โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จับตาซัมมิต ‘ทรัมป์-สี’ ท่ามกลางความท้าทายโลก

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ทั่วโลกจับตาการพบกันระหว่าง “สี จิ้นผิง” และ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่กรุงปักกิ่ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนระหว่างประเทศ และความท้าทายระดับโลก ขณะจีนย้ำความร่วมมือและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ คือหนทางที่ถูกต้องของสองมหาอำนาจโลก

กรุงปักกิ่งของจีน เตรียมเป็นสถานที่จัดการพบปะทางการทูตครั้งสำคัญของปี 2269 เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เตรียมเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรก นับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะให้การต้อนรับทรัมป์ในจีนเป็นครั้งที่ 2 นับจากการพบกันครั้งล่าสุดเมื่อเกือบหนึ่งทศวรรษก่อน

ทรัมป์-สี

ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ซับซ้อนและความท้าทายร่วมกัน หลายฝ่ายจับตาว่า ผู้นำทั้งสองจะจัดการความแตกต่างระหว่างกันอย่างไร และจะนำพาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ไปในทิศทางใด

สี เคยกล่าวกับทรัมป์ระหว่างการพบกันที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ เมื่อเดือนต.ค. 2568 ว่า ทั้งคู่เป็นผู้ควบคุมทิศทางของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ พร้อมเปรียบความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเป็น “เรือลำใหญ่” ที่ต้องช่วยกันนำพาให้เดินหน้าอย่างมั่นคง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การทูตระดับผู้นำมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ โดยหลังทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สีได้สนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์รวม 5 ครั้ง เพื่อหารือทั้งประเด็นทวิภาคี และสถานการณ์โลกที่สำคัญ

ทั้งสองพบกันครั้งแรกในปี 2560 ระหว่างการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับรัฐ โดยเดือนเม.ย.ปีเดียวกัน สี และเผิง ลี่หยวน ภริยา เดินทางเยือนบ้านพักมาร์อาลาโกของทรัมป์ ในรัฐฟลอริดา ซึ่งผู้นำจีนกล่าวระหว่างหารือว่า “มีเหตุผลนับพันที่จะทำให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ประสบความสำเร็จ แต่ไม่มีเหตุผลใดที่จะทำลายความสัมพันธ์ดังกล่าว”

ต่อมาในเดือนพ.ย. 2560 ทรัมป์เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง โดยสี ให้การต้อนรับด้วยพิธีการพิเศษ และพาผู้นำสหรัฐเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้าม รวมถึงพระตำหนักสำคัญต่างๆ ที่สะท้อนแนวคิดเรื่อง “ความปรองดอง” ของวัฒนธรรมจีน

ระหว่างการสนทนาดื่มชา ทรัมป์ยังเปิดวิดีโอของอาราเบลลา คุชเนอร์ หลานสาว ซึ่งร้องเพลง และท่องบทกวีภาษาจีนกลางให้สีจิ้นผิงชม จนกลายเป็นกระแสไวรัลในจีน

ทรัมป์-สี

รายงานระบุว่า ปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวช่วยสร้างมิตรภาพระหว่างผู้นำทั้งสอง เปิดช่องทางให้เข้าใจกันมากขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ถลำสู่การเผชิญหน้า

เดนิส ไซมอน นักวิชาการอาวุโสของสถาบันควินซี มองว่า ความสำคัญของการพบกันครั้งนี้ อาจไม่ได้อยู่ที่การบรรลุข้อตกลงใหญ่โต แต่เป็นบททดสอบว่าจีน และสหรัฐ จะสามารถสร้างดุลยภาพร่วมกันได้หรือไม่

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับ “ลี่ชุน” หรือวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิตามปฏิทินจีน สีได้สนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์ พร้อมกล่าวว่า เขาหวังจะทำงานร่วมกับทรัมป์เพื่อนำพา“เรือลำใหญ่” ของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ให้ฝ่าคลื่นลม และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกมากขึ้น

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ปี 2569 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของทั้งสองประเทศ โดยจีนเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ขณะที่สหรัฐเตรียมฉลองครบรอบ 250 ปี การก่อตั้งประเทศ และทั้งสองประเทศยังจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสำคัญระดับโลก ทั้งเอเปคที่เมืองเซินเจิ้น และจี20 ที่เมืองไมอามี

ทรัมป์-สี

นอกจากประเด็นไต้หวันและการค้าแล้ว ผู้สังเกตการณ์ยังมองว่า จีน และสหรัฐจำเป็นต้องร่วมมือกันในหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปราบปรามยาเสพติด และปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ

สีระบุว่า ความร่วมมือเล็กๆ จำนวนมากล้วนมีความสำคัญในระยะยาว พร้อมย้ำว่า “สำหรับจีนและสหรัฐ การทำสิ่งที่ดีนั้นถูกต้องเสมอ และการทำสิ่งที่ผิดนั้นเลวร้ายเสมอ ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...