ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่ง นักลงทุนยังหวังสงครามสหรัฐ-อิหร่านคลี่คลาย
ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ท่ามกลางความคาดหวังของนักลงทุนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐและอิหร่าน อาจมีแนวโน้มคลี่คลายลงในระยะข้างหน้า แม้ว่าการเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์จะไม่ประสบผลสำเร็จก็ตาม
ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% หลังจากบรรยากาศการซื้อขายช่วงต้นวันค่อนข้างซบเซา ก่อนจะฟื้นตัวในช่วงบ่าย ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า อิหร่านมีความต้องการทำข้อตกลง แต่สหรัฐจะไม่ยอมรับเงื่อนไขใดที่เปิดทางให้เตหะรานครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐประกาศให้กองทัพดำเนินมาตรการปิดล้อมเรือที่ออกจากท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการขู่จะดำเนินการต่อท่าเรือของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย หลังการเจรจายุติสงครามล้มเหลว
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบที่ลดช่วงบวกลงและปิดต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วยบรรเทาความกังวลของตลาด โดย Austan Goolsbee ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาชิคาโก ระบุว่า ตลาดน้ำมันล่วงหน้าสะท้อนความคาดหวังว่าการปรับขึ้นของราคาน้ำมันจะเป็นเพียงระยะสั้น ซึ่งจะจำกัดผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,218.25 จุด เพิ่มขึ้น 301.68 จุด หรือ 0.63% ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.02% ปิดที่ 6,886.24 จุด และ Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 1.23% ปิดที่ 23,183.74 จุด อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซื้อขายยังอยู่ในระดับเบาบางเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 20 วัน
ด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงต้นการซื้อขาย หลังสหรัฐประกาศมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานโลก เพิ่มขึ้น 7% อยู่ที่ 102.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐปรับขึ้น 8% แตะระดับ 104.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำปรับตัวลดลงจากแรงกดดันของค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และความกังวลด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านล้มเหลว โดยราคาทองสปอตลดลง 0.3% อยู่ที่ 4,734.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐปิดลดลง 0.4% ที่ระดับ 4,767.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์