โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จดหมายประเมินภาษี ถึงบ้านหรือยัง? ถือโฉนด “ที่ดินเปล่า” มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายเท่าไหร่

Thairath Money

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์หลายคน จะได้รับ “หนังสือแจ้งการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ประจำปี 2569 โดยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสำนักงานเขต แต่ละพื้นที่ กำลังทยอยส่งตรง ถึงมือเจ้าของกรรมสิทธิ์ หลังจากภาครัฐมีมติเลื่อนกรอบเวลาขยับออกไป 1 เดือน เพื่อจัดระเบียบข้อมูลให้แม่นยำยิ่งขึ้น

สำหรับกลุ่มผู้ถือครอง “ที่ดินเปล่า” หรือที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่ยังไม่ได้นำมาทำประโยชน์ ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือกลุ่มที่ต้องแบกรับอัตราภาษีในสัดส่วนที่สูงและมีเงื่อนไขซับซ้อนกว่าที่ดินประเภทอื่น แม้ว่าหลายท่านจะพอคุ้นเคยกับโครงสร้างภาษีที่ดินรูปแบบใหม่นี้มาบ้างแล้ว นับตั้งแต่เริ่มประกาศใช้ทดแทนภาษีโรงเรือนและที่ดินแบบเดิมเมื่อปี 2563

แต่การเปลี่ยนแปลงเชิงรายละเอียด โดยเฉพาะไทม์ไลน์ในปี 2569 และกลไกการคำนวณแบบขั้นบันได ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบความถูกต้องอย่างถี่ถ้วน เพื่อรักษาสิทธิ์และวางแผนบริหารจัดการต้นทุนสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใครคือผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่แท้จริง?

กลไกของกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะพิจารณาจัดเก็บภาษีตามมูลค่าของทรัพย์สินเป็นหลัก โดยหน่วยงานส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล อบต. สำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือศาลาว่าการเมืองพัทยา จะเป็นผู้รับผิดชอบจัดเก็บเพื่อนำเงินไปพัฒนาท้องถิ่นนั้นๆ

สิ่งที่ต้องเน้นย้ำให้ชัดเจนคือ ข้อบังคับนี้จะพิจารณาจาก “ความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ณ วันที่ 1 มกราคมของปีภาษีนั้นๆ” โดยยึดตามชื่อที่ปรากฏอยู่บนโฉนดที่ดินเป็นสำคัญ ไม่เกี่ยวข้องกับชื่อในทะเบียนบ้านแต่อย่างใด

  • หากมีชื่อร่วมกันในโฉนดหลายคน ทุกคนกฎหมายกำหนดให้ต้องร่วมกันรับผิดชอบค่าภาษี
  • ในกรณีที่เจ้าของที่ดินและเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินผืนนั้นเป็นคนละคนกัน ภาระภาษีจะถูกแยกส่วนประเมินตามรายชื่อที่ระบุในแต่ละโฉนด

อัปเดตไทม์ไลน์ภาษีปี 2569 ขยับกำหนดการและสิทธิ์การผ่อนชำระที่ควรรู้

การประกาศขยายเวลาของภาครัฐในรอบปี 2569 นี้ ส่งผลให้กิจกรรมทางภาษีขยับจากกรอบเวลาเดิมออกไป 1 เดือนเต็ม ซึ่งส่งผลต่อการบริหารกระแสเงินสดของเจ้าของที่ดินโดยตรง โดยมีกำหนดการสำคัญดังต่อไปนี้

ขั้นตอนการแจ้งประเมินภาษี จากเดิมที่ต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนเมษายน ขยับมาเป็นภายในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งก็คือช่วงเวลาปัจจุบันที่จดหมายประเมินกำลังทยอยส่งออก

กำหนดการชำระภาษี จากเดิมต้องจ่ายภายในเดือนมิถุนายน ถูกเลื่อนออกไปเป็นภายในเดือนกรกฎาคม 2569

สำหรับผู้ที่มียอดภาษีสูงและต้องการใช้สิทธิ์ผ่อนชำระ กฎหมายยังคงอนุญาตให้แบ่งจ่ายได้ 3 งวดโดยไม่มีดอกเบี้ย แต่ต้องปฏิบัติตามกรอบเวลาใหม่ คือ

  • งวดที่ 1 ต้องชำระภายในเดือนกรกฎาคม 2569
  • งวดที่ 2 ชำระภายในเดือนสิงหาคม 2569
  • และงวดที่ 3 ชำระภายในเดือนกันยายน 2569

ส่วนกระบวนการแจ้งเตือนสำหรับผู้ค้างชำระภาษี ท้องถิ่นจะเริ่มดำเนินการส่งจดหมายแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

เจาะลึกอัตราภาษี “ที่ดินรกร้างว่างเปล่า” ปีแรก และมาตรการเพิ่มโทษทุก 3 ปี

ทั้งนี้ ในบรรดาที่ดินทั้ง 4 ประเภทตามกฎหมาย (เกษตรกรรม, อยู่อาศัย, พาณิชยกรรม และรกร้างว่างเปล่า) กลุ่มที่ดินเปล่าที่ไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ ถือเป็นเป้าหมายหลักที่ภาครัฐต้องการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนา ดังนั้น อัตราภาษีจึงถูกออกแบบมาให้เป็นลักษณะขั้นบันไดตามมูลค่าราคาประเมินทุนทรัพย์ ยิ่งที่ดินมีราคาสูง อัตราจัดเก็บก็ยิ่งทวีคูณ

สำหรับผู้ที่เพิ่งครอบครองที่ดินเปล่าเป็นปีแรก อัตราภาษีจะถูกสตาร์ทเริ่มต้นตั้งแต่ 0.3% ไปจนถึงสูงสุดที่ 0.7% โดยคำนวณตามเกณฑ์มูลค่าสินทรัพย์ดังนี้

  • ที่ดินมูลค่า 0 ถึง 50 ล้านบาทแรก เสียภาษีในอัตรา 0.3% หรือคิดเป็นล้านละ 3,000 บาท
  • ที่ดินมูลค่ามากกว่า 50 ถึง 200 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.4% หรือคิดเป็นล้านละ 4,000 บาท
  • ที่ดินมูลค่ามากกว่า 200 ถึง 1,000 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.5% หรือคิดเป็นล้านละ 5,000 บาท
  • ที่ดินมูลค่ามากกว่า 1,000 ถึง 5,000 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.6% หรือคิดเป็นล้านละ 6,000 บาท
  • ที่ดินมูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 0.7% หรือคิดเป็นล้านละ 7,000 บาท

ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนหรือผู้ถือครองที่ดินระยะยาวต้องตระหนักคือ "มาตรการเพิ่มอัตราภาษีแบบก้าวหน้า" หากปล่อยที่ดินให้ทิ้งร้างติดต่อกันเกิน 3 ปี อัตราภาษีจะปรับเพิ่มขึ้นอีก 0.3% ในทุกๆ 3 ปี และจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะชนเพดานสูงสุดที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 3%

ยกเว้นเพียงแต่ที่ดินผืนนั้นจะอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อยู่ระหว่างการก่อสร้าง หรือมีการนำไปทำประโยชน์ทางการเกษตรกรรมอย่างถูกต้องตามเกณฑ์ขั้นต่ำ รวมไปถึงที่ดินที่ถูกลิดรอนสิทธิ์ด้วยข้อกฎหมายอื่น หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล จึงจะไม่ถูกนับว่าเป็นที่ดินรกร้าง

เปิดสูตรและกรณีตัวอย่างการคำนวณภาษีที่ดินเปล่า

การคำนวณภาษีสำหรับที่ดินเปล่าที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง มีสูตรสมการพื้นฐานที่ตรงไปตรงมา คือ มูลค่าที่ดิน (ราคาประเมิน) คูณด้วย อัตราภาษีตามขั้นบันได เท่ากับ จำนวนภาษีที่ต้องชำระ เพื่อให้เห็นภาพการคำนวณและเข้าใจถึงผลกระทบเชิงตัวเลขชัดเจนยิ่งขึ้น ลองพิจารณากรณีตัวอย่างต่อไปนี้

สมมติตัวอย่างที่ 1:

คุณครอบครองที่ดินเปล่าทำเลเมือง ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้ทำประโยชน์ มีราคาประเมินทุนทรัพย์อยู่ที่ 10 ล้านบาท เมื่อตรวจสอบเกณฑ์มูลค่า 10 ล้านบาท จะตกอยู่ในขั้นแรก คือไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราภาษีที่นำมาคิดคือ 0.3% วิธีคำนวณคือ นำราคาประเมิน 10,000,000 บาท คูณด้วย 0.3% ผลลัพธ์ที่ได้คือ 30,000 บาท

สรุปคือ ในปีภาษีนี้คุณมีภาระที่ต้องชำระให้กับท้องถิ่นเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท

สมมติตัวอย่างที่ 2:

เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจนในแง่การบริหารต้นทรัพย์ หากที่ดินผืนนั้นมีมูลค่าสูงถึง 70 ล้านบาท หากปล่อยทิ้งไว้เป็นที่ดินรกร้าง มูลค่า 70 ล้านบาทจะอยู่ในเกณฑ์ขั้นที่สอง (ช่วง 50 ถึง 200 ล้านบาท) ซึ่งต้องเสียอัตราภาษี 0.4% วิธีคำนวณคือ 70,000,000 บาท คูณด้วย 0.4%

เท่ากับคุณต้องจ่ายภาษีสูงถึง 280,000 บาทต่อปี

แต่ถ้าหากเจ้าของที่ดินมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ประโยชน์ นำที่ดินผืนเดิมนี้ไปทำเกษตรกรรมอย่างถูกต้องตามเกณฑ์ อัตราภาษีจะเปลี่ยนไปใช้เกณฑ์เกษตรกรรมทันที ซึ่งในระดับมูลค่า 50 ถึง 75 ล้านบาท กฎหมายเรียกเก็บเพียง 0.03% เท่านั้น วิธีคำนวณใหม่คือ 70,000,000 บาท คูณด้วย 0.03% ผลลัพธ์จะเหลือเพียง 21,000 บาท นี่คือเหตุผลว่าทำไมมูลค่าภาษีที่ต่างกันหลักแสน จึงทำให้เจ้าของที่ดินหลายท่านหันมาใส่ใจเรื่องเงื่อนไขประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินกันมากขึ้น

บทลงโทษทางกฎหมาย ผลกระทบที่รุนแรงจากการละเลยหรือเลี่ยงภาษีที่ดิน

เนื่องจากการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาครัฐจึงมีการกำหนดบทลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรงสำหรับผู้ที่ละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามกรอบเวลา โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักคือ

โทษทางอาญา จะเกิดขึ้นต่อเมื่อผู้เสียภาษีมีพฤติกรรมเจตนาหลีกเลี่ยง เช่น การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานปลอมมาแสดงต่อเจ้าพนักงานเพื่อลดหย่อนภาษี มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โทษปรับ (เบี้ยปรับล่าช้า) จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดภาษีที่ค้างชำระ โดยแบ่งตามระดับความล่าช้าคือ

  • เสียเบี้ยปรับ 10% ของยอดภาษีค้างชำระ หากชำระเกินเวลาแต่จ่ายก่อนที่ท้องถิ่นจะส่งหนังสือเตือน
  • เสียเบี้ยปรับ 20% ของยอดภาษีค้างชำระ หากชำระภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งเตือน
  • เสียเบี้ยปรับ 40% ของยอดภาษีค้างชำระ หากเพิกเฉยจนเลยกำหนดเวลาที่เตือนไว้ในหนังสือ

เงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) นอกเหนือจากค่าปรับข้างต้นแล้ว ระบบจะคิดดอกเบี้ยปรับเพิ่มอีก 1% ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ค้างชำระ โดยเริ่มนับทันทีในวันถัดจากวันที่พ้นกำหนดเวลาชำระภาษี ไปจนถึงวันที่มาดำเนินการจ่ายจริง แต่กฎหมายมีเพดานกำหนดไว้ว่าเงินเพิ่มส่วนนี้ต้องไม่เกินจำนวนยอดภาษีรวมที่ต้องชำระจริง

เมื่อได้รับหนังสือแจ้งประเมินภายในเดือนนี้ สิ่งที่เจ้าของที่ดินควรทำเป็นอันดับแรกคือตรวจสอบความถูกต้องของ "ราคาประเมิน" และ "ประเภทการใช้ประโยชน์" ที่ระบุในเอกสารว่าตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ หากพบข้อผิดพลาดสามารถยื่นคำร้องคัดค้านการประเมินได้ภายในกำหนดเวลา เพื่อรักษาสิทธิ์ตามกฎหมายและหลีกเลี่ยงค่าปรับสะสมที่จะตามมาในอนาคต

ที่มา : ธนาคารกรุงไทย ,ดีดีพร็อพเพอร์ตี้

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จดหมายประเมินภาษี ถึงบ้านหรือยัง? ถือโฉนด “ที่ดินเปล่า” มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายเท่าไหร่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...