โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐเล็งยุติสงคราม ขณะอิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลครั้งแรก

PostToday

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลัง Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่าวอชิงตันกำลัง “พิจารณาลดระดับ” ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ขณะที่อิหร่านได้ยกระดับการตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

กองทัพอิสราเอลระบุว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลระยะ 4,000 กิโลเมตร จำนวน 2 ลูก ไปยังฐานทัพสหรัฐ-สหราชอาณาจักรบนเกาะ Diego Garcia ในมหาสมุทรอินเดีย โดย Eyal Zamir ผู้บัญชาการทหารอิสราเอลระบุว่า ขีปนาวุธดังกล่าวมีศักยภาพครอบคลุมเมืองหลวงสำคัญของยุโรป เช่น Berlin Paris และ Rome สะท้อนการขยายวงของภัยคุกคามออกนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง

นับเป็นครั้งแรกที่อิหร่านใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลในความขัดแย้งครั้งนี้ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านแล้วมากกว่า 2,000 ราย

ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าสหรัฐใกล้บรรลุเป้าหมายทางทหาร และอาจลดบทบาทในภูมิภาค โดยเสนอให้ประเทศอื่นเข้ามามีบทบาทดูแลความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐยังคงไม่ชัดเจน โดยแม้จะส่งสัญญาณลดระดับความขัดแย้ง แต่ยังคงมีการส่งกำลังนาวิกโยธินและยุทโธปกรณ์หนักเข้าสู่ภูมิภาค สร้างความสับสนแก่พันธมิตรดั้งเดิมของสหรัฐ

ด้านสถานการณ์ภาคสนาม อิหร่านยังได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเมือง Dimona ทางตอนใต้ของอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงเด็กได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลับของอิสราเอล

ขณะเดียวกัน มีรายงานการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและนิวเคลียร์หลายจุด รวมถึงโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่นาตันซ์ และท่าเรือสำคัญในเมืองบุเชห์ร แม้เบื้องต้นจะไม่พบการรั่วไหลของกัมมันตรังสี

ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปพุ่งสูงขึ้นถึง 35% ภายในสัปดาห์เดียว หลังการโจมตีแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ของอิหร่าน และการตอบโต้ต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาค

นอกจากนี้ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลก ได้รับผลกระทบอย่างหนักจนแทบไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้หลายประเทศต้องเร่งปรับกลยุทธ์ด้านพลังงาน

ทั้งนี้ ผู้นำประเทศต่าง ๆ อาทิ นเรนทรา โมดี ได้เริ่มประสานงานกับอิหร่านเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการขนส่งพลังงาน ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณพร้อมอนุญาตให้เรือของบางประเทศผ่านช่องแคบดังกล่าวได้ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...