โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สินค้าออกแบบให้ซ่อมยาก !!ต้องมีกฏหมาย “กำจัดขยะ” ไปสู่ การบริหารทรัพยากร

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มีนาคม 2569 เวลา 23.36 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สินค้าถูกออกแบบมาให้ “พัง” เป็นกลยุทธ์ผู้ผลิต โดยการใช้กาวแทนน็อตเพื่อไม่ให้แกะเครื่องได้, การล็อกอะไหล่, การไม่เปิดเผยคู่มือซ่อม และการออกซอฟต์แวร์ที่ทำให้เครื่องเก่าอืด สิ่งเหล่านี้บีบให้เราต้องซื้อใหม่โดยไม่รู้ตัว เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน25 องค์กรผลักดันกฏหมายเปลี่ยนระบบจาก “การจัดการขยะ” ไปสู่ “การบริหารทรัพยากร”สร้างกลไกเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับประเทศ

แค่เข้าไปในแพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์ จะเห็นสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายที่มาทำให้สะดวกในชีวิตประจำวัน ทั้งหม้อสุกี้ขนาดเล็ก เครื่องดูดฝุ่นจิ๋ว พัดลมพกพา พาวเวอร์แบงก์ ฯลฯ ส่วนใหญ่สินค้าออออกแบบมาให้สะดวกมีแบตเตอร์รี่สำรอง แต่เมื่อใช้ไปไม่นาน ชาร์ตไฟไม่ได้ ซ่อมไม่ได้โยนทิ้งอย่างเดียว เฉกเช่นเดียวกับทีวีจอแบบ ที่ต้องกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ทันที ในอดีตที่เราใช้ทีวีรุ่นพ่อแม่ซ่อมแล้วยังใช้งานได้ดี รวมทั้งพัดลมแบบปุ่มกด ไม่ใช่ระบบรีโมตที่ช่างบ้านๆทั่วไปซ่อมได้

ทำให้มีคำถามตามมา ผู้ผลิตออกแบบมาเพื่อให้พังง่าย ได้ซื้อบ่อย ซึ่งสินค้าเหล่านี้ผลิตมาจากจีนส่งมาขายในไทย เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจให้กับจีน คนมีงานทำ มีเงินหมุนเวียนเข้าประเทศ

**ซ่อมรักษาทรัพยากรสู่ Circular Economy

เวทีเสวนาหัวข้อ “ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะเปลี่ยนเกม ไปสู่ Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่เริ่มจัดการตั้งแต่ต้นทางผ่านสิทธิของผู้บริโภค?” ชวนสังคมไทยตั้งคำถามใหม่กับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และเสื้อผ้า ซึ่งมีส่วนประกอบกับพลาสติก และวัสดุรีไซเคิลได้และไม่ได้ เหลือเป็นขยะตกค้างที่ประเทศไทยต้องรับผิดชอบ

ภาคภูมิ โกเมศโสภาผู้ก่อตั้ง Repair Community Thailand ให้ข้อมูลจากเวทีเสวนา ระบุว่า สินค้าถูกออกแบบมาให้ “พัง” เป็นกลยุทธ์ผู้ผลิต โดยการใช้กาวแทนน็อตเพื่อไม่ให้แกะเครื่องได้, การล็อกอะไหล่, การไม่เปิดเผยคู่มือซ่อม และการออกซอฟต์แวร์ที่ทำให้เครื่องเก่าอืด สิ่งเหล่านี้บีบให้เราต้องซื้อใหม่โดยไม่รู้ตัว

การซ่อมคือการรักษามูลค่าทรัพยากรได้สูงที่สุด (สูงกว่ารีไซเคิล) ในยุโรปเริ่มมีกฎหมายบังคับให้แบรนด์ต้องขายอะไหล่และเปิดคู่มือให้ประชาชน ทำให้แม้แต่ Apple ยังต้องเปลี่ยนดีไซน์ iPhone 16 ให้ซ่อมง่ายขึ้น เช่นเดียวต้องกำหนดไว้ เช่นเดียวการซ่อมต้องประกอบๆไปด้วยความชอบธรรม ไม่ว่า สิทธิในการซ่อมต้องมาพร้อม "คะแนนความซ่อมง่าย"บนฉลาก, อะไหล่ราคาเป็นธรรม และการสร้างเครือข่ายช่างซ่อมชุมชน (Fix It Center) เพื่อคืนอำนาจให้เรามีสิทธิ์ใช้ต่อ ไม่ถูกบังคับให้ซื้อใหม่

**“พลาสติก”สร้างปัญหาโลกรวนกว่าที่คิด

ปุณญธร จึงสมาน นักวิจัยนโยบายพลาสติก Environmental Justice Foundation (EJF) ได้เน้นย้ำว่า พลาสติกไม่ใช่แค่ปัญหาขยะพลาสติกอย่างที่เราเห็น แต่คือปัญหา "โลกรวน" อย่างแยกไม่ออก เพราะกว่า 99.6% ของพลาสติกผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกถึง 94% เกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตเม็ดพลาสติก ก่อนจะถึงจะถึงมือผู้ใช้เสียอีก

สำหรับประเทศไทยในอุตสาหกรรมพลาสติก ได้ปลดปล่อยคาร์บอนกว่า 27.3 ล้านตันต่อปี เทียบเท่าการวิ่งของรถยนต์เกือบ 6 ล้านคันในหนึ่งปี! แน่นอนในสถานการณ์วิกฤตพลังงานระบบเศรษฐกิจของพลาสติกมีความเสี่ยง เพราะพลาสติกผูกติดกับฟอสซิล เมื่อราคาน้ำมันและก๊าซผันผวน ต้นทุนบรรจุภัณฑ์จะแพงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาอาหารและค่าครองชีพ

ดังนั้นทางออกของประเทศไทย คือการลดพลาสติกเท่ากับลดคาร์บอนที่ต้นทางที่ได้ผลที่สุด ตัวอย่างที่ทำได้ ระบบ Water Refill หรือ “จุดเติมน้ำดื่ม”แทนการซื้อน้ำบรรจุขวด ประมาณการณ์ว่าหากมี จุดเติมน้ำฟรีเพียง 10 จุดในเมือง จะลดขวดพลาสติกได้ถึง 100,000 ขวดต่อเดือน

**ลดพลาสติก เริ่มที่เราหรือเริ่มที่ระบบ?

ณัฐธ์พลอรินทร์คล้าย ผู้ร่วมก่อตั้งEcoCrewThailand ธุรกิจให้เช่าภาชนะแบบใช้ซ้ำได้ที่มุ่งแก้ปัญหาขยะพลา สติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในงานอีเวนต์ต่างๆ ระบุว่า ระบบภาชนะใช้ซ้ำในงานอีเวนต์ลดขยะได้กว่า 400,000 ชิ้น เพราะมีระบบหลังบ้านบันทึกการใช้และสามารถสื่อสารการคาร์บอนได้แบบเรียลไทม์ กรณีงานจัดแสดงสินค้า BKK Expo 4 วัน ลดขยะได้กว่า 24,000 ชิ้น

คุณานนท์ คงสมเวช บอกเล่าว่า ผู้สร้างแพลตฟอร์ม Delifill ดิลิเวอร์รี่เดลิเวอร์รี่ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงร้านรีฟิลได้สะดวก โดยจับกลุ่ม B2B โรงแรม/ร้านอาหาร เพื่อลดภาระการขนส่งย้อนกลับ และผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความสะอาดจาก อย.

ดร.ชุติมา แซ่เฮง นักวิจัย กลุ่มวิจัยนวัตกรรมการแปรรูปยาง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) เผยว่างานวิจัย LCA (Life Cycle Assessment) โดย MTEC ยืนยันว่าการใช้ซ้ำลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 60–70% โดยภาชนะพลาสติก PP ที่ดีไซน์มาเพื่อการใช้ซ้ำสามารถทนการล้างได้ถึง 100-500 ครั้ง และคุ้มค่าทางสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การใช้งานซ้ำ 10 รอบขึ้นไป

**เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียนออกแถลงการณ์

เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน25 องค์กรภาคีสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (SERI) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (HSM) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PETROMAT) โครงการ Chula Zero Waste สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม SDG Move มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ก้องกรีนกรีน เพจ Environman Pear Is Hungry & aRoundPเพจลุงซาเล้งกับขยะที่หายไปชุมชนส่งเสริมวัฒนธรรมการซ่อม (Repair Community Thailand: RCTH)

มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) Less Plastic Thailand มูลนิธิมือวิเศษ สมาคมการจัดการของเสียแห่งประเทศไทย (SWAT) มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) กรีนพีซ ประเทศไทย Environmental Justice Foundation (EJF) มูลนิธิโลกสีเขียว YOLO วิสาหกิจเพื่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อม EcoCrew Thailand Trash Lucky Moreloop Thaivetro CO.,Ltd. (Grom Arttoy) ออกแถลงการณ์ เรื่อง การผลักดันร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจหมุนเวียน พ.ศ. … ฉบับประชาชน เป็นกฎหมายกลางที่กำหนดทิศทางการเปลี่ยนผ่านทั้งระบบ ร่างกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเปลี่ยนระบบจาก “การจัดการขยะ” ไปสู่ “การบริหารทรัพยากร”สร้างกลไกเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับประเทศกำหนดความรับผิดชอบของผู้ผลิตตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Extended Producer Responsibility: EPR)

ส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ลดการใช้ทรัพยากร ซ่อมได้ ใช้ซ้ำได้ และรีไซเคิลได้

สนับสนุนระบบและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการใช้ซ้ำและการหมุนเวียนทรัพยากร

ลดภาระงบประมาณของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการขยะในระยะยาว

เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียนเชื่อมั่นว่า การมีกฎหมายแม่บทด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนจะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ลดมลพิษ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียนได้กำหนดเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันร่างกฎหมายฉบับประชาชนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา โดยจะดำเนินการรวบรวมรายชื่อประชาชน ไม่น้อยกว่า 10,000 รายชื่อ และผลักดันให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ภายในสิ้นปีนี้

**ท้องถิ่นอ่วม!จัดการขยะใช้เงินปีละ2 หมื่นล้าน

ปัจจุบันประเทศมีขยะมูลฝอยมากกว่า 27 ล้านตันต่อปี ประกอบด้วยขยะอาหาร ขยะพลาสติก ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่นับรวมถึงแบตเตอรี่ ซากรถยนต์ ยางรถยนต์ใช้แล้ว ขยะก่อสร้าง รวมไปถึงแผงโซลาร์เซลล์ที่จะกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากในอนาคตอันใกล้นี้ ขณะที่ระบบการจัดการขยะยังคงยึดอยู่กับแนวคิดเศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy) ที่เน้นการผลิต การบริโภค และการกำจัดในปลายทาง ส่งผลให้ภาระตกอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องใช้งบประมาณกว่า 20,000 ล้านบาท/ปี ในการเก็บขนและกำจัดขยะ ขณะที่สถานฝังกลบกว่าร้อยละ 94 ไม่ได้มาตรฐานส่งผลให้เกิดความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ประเมินมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 387,000 ล้านบาท คาดการณ์ว่าต้องใช้งบฟื้นฟูอีกกว่า 114,000 ล้านบาท แต่กองทุนสิ่งแวดล้อมปัจจุบันมีงบในกองทุนเหลืออยู่เพียง 873 ล้านบาทเท่านั้นนอกจากนี้ ยังมีปัญหามลพิษจากเตาเผาขยะขนาดเล็ก โรงไฟฟ้าขยะและการรั่วไหลของขยะพลาสติกและอุปกรณ์ประมงสู่ทะเล

**สงครามต้องใช้วิกฤติเป็นโอกาส

ปัญหาสงครามในตะวันออกกลางล่าสุดในปี 2569 ยิ่งตอกย้ำความเปราะบาง ของโครงสร้าง เศรษฐกิจไทย จากการพึ่งพิงการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ กระทบต่อการผลิตพลาสติกของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพื่อแก้วิกฤตเป็นโอกาส สังคมไทยต้องเริ่มลดการพึ่งพิงน้ำมันและลดการใช้พลาสติกที่ฟุ่มเฟือย หันมาใช้วัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

หลายประเทศทั่วโลกได้เริ่มเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งมุ่งลดการใช้ทรัพยากร ลดการเกิดของเสีย และนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ การปรับเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจจำเป็นต้องมีการออกกฎหมายใหม่ เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ของทุกภาคส่วน ในขณะเดียวกันสหภาพยุโรปได้ออกกฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนตามแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้กลายเป็นกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศที่ ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...