โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงกรานต์’69 เทศกาลครึกครื้นที่ปีนี้อาจเงียบสงบ?

WeR NEWS

เผยแพร่ 13 เม.ย. เวลา 23.00 น.

ระหว่างที่บทความนี้ส่งตรงถึงมือท่านผู้ชมก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงครึ่งทางของช่วงหยุดยาววันสงกรานต์ประจำปีนี้แล้ว หลายท่านอาจจะกำลังพักผ่อนอยู่บ้าน บางท่านอาจจะกำลังเดินทางท่องเที่ยวหรือกำลังจะออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ดับความร้อนในช่วงเย็น ไม่ว่าท่านจะทำอะไรอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้รับผลกระทบและกำลังเจอเหมือน ๆ กัน คือ ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในรอบหลายสิบปี และส่งให้ราคาสินค้า การดำเนินชีวิตประจำวันมีต้นทุนที่สูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้การใช้ชีวิตยากลำบากและมีความเสี่ยงมากขึ้น

นักวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายคนออกมาเตือนว่าวิกฤตครั้งนี้จะส่งผลกระทบลากยาวอย่างน้อย 2 ปี และจะน่ากลัวกว่าวิกฤตครั้งไหน ๆ แม้แต่วิกฤตต้มยำกุ้งก็มิอาจเทียบเท่า เพราะพลังงานเป็นพื้นฐานของทุกอย่างในชีวิต หรือพูดง่าย ๆ คือ ชีวิตเราจะขับเคลื่อนได้ก็ด้วยพลังงาน เอาแค่ตื่นนอนมาเราก็ต้องเปิดพัดลม เปิดไฟ เปิดแอร์ ขับรถออกไปทำงาน เพียงแค่นี้หากเราไร้ซึ่งพลังงานหรือเข้าถึงแหล่งต้นทุนทางพลังงานยาก ความยากลำบากในชีวิตก็เพิ่มขึ้นเท่าตัวแล้ว

เช่นเดียวกับสงกรานต์ในปีนี้ ศูนย์วิจัยและสมาคมต่าง ๆ ล้วนออกมาวิเคราะห์ไปในทางเดียวกันว่า เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวคงไม่คึกคักเหมือนปีก่อน ๆ เพราะคนจำนวนมากเลือกเก็บตัวอยู่บ้านหรือหันมาเที่ยวใกล้บ้านแทน เพื่อประหยัดเงิน ประหยัดน้ำมันไว้รองรับกับความผันผวนที่ไม่แน่นอนในอนาคต

ไล่มาตั้งแต่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ออกมาเปิดเผยผลสำรวจจากการสอบถามประชาชนเกี่ยวกับการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยพบว่า เกือบ 60% เลือกไม่ไปเล่นน้ำสงกรานต์ในปีนี้ 38.7% ลดงบเดินทาง และ 32.5% ลดการใช้จ่ายโดยรวม ขณะเดียวกันผลสำรวจยังบ่งชี้ว่ากลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งเลือกฉลองเทศกาลด้วยการกินข้าวนอกบ้านแทน ที่สำคัญศูนย์ฯ ยังพยากรณ์ว่า เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะหดตัวลงจากปีที่แล้วถึง 3.7% มีเงินสะพัดรวมเพียง 129,649 ล้านบาท

สอดคล้องกับผลสำรวจของนิด้าโพล ที่เปิดเผยว่า คนไทยมากกว่าครึ่งหรือถึง 57.56% ไม่มีแผนเดินทางช่วงสงกรานต์ 14.80% ยกเลิกการท่องเที่ยว และเหลือเพียง 12.06% ที่ระบุว่ายังเที่ยวตามแผนที่วางไว้ นอกจากนั้นกว่า 31.76% ยังตื่นตระหนกกับวิกฤตน้ำมัน และ 17.71% ที่ยอมรับว่า ตื่นตระหนกมาก มีเพียง 23.89% ที่ไม่ตื่นตระหนกเลย

เช่นเดียวกับผลสำรวจของดุสิตโพลที่ความเห็นออกไปในทางเดียวกัน หลังประชาชนกว่า 51.42% เลือกหันหลังเก็บตัวงอเข่าอยู่กับบ้านมากกว่าออกไปจับจ่ายท่ามกลางวิกฤตความผันผวนที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ และเกือบ 40% เลือกงดเดินทางไกล ไม่กลับภูมิลำเนา โดยปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเช่นนี้มากที่สุดก็มาจากเรื่องวิกฤตพลังงาน น้ำมันแพง ที่เป็นสาเหตุหลักอันดับแรกถึง 55.66% รองลงมา 49.53% เป็นค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น และตามด้วยปัญหาเรื่องสภาพอากาศที่ส่งผลให้ประชาชนเลือกอยู่กับบ้านแทนออกไปเที่ยวในช่วงสงกรานต์

ด้านนายกสมาคมโรงแรมไทย ก็วิเคราะห์ไปทางเดียวกันว่า ผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันแพง ทำให้คนจำนวนมากเลือกเที่ยวใกล้ ๆ หรืออยู่บ้านแทน เพราะกลัวว่าหากไปเที่ยวไกล อาจไม่มีน้ำมันเติม หรือต่อให้มี ค่าน้ำมันก็ยังแพงขึ้นมากไม่สอดคล้องกับบรรยากาศการเที่ยวมากนัก

จากฉากทัศน์การคาดเดาของนักวิเคราะห์เศรษฐกิจและผลโพลหลายแห่งทำให้เห็นได้ชัดว่าสงกรานต์ปีนี้คงเงียบกว่าปีที่แล้วแน่ ๆ ยิ่งเมื่อบวกกับสภาพอากาศที่ร้อนสุดขั้ว ภาคเหนือฝุ่นก็เยอะ สถานการณ์บ้านเมืองก็ไม่ปกติ เพราะรัฐบาลชุดใหม่เพิ่งเข้ามามีอำนาจเต็มได้ไม่กี่วัน งบประมาณและนโยบายยังไม่ส่งลงมาถึงระดับล่างอย่างเต็มที่ ผลพวงทั้งหมดยิ่งอาจทำให้สงกรานต์ปีนี้คึกคักแบบโตน้อยลง หรือเป็นการคึกคักเฉพาะจุดสำคัญ ๆ ที่มีการเล่นน้ำเป็นประจำทุกปีเท่านั้น

อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่า คือ ช่วงหลังสงกรานต์ ที่จะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นแบบ Long Period หรือคือ การไม่มีฤดูกาลท่องเที่ยวแบบลากยาวไม่มีแตะเบรก เพราะกว่าจะมีวันหยุดยาว ๆ จริงจังอีกทีก็คือ ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ที่อาจได้หยุดยาว 4 – 5วัน ติดอีกครั้ง ซึ่งจะยิ่งทำให้คนใช้จ่ายน้อยลง เม็ดเงินในเศรษฐกิจเปราะบางมากขึ้น แม้อาจจะมีโครงการคนละครึ่งมากระตุ้น แต่หลายฝ่ายก็เชื่อกันว่าจะเป็นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา คือ กระตุ้นได้แค่ระยะสั้น ๆ มีเม็ดเงินไหลเข้าระบบเศรษฐกิจเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะเมื่อดูระยะยาวแล้ว สายป่านในการกระตุ้นของภาครัฐและการจับจ่ายของภาคประชาชนยังยาวไม่พอที่จะดันเศรษฐกิจไทยกลับสู่กรอบที่ควรจะเป็น

สงกรานต์ปีนี้หลายคนจึงอาจไม่ขออะไรมาก เพียงแค่ให้สุขภาพแข็งแรง มีงานทำ และอยู่รอดจากวิกฤตพลังงานไปได้อย่างประคองตัวก็น่าจะเพียงพอแล้ว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...