู้บัญชาการสามารถมองเห็นภาพรวมของสถานการณ์และบริหารจัดการภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ระบบยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม เพื่อสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจในสถานการณ์จริงได้อย่างแม่นยำ

ในระยะเริ่มต้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ดำเนินการออกแบบและติดตั้งโครงข่ายในพื้นที่นำร่อง โดยวางสถานีหลัก (Base Station) และจุดทวนสัญญาณ (Repeater) ในตำแหน่งที่เหมาะสมตามสภาพภูมิประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การปฏิบัติงานและลดข้อจำกัดจากสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ

นับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการบูรณาการองค์ความรู้กับภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สะท้อนแนวทาง “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้แก้ไขปัญหาจริงในพื้นที่ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของชุมชนในระยะยาว ทั้งร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารในพื้นที่ห่างไกล แต่ยังเป็นต้นแบบของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และต่อยอดสู่การขยายผลในพื้นที่เสี่ยงอื่น ๆ ของประเทศต่อไปจนยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...