โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คนเดียวกัน! พ.ต.ท.ฉาวเรียกค่าน้ำมัน 2 เคส สั่งย้ายเข้ากรุ-จ่อเอาผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่

เดลินิวส์

อัพเดต 7 เมษายน 2569 เวลา 22.07 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
โฆษก ตร. สั่งสอบ “พ.ต.ท.” เรียกค่าน้ำมันคดีลักทรัพย์-ออนไลน์ จ่อเอาผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ยันไม่มีนโยบายเก็บค่าน้ำมันประชาชน ด้านรองโฆษก ตร. ลั่น “ไม่อยากเป็นตำรวจก็ไม่ต้องเป็น”

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีชาวบ้านร้องเรียนถูกพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เรียกรับค่าน้ำมันแลกกับการเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายลักทรัพย์ในพื้นที่ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย ว่า ขณะนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่านายตำรวจยศ “พ.ต.ท.” ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน ได้ใช้วาจาไม่เหมาะสมในการเรียกรับเงิน 300 บาท เพื่อเป็นค่าน้ำมันในการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุจริง ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้กำกับการสถานีตำรวจดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงถึงความไม่เหมาะสม พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง อีกทั้งยังมีคำสั่งให้นายตำรวจคนดังกล่าวไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองอุบลราชธานี พร้อมสืบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา

งามไส้! “พ.ต.ท.” ขอค่าน้ำมันแลกทำคดีงัดบ้าน พ่วงรีดเงินเหยื่อแก๊งคอลฯ อ้างน้ำมันแพง

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า มีการตรวจสอบพบว่าตำรวจนายดังกล่าว ถูกร้องเรียนจากชาวบ้านม่วงสามสิบเช่นกัน ในกรณีเรียกรับค่าน้ำมันในการเดินทางไปขอหมายจับคดีหลอกลวงออนไลน์อีก 3,000 บาท ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างติดต่อกับผู้เสียหาย แต่ยืนยันว่าหากมีการเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะดำเนินการ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตรา 157 และเข้าข่ายความผิดเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์มาตรา 149

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายในการที่จะไปรับค่าน้ำมันจากสถานการณ์วิกฤติน้ำมันแพง เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจัดสรรงบประมาณลงไปยังพื้นที่อย่างเพียงพอ เพราะล่าสุดได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในช่วงวิกฤติ แม้ว่าจะมีเสียงครหาจากตำรวจชั้นผู้น้อยที่ยังเข้าไม่ถึง โดยยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีไอ้โม่งที่จะกักตุนน้ำมันอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากมีก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่ละเว้น พร้อมทั้งยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องระบบสายตรวจ ที่มีการใช้ยานพาหนะในแต่ละวงรอบ ซึ่งยังมีสายตรวจวงรอบ 24 ชั่วโมง ให้ความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนเพื่อป้องกันเหตุด่วน-เหตุร้าย” พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าว

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ยืนยันว่าตำรวจมีเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงอยู่แล้ว การบริการประชาชนเป็นหน้าที่ ไม่สามารถเรียกร้องค่าบริการได้ สามารถของบประมาณเพิ่มเติมตามระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณได้ ยืนยันว่าจะไม่มีภาพรถตำรวจไม่สามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะไม่มีน้ำมัน แต่จะการปรับเปลี่ยนการปฏิบัติงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น ปรับจุดตรวจตู้แดงให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำมันแพง เมื่อประชาชนแจ้งเหตุ ตำรวจต้องไปถึงที่เกิดเหตุภายใน 5-15 นาที ต้องมีวงรอบการเข้าตรวจตามจุดต่างๆ ใน 24 ชั่วโมงตามห้วงเวลาต่างๆ และการเข้าถึงเหตุได้อย่างรวดเร็ว

ด้าน พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีการเน้นย้ำกำชับแจ้งให้ทุกหน่วยได้ทราบแล้ว ว่าความผันผวนของราคาน้ำมันจะเป็นยังไง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธ จะต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ที่ตัวเองมีหน้าที่อยู่แล้ว ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน ในเรื่องของการระงับยับยั้งเหตุ ความไม่ปลอดภัยในสังคมในทุกกรณี

"ถ้าไม้อยากเป็นตำรวจไม่เป็นไร ก็มีอีกหลายๆ ท่าน น้องๆ อีกหลายคนที่อยากจะเข้ามาเป็นตำรวจ ถ้าไม่อยากเป็นตำรวจก็ไม่เป็นไร ก็ไม่ต้องเป็น ถ้าเป็นแล้วก็ต้องรับในเงื่อนไข และต้องบริการพี่น้องประชาชนตามอำนาจหน้าที่" พล.ต.ท.ชัยต์พจน กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...