เอิ้ก ชาลิสา ตอบกลับกรณีชาวเน็ตบางส่วนทักว่า “ผอมแล้วตลกน้อยลง” หลัง ‘ลงลิฟต์’ จนรูปร่างเปลี่ยน แถมค่าต่างๆ ในร่างกายก็ดีขึ้น ซึ่งนี่อาจเป็นการยึดติดกับลุคคุ้นตา จนบางคนเผลอคาดหวังต่อคนอื่น “มากไป”
“เราจำเป็นต้องคาดหวังในตัว ‘คนอื่น’ มากขนาดนั้นหรือไม่?” คำถามชวนคิด กรณีรูปร่างที่เปลี่ยนไปหลังน้ำหนักลดของอินฟลูฯ ผู้น่ารักกับแฟนๆ มาโดยตลอดอย่าง ‘เอิ้ก ชาลิสา’ หรือเอิ้ก อีสมารูอ้วย ผู้กลายเป็นเพื่อนนั่งกินข้าวให้กับหลายๆ คน ที่ทำให้กับข้าวมื้อนั้นๆ อร่อยขึ้นไปอีกจากการดูรายการของเธอ แม้ตอนนี้เธอจะยังคงเป็นเพื่อนคนเดิมคนนั้นให้กับแฟนๆ แต่ ‘ลุค’ และ ‘หุ่น’ ที่เปลี่ยนไปเมื่อน้ำหนักลดลง 50 กิโลกรัม หลังลงลิฟต์ หรือปักปากกาลดน้ำหนัก ซึ่งอยู่ในการควบคุมสุขภาพโดยแพทย์อย่างจริงจัง กลับทำให้คนบางส่วนในเน็ตมองเธอใหม่ มองว่าเธอไม่เหมือนเดิม แม้เธอจะยังคงเป็นคนเดิมอยู่ก็ตาม
และนี่อาจเป็นภาพสะท้อนถึงการเอาตัวเองไป ‘ยึดติด’ กับอะไรบางอย่างในตัวคนอื่น ที่ตามมาพร้อมความคาดหวังให้คนอื่นต้องเป็นในแบบที่ตัวเองอยากเห็นอยู่เสมอ แม้สิ่งที่อีกฝ่ายทำจะไม่ได้ผิดเลยก็ตาม แค่ไม่ตรงตามความคาดหวัง คนก็พร้อมจะแสดงความคิดเห็นโดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของผู้ฟัง เช่น “ผอมแล้วรู้สึกไม่สนิทเหมือนเดิม” / “ชอบตอนอ้วนมากกว่า” / “ชอบเวอร์ชันก่อน ไม่ชอบสวยเฟียส” / “พอสวยแล้วความน่ารัก ความตลก เริ่มหายไป” / “ชอบแบบไม่ลดน้ำหนักมากกว่า” / “ดูไม่มีชีวิตชีวา” หรือบางคนก็มองว่าเธอดูเหนื่อย ดูหมดแรง ดูหายใจไม่สะดวก ซึ่งเธอเองก็รับรู้ถึงความเห็นต่างๆ ที่เข้ามา และย้ำว่าเธออยู่ในการดูแลของแพทย์ และค่าต่างๆ ในร่างกายนั้นก็ปกติดี ซึ่งเธอแฮปปี้ เทียบกับตอนร่างเก่าที่มีปัญหาสุขภาพมากมาย
การที่มีหลายๆ คนมาพูดย้ำๆ ว่าคิดถึง ‘คนเดิม’ มากกว่า น่าตั้งคำถามเหมือนกันว่า อะไรคือคำว่าคนเดิมในความหมายของผู้คน เมื่อคนเราต้องเติบโตและมีอะไรเปลี่ยนไปในทุกๆ วัน สิ่งสำคัญคือ หากเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน นั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดที่เราจะเปลี่ยนไปในทางที่เรา ‘พอใจ’ และมีความสุขกับตัวเอง กลับกันการกล้าแสดงความไม่พอใจหรือผิดหวังในตัวตนของคนอื่นที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด อาจเป็นสิ่งที่หลายคนรู้สึกชิน แต่ลืมไปว่ามันล้วนแต่กระทบกับใจคน
ว่ากันตามตรง หากย้อนไปในตอนที่เอิ้กน้ำหนักยังไม่ลด เธอก็เคยถูกตั้งคำถามในเชิงเป็นห่วงจากคนบางส่วนว่าอยากให้ลดน้ำหนัก จะได้ดีต่อสุขภาพ บ้างก็ Body Shame ที่บางครั้งแม้จะเป็นในมุมตลกขำขัน แต่เราก็ไม่สามารถรู้ได้อย่างแท้จริงว่าเธอรู้สึกอย่างไรที่โดนพูดในลักษณะนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่เธอยึดมั่น คือความสุขของตัวเอง ในช่วงที่เธออ้วน เธอมีความสุข และไม่คิดที่จะลด เพื่อทำตามความคาดหวังของคนอื่น แต่ที่เธอหันมาลดในวันนี้ เพราะเมื่อน้ำหนักเกิน มันตามมาด้วยปัญหาสุขภาพต่างๆ ที่กระทบต่อร่างกาย เธอจึงลดเพราะอยากมีสุขภาพที่ดีขึ้น ส่วนความสวยและความพอใจในตัวเอง ก็เป็นอีกแต้มต่อที่ตามมา ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ว่าจะหุ่นแบบไหน ความสุขและความรักที่เธอมีต่อตัวเองนั่นแหละที่สำคัญ
เอิ้กกล่าวผ่านสื่อเมื่อถูกถามเกี่ยวกับคอมเมนต์ต่างๆ ว่า “เขาอาจจะชอบที่หนูอ้วน หนูดูร่าเริงและมีความสุขตอนน้ำหนักอ้วนมากกว่า แต่หนูอยากบอกว่าถ้าเทียบกันแล้วกับตอนนี้ หนูว่าตอนนั้นหนูน่าเป็นห่วงมากกว่านะ เพราะว่าตอนนี้หนูนับมวลน้ำหนัก ทุกครั้งที่หมอตรวจร่างกาย ความดันหนูปกติ สุขภาพหนูปกติ ภายในของหนูปกติหมดเลย และไม่มีค่าอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่ตอนที่หนูอ้วนทุกอย่างน่าเป็นห่วงหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นความดัน ค่าน้ำตาลในเลือด แม้กระทั่งทำประกันสุขภาพหนูยังทำไม่ได้เลย เพราะน้ำหนักเกินเขาไม่รับทำ”
“ดังนั้นที่ทุกคนเป็นห่วงกันหนูเข้าใจ ถ้าให้วัดกันตอนนั้นกับตอนนี้ สุขภาพหนูดีกว่าตอนนั้นนะ หนูแค่ขอเวลาหน่อยให้ร่างกายมันเข้าที่เข้าทาง และหนูยังอยู่ให้ทุกคนตลกกันอีกนานถ้าหนูอยู่ในร่างนี้ ถ้าหนูอยู่ในร่างนั้นแล้วตลกอาจจะไม่ได้อยู่นานมากนะ แต่ตลกแน่เอาไหม” เอิ้กกล่าวผ่านสื่อ
กรณีของเอิ้ก เธอ ‘ชัดเจน’ ในตัวเอง ว่าลดเพื่ออะไร ไม่ได้ลดเพราะคนอื่นอยากเห็นเธอเป็นแบบไหน ซึ่งนับเป็นการเคารพตัวเองที่ดีมากๆ อย่างหนึ่ง เพราะการคาดหวังให้คนอื่นเป็นอย่างที่ใจหวังโดยที่ไม่ได้ถามเจ้าตัว นั่นอาจไม่ได้เฮลตี้ต่อคนฟัง เช่นเดียวกับตอนนี้ที่เอิ้กกลับมาถูกตั้งคำถามอีกครั้งเพราะการเลือกเป็นตัวเองของเธออีกครั้ง ซึ่งก็น่าเศร้าไม่น้อยที่สังคมเรายังทำเหมือนการวิจารณ์รูปร่างหรือลักษณะของคนอื่นเป็นเรื่อง ‘ปกติ’ ที่พูดได้กันอย่างไม่ได้รู้สึกเอ๊ะหรือใดๆ
จะอ้วนก็โดนว่า จะผอมก็โดนว่า เพราะไม่มีใครสามารถเป็นที่ถูกใจของคนทุกคนได้ สิ่งสำคัญคือแค่เราชอบหรือรักที่เราเป็นเราก็พอ ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรถ้าเรายังยึดมั่นในตัวเอง ว่าร่างกายแบบไหนคือสิ่งที่เราอยากมี ความสวยแบบไหนที่เรานิยาม นั่นก็เพียงพอแล้ว ซึ่งดูเหมือนพี่เอิ้กของพวกเราจะเป็นคนที่เข้าใจตรงนั้นดีมากๆ คนหนึ่ง เพราะ “ชาลิสา คัมแบ็กแล้วค่าาาา” ประโยคทักทายแฟนๆ ที่หลายคนคุ้นหูตั้งแต่สมัยสอนแต่งรูป ที่ตอนนี้ชาวเน็ตใช้ในทำนองว่าเธอกลับมามีร่างทองอีกครั้ง ความจริงแล้วนั่นอาจไม่ใช่การกลับมาสวย เพราะเธอเป็นเธอมาโดยตลอด สวยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะหุ่นแบบไหน และตัวตนของเธอก็ไม่ได้หายไปไหนเลยต่างหาก
อ้างอิง:
https://www.thairath.co.th/entertain/news/2923063
บทความต้นฉบับได้ที่ : เอิ้ก ชาลิสา ตอบกลับกรณีชาวเน็ตบางส่วนทักว่า “ผอมแล้วตลกน้อยลง” หลัง ‘ลงลิฟต์’ จนรูปร่างเปลี่ยน แถมค่าต่างๆ ในร่างกายก็ดีขึ้น ซึ่งนี่อาจเป็นการยึดติดกับลุคคุ้นตา จนบางคนเผลอคาดหวังต่อคนอื่น “มากไป”
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ด้านมืดของ Cesar Chavez นักเคลื่อนไหวคนสำคัญ ผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงาน และเป็นฮีโร่ของคนฮิสแปนิกนับล้าน ที่กลายเป็นนัก Grooming และล่วงละเมิดเด็กสาวเสียเอง
- “I BELIEVE IN YOU, MISS MILLI” พลังแห่งการเชื่อในตัวเองของ ‘MILLI’ แร็ปเปอร์หญิงไทย ‘คนแรก’ ผู้เข้ารอบไฟนอลและได้ที่ 4 ‘Show Me The Money 12’ แม้ไม่มงแต่ชนะใจคนมหาศาล กับเสน่ห์ความเรียลแบบ “โคตรนวย” และแต่ละบทเพลงที่โชว์ก็สะท้อนตัวตนและการมองโลกของเธอ
- ภาพสะท้อนความเป็นชายที่เปราะบางและเป็นพิษ กรณีนายยศกร ที่ทักไปจีบ ‘น้องทับทิม’ แต่เธอไม่สนใจจึงหันไปใช้เรื่องความพิการมาจี้จุดให้เธอเจ็บปวด
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com