จับตาซัมมิต ‘ทรัมป์-สี’ ท่ามกลางความท้าทายโลก
ทั่วโลกจับตาการพบกันระหว่าง “สี จิ้นผิง” และ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่กรุงปักกิ่ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนระหว่างประเทศ และความท้าทายระดับโลก ขณะจีนย้ำความร่วมมือและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ คือหนทางที่ถูกต้องของสองมหาอำนาจโลก
กรุงปักกิ่งของจีน เตรียมเป็นสถานที่จัดการพบปะทางการทูตครั้งสำคัญของปี 2269 เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เตรียมเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรก นับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะให้การต้อนรับทรัมป์ในจีนเป็นครั้งที่ 2 นับจากการพบกันครั้งล่าสุดเมื่อเกือบหนึ่งทศวรรษก่อน
ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ซับซ้อนและความท้าทายร่วมกัน หลายฝ่ายจับตาว่า ผู้นำทั้งสองจะจัดการความแตกต่างระหว่างกันอย่างไร และจะนำพาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ไปในทิศทางใด
สี เคยกล่าวกับทรัมป์ระหว่างการพบกันที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ เมื่อเดือนต.ค. 2568 ว่า ทั้งคู่เป็นผู้ควบคุมทิศทางของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ พร้อมเปรียบความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเป็น “เรือลำใหญ่” ที่ต้องช่วยกันนำพาให้เดินหน้าอย่างมั่นคง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การทูตระดับผู้นำมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ โดยหลังทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สีได้สนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์รวม 5 ครั้ง เพื่อหารือทั้งประเด็นทวิภาคี และสถานการณ์โลกที่สำคัญ
ทั้งสองพบกันครั้งแรกในปี 2560 ระหว่างการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับรัฐ โดยเดือนเม.ย.ปีเดียวกัน สี และเผิง ลี่หยวน ภริยา เดินทางเยือนบ้านพักมาร์อาลาโกของทรัมป์ ในรัฐฟลอริดา ซึ่งผู้นำจีนกล่าวระหว่างหารือว่า “มีเหตุผลนับพันที่จะทำให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ประสบความสำเร็จ แต่ไม่มีเหตุผลใดที่จะทำลายความสัมพันธ์ดังกล่าว”
ต่อมาในเดือนพ.ย. 2560 ทรัมป์เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง โดยสี ให้การต้อนรับด้วยพิธีการพิเศษ และพาผู้นำสหรัฐเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้าม รวมถึงพระตำหนักสำคัญต่างๆ ที่สะท้อนแนวคิดเรื่อง “ความปรองดอง” ของวัฒนธรรมจีน
ระหว่างการสนทนาดื่มชา ทรัมป์ยังเปิดวิดีโอของอาราเบลลา คุชเนอร์ หลานสาว ซึ่งร้องเพลง และท่องบทกวีภาษาจีนกลางให้สีจิ้นผิงชม จนกลายเป็นกระแสไวรัลในจีน
รายงานระบุว่า ปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวช่วยสร้างมิตรภาพระหว่างผู้นำทั้งสอง เปิดช่องทางให้เข้าใจกันมากขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ถลำสู่การเผชิญหน้า
เดนิส ไซมอน นักวิชาการอาวุโสของสถาบันควินซี มองว่า ความสำคัญของการพบกันครั้งนี้ อาจไม่ได้อยู่ที่การบรรลุข้อตกลงใหญ่โต แต่เป็นบททดสอบว่าจีน และสหรัฐ จะสามารถสร้างดุลยภาพร่วมกันได้หรือไม่
เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับ “ลี่ชุน” หรือวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิตามปฏิทินจีน สีได้สนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์ พร้อมกล่าวว่า เขาหวังจะทำงานร่วมกับทรัมป์เพื่อนำพา“เรือลำใหญ่” ของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ให้ฝ่าคลื่นลม และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกมากขึ้น
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ปี 2569 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของทั้งสองประเทศ โดยจีนเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ขณะที่สหรัฐเตรียมฉลองครบรอบ 250 ปี การก่อตั้งประเทศ และทั้งสองประเทศยังจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสำคัญระดับโลก ทั้งเอเปคที่เมืองเซินเจิ้น และจี20 ที่เมืองไมอามี
นอกจากประเด็นไต้หวันและการค้าแล้ว ผู้สังเกตการณ์ยังมองว่า จีน และสหรัฐจำเป็นต้องร่วมมือกันในหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปราบปรามยาเสพติด และปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ
สีระบุว่า ความร่วมมือเล็กๆ จำนวนมากล้วนมีความสำคัญในระยะยาว พร้อมย้ำว่า “สำหรับจีนและสหรัฐ การทำสิ่งที่ดีนั้นถูกต้องเสมอ และการทำสิ่งที่ผิดนั้นเลวร้ายเสมอ ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม”
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ประชุมสุดยอด ‘ทรัมป์-สี’ คาดหารือ 'อิหร่าน-การค้า-นิวเคลียร์-AI'
- 'สี จิ้นผิง' พร้อมทำงานร่วมกับ 'ทรัมป์' สานสัมพันธ์ 'จีน-สหรัฐ' เดินหน้ามั่นคง
- 'ทรัมป์-สี จิ้นผิง' เจรจาชื่นมื่น ชูการสื่อสารสำคัญ ต่อความสัมพันธ์ 2 ฝ่าย
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg