คนเดียวกัน! พ.ต.ท.ฉาวเรียกค่าน้ำมัน 2 เคส สั่งย้ายเข้ากรุ-จ่อเอาผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีชาวบ้านร้องเรียนถูกพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เรียกรับค่าน้ำมันแลกกับการเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายลักทรัพย์ในพื้นที่ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย ว่า ขณะนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่านายตำรวจยศ “พ.ต.ท.” ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน ได้ใช้วาจาไม่เหมาะสมในการเรียกรับเงิน 300 บาท เพื่อเป็นค่าน้ำมันในการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุจริง ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้กำกับการสถานีตำรวจดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงถึงความไม่เหมาะสม พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง อีกทั้งยังมีคำสั่งให้นายตำรวจคนดังกล่าวไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองอุบลราชธานี พร้อมสืบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา
งามไส้! “พ.ต.ท.” ขอค่าน้ำมันแลกทำคดีงัดบ้าน พ่วงรีดเงินเหยื่อแก๊งคอลฯ อ้างน้ำมันแพง
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า มีการตรวจสอบพบว่าตำรวจนายดังกล่าว ถูกร้องเรียนจากชาวบ้านม่วงสามสิบเช่นกัน ในกรณีเรียกรับค่าน้ำมันในการเดินทางไปขอหมายจับคดีหลอกลวงออนไลน์อีก 3,000 บาท ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างติดต่อกับผู้เสียหาย แต่ยืนยันว่าหากมีการเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะดำเนินการ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตรา 157 และเข้าข่ายความผิดเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์มาตรา 149
“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายในการที่จะไปรับค่าน้ำมันจากสถานการณ์วิกฤติน้ำมันแพง เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจัดสรรงบประมาณลงไปยังพื้นที่อย่างเพียงพอ เพราะล่าสุดได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในช่วงวิกฤติ แม้ว่าจะมีเสียงครหาจากตำรวจชั้นผู้น้อยที่ยังเข้าไม่ถึง โดยยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีไอ้โม่งที่จะกักตุนน้ำมันอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากมีก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่ละเว้น พร้อมทั้งยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องระบบสายตรวจ ที่มีการใช้ยานพาหนะในแต่ละวงรอบ ซึ่งยังมีสายตรวจวงรอบ 24 ชั่วโมง ให้ความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนเพื่อป้องกันเหตุด่วน-เหตุร้าย” พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าว
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ยืนยันว่าตำรวจมีเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงอยู่แล้ว การบริการประชาชนเป็นหน้าที่ ไม่สามารถเรียกร้องค่าบริการได้ สามารถของบประมาณเพิ่มเติมตามระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณได้ ยืนยันว่าจะไม่มีภาพรถตำรวจไม่สามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะไม่มีน้ำมัน แต่จะการปรับเปลี่ยนการปฏิบัติงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น ปรับจุดตรวจตู้แดงให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำมันแพง เมื่อประชาชนแจ้งเหตุ ตำรวจต้องไปถึงที่เกิดเหตุภายใน 5-15 นาที ต้องมีวงรอบการเข้าตรวจตามจุดต่างๆ ใน 24 ชั่วโมงตามห้วงเวลาต่างๆ และการเข้าถึงเหตุได้อย่างรวดเร็ว
ด้าน พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีการเน้นย้ำกำชับแจ้งให้ทุกหน่วยได้ทราบแล้ว ว่าความผันผวนของราคาน้ำมันจะเป็นยังไง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธ จะต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ที่ตัวเองมีหน้าที่อยู่แล้ว ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน ในเรื่องของการระงับยับยั้งเหตุ ความไม่ปลอดภัยในสังคมในทุกกรณี
"ถ้าไม้อยากเป็นตำรวจไม่เป็นไร ก็มีอีกหลายๆ ท่าน น้องๆ อีกหลายคนที่อยากจะเข้ามาเป็นตำรวจ ถ้าไม่อยากเป็นตำรวจก็ไม่เป็นไร ก็ไม่ต้องเป็น ถ้าเป็นแล้วก็ต้องรับในเงื่อนไข และต้องบริการพี่น้องประชาชนตามอำนาจหน้าที่" พล.ต.ท.ชัยต์พจน กล่าว.