โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

LNG เสี่ยงขาด-ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมวิกฤติพลังงาน กระทบห่วงโซ่ผลิตทั้งระบบ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการ บมจ. บางจากปิโตรเลียม (บมจ บางจากคอร์เปอร์เรชัน) เปิดเผยว่า ความเสี่ยงขาดแคลนและราคาพุ่งสูงของก๊าซธรรมชาติเหลว LNG ขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย จะซ้ำเติมสถานการณ์วิกฤติน้ำมัน 85% ของ LNG ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซมุ่งมายังเอเชีย

ประเทศไทยและเอเชียจะเผชิญกับการขาดแคลน LNG ในอนาคตอันใกล้หากสงครามยังไม่ยุติ สิ่งนี้จะมีผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตในหลายอุตสาหกรรม กระทบเศรษฐกิจแรง โดยประเทศที่กระทบหนักสุด คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และไทย การขาดแคลน LNG และ น้ำมันจะแตกต่างจากการหยุดชะงักของการขนส่งก๊าซระหว่างสงครามรัสเซียยูเครนในปี ค.ศ. 2022 เนื่องจากสงครามอิหร่านครั้งนี้มีการทำลายโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตและส่งออกพลังงาน

มีการปิดเส้นทางการขนส่งหลัก ทุกประเทศแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงอุปทานที่จำกัดลงเรื่อย ๆ สัญญาซื้อขายพลังงานระยะยาวไม่มีรับประกันอะไรที่จะสามารถทำตามข้อผูกพันได้เพราะอาจติดปัญหาการขนส่งและโลจิสติกส์ เมื่อสถานการณ์เลวร้ายสุดเกิดขึ้น ฝ่ายการเมืองเกือบทุกประเทศจะกำหนดมาตรการให้ธุรกิจอุตสาหกรรมอาจเผชิญการปันส่วนก่อนผู้บริโภคในครัวเรือน

ขณะนี้อุตสาหกรรมพลาสติกได้รับผลกระทบรุนแรง ขาดแคลนวัตถุดิบ หยุดการผลิตบางส่วน ผลิตภัณฑ์พลาสติกหลายประเภทราคาพุ่งและไม่เพียงพอต่อความต้องการ ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยกเลิกการผลิต เพราะไม่คุ้มต้นทุน

LNG เสี่ยงขาด-ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมวิกฤติพลังงาน กระทบห่วงโซ่ผลิตทั้งระบบ

นอกจากนี้ ผลกระทบเริ่มลามภาคเกษตรกรรม อาหารจะแพงขึ้น การขาดแคลนปุ๋ยและราคาปุ๋ยพุ่งขึ้น กระทบต่อการผลิตในภาคเกษตรกรรมอย่างชัดเจน ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เกษตรกรต้องซื้อปุ๋ยในราคาที่แพงขึ้น ทำให้รายได้สุทธิลดลง โดยเฉพาะในฤดูกาลที่ต้องใช้ปุ๋ยเร่งการเจริญเติบโต เกิดการขาดแคลนปุ๋ยในหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคกลาง พบปัญหาปุ๋ยยูเรียขาดสต็อก หรือมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูก

เกษตรกรต้องปรับใช้ปุ๋ยสูตรรองอื่นๆ ทดแทน ซึ่งอาจไม่ได้ประสิทธิภาพเท่ากับการใช้ปุ๋ยยูเรียโดยตรง ขณะนี้ราคาปุ๋ยยูเรียเพิ่มขึ้น 15-16% ในเวลาสั้นๆ ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศเป็นหลัก ปีที่แล้ว ไทยนำเข้าปุ๋ยประมาณ 529,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 95,000 ล้านบาท เราพึ่งพาการนำเข้าเกือบ 100% หลังจากเกิดสงคราม ปุ๋ยกระสอบหนึ่งขึ้นมากระสอบละ 200 บาท ต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 200 บาทต่อไร่

หากสถานการณ์ราคาปุ๋ยยังเพิ่มต่อเนื่องและอาจขาดแคลน เกษตรกรอาจแบกรับไม่ไหว รัฐบาลต้องมีมาตรการช่วยอุดหนุนราคาปุ๋ย ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนก่อน การจัดหาแหล่งนำเข้าใหม่นอกตะวันออกกลาง ระยะยาวแล้ว ประเทศไทยต้องผลิตปุ๋ยเคมีใช้เองในประเทศ หากต้นทุนในการผลิตสูง รัฐบาลต้องชดเชยบางส่วนเพื่อให้อุตสาหกรรมการผลิตปุ๋ยเกิดขึ้นในประเทศ

อนุสรณ์ กล่าวอีกว่า หากสงครามยืดเยื้อต่อไปเกิน 3 เดือนและขยายวง ภายใน 3 เดือนนับจากวันนี้ ไทยอาจต้องเตรียมมาตรการปันส่วนการใช้น้ำมัน และต้องให้ความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและระบบสาธารณสุขเป็นอันดับต้นๆให้สามารถมีพลังงานใช้อย่างไม่สะดุด มาตรการอุดหนุนเน้นช่วยกลุ่มเปราะบางเฉพาะกลุ่มลดความเสี่ยงวิกฤติการคลัง เพิ่มสำรองน้ำมันมากขึ้นอีกและขยายกำลังการจัดเก็บ ระยะยาว ต้องปรับสัดส่วนโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์เชิงรุกเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า พร้อมมีมาตรการจัดหาแหล่งน้ำมัน ก๊าซ LNG โครงสร้างพื้นฐานการผลิตและส่งออกน้ำมันในตะวันออกกลางถูกทำลาย ราคาน้ำมันจะแพงอีกนาน ฉะนั้น มาตรการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

LNG เสี่ยงขาด-ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมวิกฤติพลังงาน กระทบห่วงโซ่ผลิตทั้งระบบ

สงครามยืดเยื้อ สหรัฐฯต้องเพิ่มงบกลาโหม หนี้สาธารณะทะลุเพดาน ป่วนตลาดพันธบัตรโลกได้ ขณะนี้ หนี้สาธารณะของสหรัฐฯพุ่งทะลุ 39 ล้านล้านดอลลาร์หลังจากทำสงครามกับอิหร่านและใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมากในการทำสงคราม และ รัฐบาลสหรัฐฯต้องการของบประมาณเพิ่ม (โดยต้องกู้เงิน) จากรัฐสภา การที่หนี้สาธารณะ และ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายทางการทหาร ปัจจัยนี้จะทำให้ความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์สหรัฐฯและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลง กดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงในระยะยาว แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มสูง มีแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดต่ำลงในระยะยาว และประชาชนชาวอเมริกันอาจต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ สร้างภาระทางการเงินให้กับคนในรุ่นต่อไป

ขณะที่ประเทศไทยเองก็มีความเสี่ยงทางการคลังเพิ่มสูงขึ้นจากสงครามอิหร่านและการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานเช่นเดียวกัน โดยคาดว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีน่าจะทะลุเพดาน 70% ในระยะหนึ่งปีข้างหน้า หรือ มีหนี้สาธารณะมากกว่า 14 ล้านล้านบาท เป็นภาระของประชาชนชาวไทยผู้เสียภาษีในปัจจุบันและอนาคตต้องร่วมกันรับผิดชอบร่วมกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...