โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 มีนาคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 22.37 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 22.37 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 มีนาคม 2569

>> จ.กาญจนบุรี รถอเนกประสงค์ประสบอุบัติเหตุ พบแรงงานต่างด้าวเจ็บ 10 ราย ส่วนคนขับหนีหาย

09.15 น. ถนนแสงชูโต บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. หินแหลม แยกสหกรณ์นิคม กม.184 ในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี รถอเนกประสงค์ อีซูซุ มิว-7 สีขาว บรรทุกแรงงานต่างด้าว ประสบอุบัติเหตุ แรงงานต่างด้าวได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 10 ราย ส่วนคนขับหลบหนีไปได้

ต่อมา ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ พร้อมกำนันตำบลสหกรณ์นิคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ และได้ทำการตรวจสอบ เนื่องจากผู้บาดเจ็บและผู้ที่โดยสารมากับรถดังกล่าว ไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ คาดว่าเป็นบุคคลหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย จึงได้ดำเนินการกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ในระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวร สภ.ทองผาภูมิ มาดำเนินการในต่อในจุดเกิดเหตุ อาสาสมัครได้อำนวยความสะดวกด้านการจราจร

>> จ.ลพบุรี รถยนต์กระบะชนเข้ากับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล กู้ภัยเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายนำส่ง รพ.

09.48 น. รับเเจ้งจากศูนย์วิทยุสื่อสารกู้ชีพลพบุรี มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนเส้นทางลพบุรี - วังม่วง บริเวณระหว่างซอย15-16 สายตรี หน้าปั๊มน้ำมัน ในพื้นที่ ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า ยารีส สีดำ ป้ายทะเบียน สระบุรี ลักษณะชนกับ รถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ป้ายทะเบียน ลพบุรี ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 42 ปี และ เด็กหญิง อายุ 11 ปี ทางอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดพัฒนานิคม ให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลพัฒนานิคม ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พัฒนานิคม

>> พบร่างครูสาว วัย 25 ปี โรงเรียนดังภูเก็ต หลังตกสะพานสารสินสูญหายในทะเล

10.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย รับแจ้งหญิงสาวตกจากสะพาน บริเวณตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างภูเก็ตกับพังงา โดยในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์จอดทิ้งไว้ และมีพยานเห็นผู้สูญหายตกลงทะเลก่อนหายตัวไป เมื่อวันที่ 17 มี.ค.69

เจ้าหน้าที่พร้อมหน่วยกู้ภัยและจิตอาสา ระดมค้นหาทั้งทางน้ำและใต้น้ำต่อเนื่องหลายวัน แต่เป็นไปด้วยความยากลำบากจากกระแสน้ำเชี่ยว

กระทั่งเช้าวันนี้ ชาวประมงพื้นบ้านพบร่างผู้สูญหายลอยอยู่บริเวณนอกหาดทรายแก้ว ก่อนประสานเจ้าหน้าที่นำร่างกลับเข้าฝั่ง ท่ามกลางความโศกเศร้าของมารดาและญาติที่เฝ้ารอ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำร่างส่งโรงพยาบาลถลาง เพื่อชันสูตร ก่อนมอบให้ครอบครัวนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

>> เจ้าของรถบัสรับจ้าง ถูกมิจฉาชีพหลอกขายน้ำมันสูญเงิน 1.5 หมื่นบาท

12.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจาก น.ส.วริยา (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี เจ้าของรถทัวร์ให้เช่า ว่าถูกชายแต่งกายดี อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครบางบัวทอง สามารถจัดหาน้ำมันดีเซลให้ได้ ด้วยความเชื่อใจประกอบกับกำลังต้องการน้ำมันอยู่พอดี จึงตกลงซื้อขายน้ำมันกัน โดยทางชายคนดังกล่าวเสนอขายน้ำมันลิตรละ 30 บาท จึงตกลงซื้อจำนวน 500 ลิตร เป็นเงินจำนวน 15,000 บาท ก่อนจะถูกเชิดเงินหนีไป
โดย น.ส.วริยา ให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ตนยืนอยู่ที่รถ ได้มีชายแต่งกายดีเดินเข้ามาทักทาย แนะนำตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครบางบัวทอง พร้อมเสนอว่าตอนนี้ เขามีน้ำมันอยู่ประมาณ 600 ลิตร ถ้าตนต้องการเขาจะขายให้ในราคาลิตรละ 30 บาท ตนเห็นเขาพูดจาดี ลักษณะน่าเชื่อถือได้ จึงบอกเขาไปว่ากำลังต้องการน้ำมันอยู่พอดี เพราะจะต้องพาลูกค้าที่มาเช่ารถไปต่างจังหวัด และตอนนี้ไปหาซื้อยากมาก จึงตัดสินใจซื้อกับเขา

จากนั้นชายคนดังกล่าวก็พาตนไปที่เทศบาลนครบางบัวทอง โดยให้ตนนั่งรออยู่ด้านล่าง ผ่านไปไม่นาน เขาก็เดินมาหาบอกว่าให้จ่ายเงินเลยเพื่อจะเอาไปเคลียร์กับเจ้านาย ตนจึงจ่ายเงินสดให้เขาไปจำนวน 15,000 บาท เมื่อเขาได้เขาก็เดินออกไปทางประตูด้านหลัง
ต่อมามีเจ้าหน้าที่มาถามว่าตนมาติดต่อเรื่องอะไร ตนบอกว่ามารอซื้อน้ำมันจากเจ้าหน้าที่ของเทศบาล ทางเจ้าหน้าที่ ที่มาถามเกิดความสงสัยจึงได้พาตนไปดูกล้องวงจรปิด ก็เห็นว่าชายคนดังกล่าวเดินออกไปขึ้นรถแท๊กซี่หนีไป จึงรู้ว่าถูกหลอก หลังจากนั้นก็เดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.บางบัวทอง

>> ฝ่ายปกครองแม่สอดสนธิกำลังหลายหน่วย ตรวจยึดรถบรรทุกน้ำมัน 20,000 ลิตร ป้องกันลักลอบส่งออกนอกประเทศ

13.00 น. นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก สั่งการ ให้นายกันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด นายอรรถวุฒิ จันทร์เจริญ ปลัดป้องกันอำเภอแม่สอด พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.แม่สอด 3 บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ร.1411 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปนม.ภ.6 เจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สอด ผู้นำชุมชน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) หมู่ที่ 3 ตำบลท่าสายลวด ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีพบรถต้องสงสัยบริเวณช่องทางธรรมชาติ

จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้น พบรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมน้ำมันดีเซลจำนวน 20,000 ลิตร นอกจากนี้ยังตรวจพบอุปกรณ์และถังน้ำมันในบริเวณโกดังใกล้เคียง ได้แก่ ถังน้ำมันขนาด 4,500 ลิตร จำนวน 2 ถัง (มีน้ำมันคงเหลือประมาณ 300 ลิตร) ถังขนาด 200 ลิตร จำนวน 101 ถัง และถังขนาด 30 ลิตร จำนวน 85 ถัง บริเวณท่าช่องทางธรรมชาติ

เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดรถบรรทุกน้ำมัน 10 ล้อ พร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลของกลางทั้งหมด และจัดทำบันทึกการจับกุม ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ก.พลังงาน ยันสต๊อกน้ำมันไทยพอใช้ 103 วัน เร่งกระจายเชื้อเพลิง–คุมเข้มราคา สางปมคลังอ่างทอง

13.01 น. นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า รัฐบาลได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และรายงานข้อมูลให้กรมธุรกิจพลังงานภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิดและโปร่งใส

กระทรวงพลังงานได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร ผ่อนผันข้อจำกัดบางประการ เพื่อเร่งการขนส่งและกระจายน้ำมันเข้าสู่ระบบให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันใน 8 จุด ครอบคลุม 4 จังหวัด ไม่พบการกักตุนหรือความผิดปกติแต่อย่างใด และจะดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

นายสราวุธ กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวมเพียงพอต่อการใช้ 103 วัน แบ่งเป็นน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,504 ล้านลิตร น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร และปริมาณระหว่างขนส่ง 4,200 ล้านลิตร รวมถึงมีการทำสัญญาจัดหาไว้แล้ว 3,700 ล้านลิตร

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการปริมาณน้ำมันให้เพียงพอ และดูแลราคาพลังงานไม่ให้กระทบต่อประชาชน

>> รองผู้บัญชาการ ฯ ภาค 1 ลงพื้นที่คุมเหตุจลาจลศูนย์ฝึกฯ บ้านกรุณา ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว เจ็บ 7 ราย

14.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังเกิดเหตุจลาจลภายในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชาย บ้านกรุณา ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ลงพื้นที่กำกับดูแลและบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

จากการระดมกำลังเข้าระงับเหตุ พบว่าได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) และฝ่ายสืบสวนจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.บางพลี รวม 25 นาย เข้าควบคุมพื้นที่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึกฯ บ้านกรุณาอีก 8 นาย

ภายในศูนย์ฝึกฯ มีเยาวชนอยู่ทั้งหมด 91 คน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 7 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เหลือเยาวชนภายในศูนย์จำนวน 84 คน ซึ่งขณะนี้ได้ถูกควบคุมตัวให้อยู่ภายในโรงนอนทั้งหมด โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานสถานการณ์เป็นระยะทุก 15 นาที

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.) บริเวณด้านหน้าศูนย์ฝึกฯ เพื่อใช้เป็นจุดอำนวยการและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

เบื้องต้นสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากศูนย์ฝึกฯ ดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับโครงการพระดาบส เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุลุกลามหรือเกิดซ้ำ ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

>> พบชิ้นส่วนมนุษย์ปริศนาเกลื่อนป่า คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

15.00 น. สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งเหตุพบชิ้นส่วนมนุษย์ในป่า จึงประสานแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ ภายในซอยเล็กทองสุข ม.3 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี เป็นป่ารกทึบมีบ่อน้ำอยู่จำนวนหลายบ่อ พบชิ้นส่วนมนุษย์ เช่น กะโหลก กระดูกเชิงกราน กระดูกสันหลัง และชิ้นส่วนอื่นๆ กระจายอยู่ในพื้นที่

จากการสอบถาม นายชัยยุทธ อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 เปิดเผยว่า มีลูกบ้านพาคนที่จะมาซื้อที่ดินเดินเข้าไปดูที่ดิน แต่เขาเจอกระดองเต่าที่ตายก่อน จากนั้นก็เดินไปเจอชิ้นส่วนโครงกะโหลกมนุษย์และชิ้นส่วนอื่นๆ จึงได้มาบอกให้กับตนเองทราบ ตนจึงเข้าไปดูและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ และในพื้นที่ก็ไม่มีใครแจ้งหาย

ด้าน ร.ต.ท.ศุภกร วาศิฏฐิตานนท์ รองสว.สอบสวน สภ.สวนพริกไทย หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำผู้เสียชีวิตส่งแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง และคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วเกินกว่า 6 เดือน

>> ตำรวจสอบสวนกลาง รวบมิจฉาชีพร่วมหลอกลงทุนเทรดหุ้นสูญเงินกว่า 1.3 ล้าน

15.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายศอ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 24 มีนาคม 2568 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ และ เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน (บัญชีม้า)” โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณจุดจอดรถสถานีขนส่ง ถ.กำแพงเพชร แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์กล่าวคือ ช่วงระหว่างวันที่ 18 ธันวาคม 2566 ถึง 5 มกราคม 2567 ผู้เสียหายได้รู้จักกับคนร้ายผ่านทางบัญชีเฟซบุ๊ก และได้พูดคุยกันต่อทางแอปพลิเคชันไลน์ จากนั้นคนร้ายได้ใช้กลอุบายหลอกลวงให้ผู้เสียหายลงทุนในเว็บไซต์ปลอมที่อ้างว่าเกี่ยวกับการเทรดหุ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูงมาก ด้วยความที่ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปลงทุนหลายครั้ง ต่อมาเมื่อผู้เสียหายมีความประสงค์ต้องการจะถอนเงินที่ลงทุนไปพร้อมกับผลกำไร คนร้ายกลับแจ้งว่าต้องโอนเงินค่าภาษีและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมก่อนจึงจะสามารถทำรายการถอนได้ แต่เมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปแล้วก็ยังไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และคนร้ายยังคงอ้างให้โอนเงินเพื่อยืนยันตัวตนอีก ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกลวงอย่างแน่นอน จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

โดยคดีนี้ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,367,637 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนทราบว่า นายศอ (นามสมมติ) เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมยังพบว่าผู้ต้องหามีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันติดตัวอีก 2 หมายจับ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยวงศ์สว่าง 6 ลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่องยนต์

19.09 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ซอยวงศ์สว่าง 6 ถนนวงศ์สว่าง แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดกระบะ สีบรอนด์ทอง หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันดีเซล เป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่องยนต์ รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางซ่อน

>> ตามรวบตัวอดีตลูกหนี้นอกระบบ ก่อนผันตัวเป็นบัญชีม้า

19.59 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ดำเนินการจับกุม ชาย อายุ 42 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเปิดบัญชีธนาคารให้ผู้อื่นใช้ในการกระทำความผิด (บัญชีม้า)” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าออฟฟิศแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พฤติการณ์ในคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปี 2569 มีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้สั่งซื้อนาฬิการาคาแพงผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายโอนเงินชำระค่าสินค้าไปแล้ว กลับไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นเงินกว่า 100,000 บาท
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าคดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการจัดหาบัญชีม้าเพื่อใช้ในการหลอกลวง โดยกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีม้าเหล่านี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากการยื่นกู้เงินนอกระบบผ่านช่องทางออนไลน์ และได้ส่งข้อมูลส่วนตัวรวมถึงข้อมูลบัญชีธนาคารให้กับแหล่งเงินกู้

ต่อมาบัญชีธนาคารดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้าสำหรับรับเงินที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อในคดีต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนติดตามตัว ชายคนดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับ จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยและทำงานอยู่ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่เป้าหมาย และเมื่อพบบุคคลลักษณะตรงตามหมายจับปรากฏตัว จึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

>> รถบรรทุก ไหลทับร่างเจ้าของรถเสียชีวิต

20.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุรถบรรทุก ทับคน ทำให้มีผู้เสียชีวิต ภายในซอยทางเข้าวัดบางเตยใน พื้นที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน ปทุมธานี จอดอยู่ริมถนน ด้านข้างรถ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 55 ปี สภาพร่างถูกล้อรถทับที่บริเวณท่อนบน ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก

จากการสอบถามลูกสาวให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตเป็นพ่อของตนเองซึ่งได้ซ่อมแซมระบบไฟรถคันเกิดเหตุเสร็จกำลังจะนำรถเข้าเก็บภายในบ้าน ขณะที่ขึ้นไปสตาร์ทรถยนต์ได้เกิดกระชากคล้ายคาเกียร์อยู่ทำให้พ่อร่างร่วงลงมากระแทกพื้น จากนั้นรถได้ไหลมาทับพ่อตนเองต่อหน้าต่อตาตนเอง ซึ่งขณะนั้นตนเองอยู่ภายในบ้านเมื่อวิ่งออกช่วยก็ไม่ทันแล้วจึงเป็นเหตุให้พ่อเสียชีวิต

ทางด้านพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สภ.สามโคก ได้สอบปากคำพยานบุคคล ประสานแพทย์ร่วมชันสูตรในที่เกิดเหตุและให้อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมเพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยลาดกระบัง 24/2 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ

20.36 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยลาดกระบัง 24/2 ถนนลาดกระบัง แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น บ้านไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้ ฝาผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องขยายเสียง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดกระบัง

>> รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี มีผู้เสียชีวิต ริมถนนกาญจนาภิเษก จ.ปทุมธานี

22.48 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิป่อเต็กตี๊ง เบื้องต้น มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี ถนนกาญจนาภิเษก บริเวณใกล้เคียงคลังสินค้า ในพื้นที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถรจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ป้ายทะเบียน นครปฐม ล้มคว่ำอยู่ข้างเสาไฟส่องสว่าง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 55 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก

>> จ.เชียงใหม่ รถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักฟาดต้นไม้ข้างทาง ริมถนนหมายเลข 1001 อาสากู้ภัยใช้เครื่องมืองัดรถ ก่อนนำผู้บาดเจ็บออกมา และนำส่ง รพ.

00.05 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยแม่โจ้ มีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักจนต้นไม้ข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในยานพาหนะ ริมถนนหมายเลข 1001 ใกล้เคียงโรงเรียนแม่หอพระวิทยาคม ในพื้นที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล เอ็มจี สีขาว ป้ายทะเบียน เชียงใหม่ ลักษณะเสียหลัก แล้วฝั่งขวาของรถฟาดเข้ากับต้นไม้ข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บ เป็นผู้ชาย 1 ราย ติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ ทางอาสาสมัคร ดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดรถ และนำตัวผู้บาดเจ็บออกมา ก่อนมอบให้ทาง กู้ชีพแม่หอพระ ดำเนินการนำส่ง รพ.แม่แตง ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง

>> หนุ่มวัย 26 ปีขี่รถจักรยานยนต์ เสียหลักชนเสาไฟฟ้า ริมถนนประเสริฐมนูกิจ บาดเจ็บสาหัส กู้ภัยเร่งทำ CPR แต่ไม่เป็นผล

04.40 น. รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ถนนประเสริฐยมนูกิจ (ถนนเกษตร - นวมินทร์) ฝั่งขาออกมุ่งหน้านวมินทร์ เลยแยกเสนา ประมาณ 500 เมตร ช่วงเสาตอม่อที่ 152

ม.ป่อเต็กตึ๊ง คืบหน้า ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ยังไม่พบป้ายทะเบียน ลักษณะชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ เป็นผู้ชาย 1 ราย มีอาการสาหัส ทางอาสาสมัคร พยายามช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 26 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...