“ดร.โจ” ลาออก สส. สู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. รับ เสียดายตำแหน่ง สส. แต่ ถือเป็นประตูบานใหม่ให้ตัวเอง-คน กทม.
“ดร.โจ” ลาออก สส. สู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. รับ เสียดายตำแหน่ง สส. แต่ ถือเป็นประตูบานใหม่ให้ตัวเอง-คน กทม. เชื่อองคาพยพ ปชน.ที่มี จะพัฒนากรุงเทพให้เป็นมากกว่ากรุงเทพได้ ชม “ชัชชาติ” ทำได้ดี แต่ไม่สามารถผลักดันวาระกรุงเทพมหานครได้
วันที่ 6 พ.ค. 69 ที่ รัฐสภา นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.พร้อมด้วย นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อลำดับถัดไป แถลงข่าวถึงการลาออกของนายชัยวัฒน์ จากตำแหน่ง สส. เพื่อเตรียมตัวลงสมัครผู้ว่าฯกรุงเทพฯ
โดยนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้มาดำเนินการลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งส่วนตัวรู้สึกเสียดาย เพราะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ขณะนี้ประตูบานใหม่กำลังเปิดโอกาสให้กับประชาชนคนกรุงเทพ ซึ่งพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าการมาลงสมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครไม่ใช่เรื่องง่าย เรามีกระบวนการคัดเลือกที่ยาวนานและรอบคอบสุดท้ายพรรคประชาชนก็ตัดสินใจส่งตนลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ เพราะตนก็ให้ความสำคัญกับสนามกรุงเทพจริงๆ ไม่เช่นนั้นตนคงไม่ถึงขั้นลาออกจาก สส. เพราะตนก็รู้สึกผูกพันกับการเป็นผู้แทนแต่มุมหนึ่งก็ไม่ต่างไปจากเดิมที่เป็นตัวแทนของคนกรุงเทพ ที่รับมอบฉันทามติและความหวังของคนกรุงเทพฯที่จะมาทำงานได้อีกทางหนึ่ง
เมื่อถามว่ามีอะไรจะฝากถึงนายกรุณพลที่ต้องมารับไม้ต่อหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า รู้จักกันดีและร่วมงานกันมาโดยตลอดไม่ต้องฝากอะไรเยอะ ตนยินดีมากๆ ที่สภาจะได้มีนายกรุณพลเข้ามาเป็น สส. ซึ่งเราก็พูดคุยประสานงานกันมาโดยตลอดอยู่แล้ว แม้ตนเองจะออกจากสภาแห่งนี้ไปแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชนก็ยังดำเนินต่อไปอย่างไร้รอยต่อ เพราะเราทำงานกันเป็นทีมมีความสามัคคีร่วมมือร่วมใจกัน
เมื่อถามว่าการเมืองแบบ สส.และแบบผู้ว่าฯ แตกต่างกันและการเลือกตั้งครั้งนี้ก็มีความเสี่ยงเรื่องคู่แข่ง นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ถ้าหากไม่มีปัญหาไม่มีความซับซ้อนเรื่องของคดี 44 สส. คนที่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.คงไม่ใช่ตนเอง แต่ เป็นนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แต่เมื่อคดี 44 สส. ยังไม่มีความชัดเจนว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร จะส่งนายวิโรจน์ พรรคประชาชนก็คิดว่าไม่ควร เพราะมีความไม่แน่นอนในหลายอย่าง ที่ผ่านมาการเมืองมีความไม่แน่นอน ทำให้พรรคตัดสินใจเลือกตนเองที่เสนอตัวลงสมัคร จนมาถึงวันเปิดตัวเมื่อวานนี้
นายกรุณพล กล่าวเสริมว่า การคัดเลือกผู้สมัครผู้ว่ากทม.ของพรรคประชาชนไม่ใช่มีแค่คนในแต่มีคนนอกเข้ามาร่วมด้วย ทางพรรคก็ดูนโยบายหลัก นโยบายส่วนตัว และการทำงานร่วมกันของ สก.เดิมและ สก.ใหม่ รวมถึงสส.กทม. ของพรรคประชาชน เพราะกรุงเทพมหานครไม่ใช่เพียงพื้นที่ปกครองพิเศษที่เราจะทำงานอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่รอยต่อที่อาจจะต้องทำงานประสานความร่วมมือระหว่างจังหวัดปริมณฑล ประจวบเหมาะกับนายวิโรจน์มีคดี 44 สส. ทำให้มีความกังวลว่าหากเราได้มีโอกาสดูแลกรุงเทพ ถึงเวลานั้นมีคำพิพากษาออกมาอาจจะสร้างการเสียโอกาสหรือเกิดปัญหาใดๆในอนาคตได้ จึงเอาคนที่น่าจะสื่อสารได้ดี มีความรู้ความสามารถ และเหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของกรุงเทพ คนใหม่
ที่ผ่านมานายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ทำผลงานได้ดีมากๆ แต่นายชัชชาติเพียงคนเดียวไม่สามารถผลักดันวาระกรุงเทพมหานครได้ ไม่ใช่แค่การแก้เส้นเลือดฝอย แต่ปัญหาหลักของกรุงเทพก็คือเส้นเลือดใหญ่ และการใช้งบประมาณที่มีข้อสงสัยในหลายครั้ง รวมถึงนายชัชชาติ ก็ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง แต่พรรคประชาชนเรามี สส.ทั้ง 33 เขต และยังมีผู้สมัคร สก.ครั้งที่แล้ว 10 กว่าเสียง ทั้งนี้ คาดหวังว่าจะได้สก.ครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 30 เสียง เพื่อผลักดันประเด็นที่สำคัญ แต่ถ้ามีสก. แต่ไม่มีผู้ว่าฯ หรือมีผู้ว่าฯแต่ไม่มี สก. ก็ทำให้เห็นแล้วว่าที่ผ่านมาการผลักดันต่าง ๆ เกิดข้อขัดแย้ง และไม่สามารถที่จะผลักดัน พัฒนากรุงเทพให้เป็นกรุงเทพของทุกคนได้ ครั้งนี้จึงเชื่อว่าการที่เรามีผู้ว่ากรุงเทพมหานครรวมถึง สก.ที่เกินครึ่ง จะช่วยผลักดันวาระของประชาชนในกรุงเทพ รวมถึงยังมีสส.อีก 33 คน ที่สามารถแก้ไขกฎหมายใหญ่ ที่เป็นอุปสรรคของกรุงเทพฯ ก็จะเป็นการทำงานแบบไร้รอยต่อ
“ ไม่ใช่แค่สก. ไม่ใช่แค่สส. 33 คน ในกรุงเทพ เรายังรวมถึง สส.ทั้งหมดทีมบริหารทีมนโยบายของพรรคด้วย เพราะเชื่อว่าองคาพยพทั้งหมดของพรรคประชาชน รวมถึงเครือข่ายทั่วประเทศพร้อมที่จะเข้ามาทำงานท้องถิ่นเพื่อเป็นที่ประจักษ์ให้ทุกคนได้เห็นไม่ใช่แค่จังหวัดลำพูนที่เปลี่ยนไป เพราะยังเห็นภาพไม่ชัดเพียงพอมีผู้แทนแค่ 2 คน และนายกอบจ. 1 คนเท่านั้น แต่ครั้งนี้ถ้าหากเราได้ดูแลกรุงเทพมหานครนอกจากผู้ว่าฯทีมสก.ทีม สส. ยังมีทีมของพรรคประชาชนทั้งพรรคที่จะมาขับเคลื่อนกรุงเทพให้เป็นตัวอย่าง ว่าถ้าคนกรุงเทพฯพัฒนาได้โดยพรรคประชาชน ประเทศไทยจะพัฒนาได้มากขนาดไหน”
เมื่อถามถึงความมั่นใจในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพฯ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การแข่งในสนามนี้ไม่ง่าย เรารู้ดีอยู่แล้ว และทราบดีว่า นายชัชชาติได้รับความพึงพอใจเป็นอย่างมากจากประชาชนกรุงเทพ แต่เราก็คาดหวังที่จะชนะ ไม่เช่นนั้นพรรคคงไม่ส่งตนเองลงสมัครแข่งขัน เพราะเรามีเจตจำนงที่จะต้องทำกรุงเทพให้มากกว่ากรุงเทพ จึงต้องนำเสนอวาระให้คนกรุงเทพฯได้เป็นทางเลือก เพราะการเลือกตั้งทุกครั้งเป็นโอกาสที่ประชาชนได้รับทางเลือกใหม่ ทางเลือกของการเปลี่ยนแปลงโอกาสที่ดีขึ้น นี่คือสิ่งที่พรรคประชาชนอยากนำเสนอวาระของกรุงเทพมหานครว่า กรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองหลวงแบบไหนให้กับคนกรุงเทพ จะมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนกรุงเทพอย่างไร อยากจะเสนอวาระนี้มากกว่าการจะบอกว่าเลือกชัยวัฒน์เป็นผู้ว่า หรือเลือกใครเป็นผู้ว่า และทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ง่ายขึ้นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนกรุงเทพ เป็นสิ่งที่คนกรุงเทพฯควรจะได้รับ และส่งมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับคนกรุงเทพ
เมื่อถามว่า สส.33เขต จะมีผลให้ได้ สก.ทั้ง 50 เขตหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า อาจจะไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเพราะคนกรุงเทพฯ เวลาเลือกใช้ปัจจัยหลายอย่างในการตัดสินใจ สส.ที่เรามีทั้ง 33 เขต คนกรุงเทพได้มอบความไว้วางใจแล้วจึงตอบแทนความไว้ใจด้วยการส่งตนเองลงสมัครผู้ว่าฯในครั้งนี้