โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รัสเซียรัวถล่มยูเครน “สลด 2 ขวบถูกสังหาร” ผงะช่วงสัปดาห์มีโดรนโจมตี 2,800 ลำ

Khaosod

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

รัสเซียรัวถล่มยูเครน - เอพี รายงานวันที่ 7 เม.ย. ว่า ทางการยูเครนเปิดเผยว่า การโจมตีด้วยโดรนของรัสเซียในเมืองออแดซา เมืองท่าทางตอนใต้ของยูเครน

ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย เป็นหญิง 2 รายและเด็กเล็กอายุเพียง 2 ขวบอีก 1 ราย ขณะที่โดรนระยะไกลของยูเครนโจมตีท่าเรือรัสเซียในทะเลดำซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญสำหรับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินอยู่หน้าอาคารที่พักอาศัยซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของรัสเซียในเมืองโอเดสซา ประเทศยูเครน เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569

A rescue worker walks in front of residential building which was heavily damaged after a Russian strike in Odesa, Ukraine, Monday, April 6, 2026. Russian drone attack on Ukraine’s southern port city of Odesa killed two women and a toddler, authorities said Monday, while Ukrainian long-range drones targeted Russia’s key Black Sea port for oil exports. (AP Photo/Michael Shtekel)

เจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวว่า การโจมตีช่วงกลางคืนในเมืองออแดซาสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน โพสต์ข้อความบนเอ็กซ์ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 คน รวมถึงหญิงตั้งครรภ์และเด็กสองคน โดยเด็กที่อายุน้อยที่สุดมีอายุไม่ถึงขวบ

จากข้อมูลของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่ารัสเซียโจมตีพื้นที่พลเรือนของยูเครนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดฉากรุกรานประเทศเพื่อนบ้านเมื่อปี 2565 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 15,000 ราย นายเซเลนสกียังกล่าวด้วยว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมารัสเซียส่งโดรนโจมตียูเครนราว 2,800 ลำ ระเบิดร่อนเกือบ 1,350 ลูก และขีปนาวุธประเภทต่างๆ มากกว่า 40 ลูก

ชายท้องถิ่นคนหนึ่งยืนอยู่หน้าอาคารที่พักอาศัยซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของรัสเซียในเมืองโอเดสซา ประเทศยูเครน เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569

A local man stands in front of residential building which was heavily damaged after a Russian strike in Odesa, Ukraine, Monday, April 6, 2026. The nighttime attack on Odesa heavily damaged an apartment block, killing the women and a 2-year-old child, officials said. Rescuers working under floodlights pulled four people from the rubble. (AP Photo/Michael Shtekel)

รายงานระบุด้วยว่า รัสเซียยิงปืนใหญ่โจมตีเมืองแคร์ซอน ทางตอนใต้ของยูเครน เป็นเหตุให้หญิงชราเสียชีวิต 1 ราย และหญิงอีก 3 ราย อายุ 86 ปี 79 ปี และ 44 ปีได้รับบาดเจ็บ นายโอเล็กซานเดอร์ โปรคูดิน หัวหน้าฝ่ายบริหารทหารในแคว้นแคร์ซอน กล่าวว่ากลุ่มผู้บาดเจ็บมีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิด สมองกระทบกระเทือน และบาดเจ็บที่ศีรษะ

ส่วนเมืองนีกอปอล แคว้นดนีปรอแปตร็อวสก์ ทางตอนกลาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คนจากโดรนและปืนใหญ่ของรัสเซีย นอกจากนี้รัสเซียยังส่งโดรนโจมตีเมืองคาร์กิว ทางตะวันออกของยูเครน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 3 คน

ภาพถ่ายแสดงให้เห็นอาคารที่พักอาศัยที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของรัสเซียในเมืองโอเดสซา ประเทศยูเครน เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569

รัสเซียรัวถล่มยูเครน - A residential building is seen heavily damaged after a Russian strike in Odesa, Ukraine, Monday, April 6, 2026. Over the past week, Russia has launched at Ukraine more than 2,800 attack drones, nearly 1,350 powerful glide bombs and more than 40 missiles of various types, according to Zelenskyy. (AP Photo/Michael Shtekel)

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินอยู่หน้าอาคารที่พักอาศัยซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของรัสเซียในเมืองโอเดสซา ประเทศยูเครน เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569

รัสเซียรัวถล่มยูเครน - A rescue worker walks in front of residential building which was heavily damaged after a Russian strike in Odesa, Ukraine, Monday, April 6, 2026. (AP Photo/Michael Shtekel)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัสเซียรัวถล่มยูเครน “สลด 2 ขวบถูกสังหาร” ผงะช่วงสัปดาห์มีโดรนโจมตี 2,800 ลำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...