นายกฯประชุม ครม.พิเศษนัดแรก ย้ำคณะรัฐมนตรีเป็นหนึ่งเดียวยึดพระราชดำรัส แก้วิกฤตพลังงาน ขอรัฐมนตรีเข้ากระทรวงทำงานพรุ่งนี้ทันที
วันนี้ (6 เมษายน 2569) ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ที่ตึกสติไมตรีทำเนียบรัฐบาลโดยกล่าวเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า
ขอโอกาสนี้แสดงความยินดีกับรัฐมนตรีทุกคนที่จะมาทำงานร่วมกันซึ่งถือว่าถือเป็นองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ซึ่งทุกคนเพิ่งจะได้รับ พระราชดำรัส ตามที่ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนรับหน้าที่ และเมื่อได้เข้าถวายสัตย์ฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้วทำให้รัฐมนตรีชุดนี้มีความพร้อมในการบริหารราชการแผ่นดิน
ซึ่งคำถวายสัตย์ปฏิญาณของรัฐมนตรีทุกคนได้เปล่งวาจาต่อหน้าพระพักตร์ ขอให้เป็นแนวทางในการทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ คณะรัฐมนตรีชุดนี้ ต้องถือว่าต้องทำงานอย่างหนักตั้งแต่วันแรก ไม่มีช่วงฮันนีมูน เพราะถือว่าทุกคนได้ผ่านการทดลองงานมาแล้ว ทุกคนเข้ามารับหน้าที่ในช่วงโลกมีวิกฤตการณ์จากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เชื่อว่าด้วยความร่วมมือของรัฐมนตรีทุกคนจะสามารถแก้ไขปัญหาลดความเดือดร้อนและทำให้ประเทศพัฒนาต่อไป
ดังนั้นขอให้ทุกคนยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมาย นอกจากนี้คงไม่ต้องมีอะไรวิตกกังวลเพราะเรารู้จักกันดีเพราะเรารู้จักกันดีอยู่แล้ว ยกเว้นรัฐมนตรีใหม่ หลายคนก็เป็น สส. ฉะนั้นเรามีความคุ้นเคย มีความรู้จักมักคุ้นกันดีอยู่แล้ว เชื่อว่าการทำงานจะเป็นไปด้วยความราบรื่น หากมีปัญหาใดๆ ตนพร้อมเสมอ ที่จะช่วยเหลือทุกท่านแก้ปัญหา เพื่อให้ภารกิจของพวกท่านประสบความสำเร็จ
นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เราจะร่วมกันพิจารณาร่างคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ก่อนที่จะประสานไปยังประธานรัฐสภา ซึ่งตนได้มีโอกาสพบก็ได้แจ้งย้ำมาว่า ถ้าวันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบคำแถลงนโยบายของรัฐบาลแล้วก็ขอให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ส่งเรื่องที่จะขอให้ประธานรัฐสภานัดประชุมรัฐสภาไปถึงสำนักงานประธานรัฐสภาโดยทันทีไม่ต้องรอจนถึงวันพรุ่งนี้เพื่อที่ประธานรัฐสภาจะได้กำหนดวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาต่อไป
รวมถึงจะตกลงเรื่องแนวปฏิบัติต่างๆ เกี่ยวกับการประชุมคณะรัฐมนตรี การแต่งตั้งข้าราชการการเมืองที่สำคัญ นอกจากนั้นสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบัน การช่วยกันประหยัดพลังงานถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นการเร่งด่วนภายในทุกคนต้องช่วยกัน โดยเฉพาะภาครัฐที่ควรจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน ตนจึงได้มีข้อสั่งการนี้ และให้ถือปฏิบัติต่อไปว่า ขอให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติตามมติ ครม. เรื่อง work form home , work from anywhere เนื่องจากปัจจุบันพบว่ายังไม่มีการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยกรณีที่หน่วยงานยังไม่มีความพร้อม เรื่องระบบไอที ก็ขอมอบหมายให้รัฐมนตรีดีอี สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เป็นหน่วยงานสนับสนุนให้เกิดผล ทั้งนี้ การที่ให้สำนักงานกฤษฎีกา เป็นหน่วยงานสนับสนุนเพราะทำสำเร็จมาหลายปีแล้ว ในเรื่อง work form home , work from anywhere ก็น่าจะช่วยให้คำแนะนำแก่หน่วยงานต่างๆ ได้ ขอให้สำนักงบประมาณช่วยสนับสนุนงบประมาณด้วยหากมีความจำเป็น ขอความกรุณารัฐมนตรีทุกท่านกำกับดูแล นโยบาย work form home , work from anywhere ให้มีผลเป็นรูปธรรม เพื่อการประหยัดพลังงาน และเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีกับพี่น้องประชาชน และขอให้สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ปรับรุงระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยรถราชการที่อยู่ในการดูแลของ สปน. และคณะกรรมการรถราชการ ขอให้ปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยให้มีทางเลือกสำหรับยานยนต์ในอนาคตด้วย เช่น รถไฟฟ้า รถพลังงานไฮโดรเจน ถ้ามีองค์ความรู้เพิ่มเติมก็ขอฝาก รองนายกและรัฐมนตรี อว. ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อจะได้ออกระเบียบรถราชการออกมา เพื่อความเป็นประโยชน์สูงสุด
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงเรื่องยาว่า ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กำชับทำความพร้อมในวิกฤตเช่นนี้อาจมีปัญหาในเรื่องการขนส่งยา การขาดแคลนของยา แม้แต่เรื่องบรรจุภัณฑ์ที่ต้องใช้วัสดุที่เกี่ยวเนื่องกับการกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ขอให้รัฐมนตรีสาธารณสุขกำชับและสร้างความมั่นคงทางยาให้เกิดขึ้นในประเทศของเราให้ได้ มีหลายกรณีที่เรายังไม่ได้ใช้ยารักษาโรคที่ผลิตในประเทศอย่างเต็มที่ ขอให้เร่งแก้กฏระเบียบ และให้มุ่งเน้นการใช้ยารักษาโรคที่ผลิตในประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า เรื่องที่จะแจ้งให้ ครม.ทราบเรื่องสุดท้ายคือ ที่ผ่านมาตนใช้อำนาจตามพระราชกำหนด ป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีรวม 6 ฉบับแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยจะขอให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี สรุปเนื้อหาสั้นๆ ของคำสั่งทั้ง 6 ฉบับให้ ครม.ได้รับทราบ
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ขอให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงให้ ครม. รับทราบถึงบทบาทหน้าที่และสิ่งที่ควรจะปฏิบัติก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะแถลงนโยบายให้ทางรัฐสภา ซึ่งเราทราบมาว่า จะต้องแถลงนโยบายให้เรียบร้อยก่อน จึงจะดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ด้วยภารกิจและสถานการณ์ปัจจุบันก็อยากให้ชี้แจงรัฐมนตรี เพื่อจะได้ทำงาน หลายท่านยังบอกว่าเดี๋ยวรอแถลงนโยบายก่อนค่อยเข้ากระทรวงได้หรือไม่ ตนจึงขอความร่วมมือว่าวันพรุ่งนี้ขอให้รัฐมนตรีเข้าทำงานที่กระทรวงทุกท่าน
“วันไหนก็เป็นวันดีทั้งนั้น เพราะวันนี้เราได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเราได้รับพระราชทานพระบรมราโชวาทมาแล้ว ไม่มีพรใด หรือสิ่งใดที่จะเป็นมงคลกับพวกเรามากกว่านี้ ก็ขอความร่วมมือด้วย ด้วยความที่บ้านเมืองของเราต้องเร่งทำงานกันอย่างเต็มที่ ก็ขอให้พรุ่งนี้ทุกท่านเข้ากระทรวง พิธีรีตอง ด้วยความเชื่อทางศาสนาก็ทำการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ ผมเชื่อว่าฤกษ์ต่างๆ ฤกษ์สะดวกคือฤกษ์ที่ดีที่สุด อย่างตัวผม วันแรกที่เข้ามาก็ไม่ได้ดูฤกษ์ แต่งตั้งปุ๊บ ก็เข้าปั๊บ ถ้าผมอยู่ไม่ได้ก็ไม่มีใครอยู่ได้ พวกเราเข้าไปทำงานเถอะครับ ขับเคลื่อนทุกอย่างเต็มที่” นายอนุทินกล่าว