เปิดใจ Copper Buffet เปิดมา 10 ปียอมรับปีนี้สาหัส ต้นทุนพุ่งพิษสงคราม
ในช่วงปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจซบเซา ส่งผลต่อความคิดของผู้บริโภคที่รู้สึกว่าหากจะกินนอกบ้าน ต้องเลือกอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์ เพราะมีความคุ้มค่า คุ้มราคา เเละอาหารให้เลือกหลากไลาย
แต่สำหรับผู้ประกอบการบุฟเฟ่ต์ สิ่งที่ยากที่สุด คือการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเเบบนี้ สิ่งที่คิดหนักคือ "การปรับค่าเฉลี่ยต่อจานให้คุ้มค่าที่สุด"
Copper Buffet เป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์พรีเมียมที่ราคาเริ่มต้น 999+ บาท ด้วยราคาเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง หากพึงเเต่ลูกค้าเก่ามาทาน มากที่สุดก็ได้แค่ 4 ครั้ง/ปี
ดังนั้นโจทย์หลักในปีนี้คือการหาลูกค้าใหม่ ผ่านการเป็น Partner กับแพลตฟอร์ม ออกโปรโมชั่นเมนูใหม่ๆ พยายามหา Hero Products นอกเหนือจากก๋วยเตี๋ยวน้ำตก และซุปเห็ดทรัฟเฟิล เช่นเดียวกันกับขยายการบริการเจาะตลาด Catering
โดยบทความนี้ ทีม SPOTLIGHT ได้มีโอกาสพูดคุยกับ CEO ของ Copper Buffet คุณพจนีย์ พินิจศักดิ์กุล ที่ได้เปิดใจว่าปีนี้สาหัสที่สุดในรอบ 10 ปี ตลาดบุฟเฟ่ต์แข่งขันดุเดือด ต้องขายให้ได้ 35,000 คน/เดือนเพื่อหนีขาดทุน
Copper Buffet ยอมรับทำบุฟเฟ่ต์มา 10 ปี ปีนี้สาหัสสุด
คุณพจนีย์ ได้เปิดใจว่า ในปีนี้ Copper Buffet ครบรอบ 10 ปี ผ่านมาได้ในยุคโควิดเนื่องจากการปรับตัวขายแบบเดลิเวอรี่ แต่ปีนี้เป็นปีที่ยากที่สุด เหนื่อยที่สุด เนื่องจากตลาดบุฟเฟ่ต์ มีการแข่งขันที่สูงมากทั้งจากผู้เล่นหน้าเก่าและหน้าใหม่
แม้ Copper Buffet จะถูกจัดว่าเป็นบุฟเฟ่ต์ในตลาดพรีเมียม เนื่องจากราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 999+ บาท ซึ่งจัดว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงในตลาด แต่สิ่งสำคัญในการอยู่รอดในสมรภูมินี้ ก็ไม่พ้นต้องเล่นโปรโมชั่นหั่นราคาเพื่อชิงลูกค้า
แต่สำหรับ Copper Buffet คุณพจนีย์ ได้มองว่า “การหั่นราคาไม่ใช่คำตอบ เพราะระยะยาวจะส่งผลแย่ต่อบริษัท ทางรอดคือโปรโมชั่นที่เน้นความรู้สึกคุ้มค่า มอบประสบการณ์ที่หลากหลาย”
โดยในช่วงปีที่ผ่านมา Copper Buffet ได้พยายามทำโปรโมชั่นใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา เช่น มา 4 จ่าย 3, โปรโมชั่นเดือนเกิด, แจกล็อบสเตอร์ หรือพยายามหาเมนูใหม่ๆเข้ามาเติมเต็ม สร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าให้รู้สึกว่า แม้คุณจะมาทานร้านอาหารร้านเดิมแต่ประสบการณ์ทึ่คุณได้รับมันแตกต่างจากเดิม
เช่น ล่าสุดได้ออก 10 เมนูใหม่เพิ่มเติมในธีม ‘Asian Twist’ ซึ่งเป็นสไตล์ที่คอปเปอร์ไม่เคยทำมาก่อน โดยนำวัตถุดิบพรีเมียมนานาชาติมารังสรรค์ในสไตล์ยูโรเปียนและเอเชียนฟิวชัน เช่น อูด้งหมาล่าเนื้อสันคอวากิว หอยเป๋าฮื้อหมี่คลุกและน้ำพริกกุ้งคริลล์ หรือหอยเชลล์ลิงกวินีซอสครีมอูนิ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายโจทย์หลักในปีนี้ ที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องเผชิญ คือเรื่องพิษสงคราม ที่เราไม่สามารถประเมินสถานการณ์และความเสี่ยงได้เลย
ผู้ประกอบการรายเล็กอาจจะเผชิญเรื่องราคาน้ำมัน ต้นทุนวัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ประเภทพลาสติก แต่สิ่งที่ Copper Buffet เผชิญ คือ วัตถุดิบจากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ
Copper Buffet คือ ร้านบุฟเฟต์นานาชาติที่ต้องพึงพาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ โดยวัตถุดิบในร้านกว่า 60% นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ซีฟู้ดจากประเทศญี่ปุ่น เนื้อจากประเทศออสเตรเลีย ครีมจากประเทศฝรั่งเศส โดยคิดว่าปีนี้ ต้นทุนสินค้าน่าจะเพิ่มขึ้นอีก 5-10%
ซึ่งคุณพจนีย์ ได้เล่าต่อว่า จริงๆแล้วจับสัญญาณการขึ้นราคาของวัตถุดิบได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่ค่อยๆขึ้นเรื่อย อย่างเช่นปีที่แล้ว หอยจากญี่ปุ่นปรับราคาเพิ่มขึ้น 20% ส่วนแซลม่อนก็เพิ่มขึ้นกว่า 20%
โจทย์หลักของตลาดบุฟเฟ่ต์พรีเมียม คือการหาลูกค้าใหม่
คุณพจนีย์ ได้เล่าต่อว่า ความยากของคนทำร้านอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์พรีเมียม คือ การหาลูกค้าใหม่ หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมไม่ใช่เพิ่ม Repeated Customers หรือลูกค้าหน้าเก่าที่เข้ามาใช้บริการใหม่
คำตอบก็คือใน 1 ปี คุณจะสามารถกินบุฟเฟ่ต์ราคา 999++ บาท ได้สักกี่ครั้ง ?
เมื่อเจาะดู Data ของร้าน พบว่า ลูกค้าเก่ามาทานซ้ำมากที่สุดแค่ 4 ครั้ง/ ปี เพราะราคา ทำให้ทางแบรนด์ต้องพยายามหาลูกค้าใหม่ๆเข้ามาเติมเต็ม
ปัจจุบัน Copper Buffet มี 2 สาขา นั้นก็คือ สาขา The Sense Pinklao และ Gayson Amarin ซึ่งสามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่า 2,000 คน/วัน
โดยทั้ง 2 สาขา มีฐานลูกค้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ด้วยราคาและโลเคชั่น
- สาขา The Sense Pinklao : ราคาเริ่มต้น 999+บาท มีลูกค้าคนไทยกว่า 80% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัว และเป็นลูกค้าต่างชาติเพียง 20%
- สาขา Gaysorn Amarin: ราคาเริ่มต้น 1,499+ บาท เป็นชาวต่างชาติถึง 45% และเป็นคนไทยกว่า 55% ซึ่งส่วนใหญ่แล้วลูกค้าคนไทยจะเป็นกลุ่มพนักงานออฟฟิศที่มากินเลี้ยง มากันที่ 30-50 คน
Copper Buffet แตกบริการใหม่ เจาะตลาด Catering
ท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซา ธุรกิจที่จะอยู่รอดก็ต้องปรับตัว คุณพจนีย์ ได้เล่าว่า ตอนนี้ Copper Buffet ต้องหาโมเดลใหม่ๆมาเติมเต็ม สร้างบริการใหม่ๆโดยหวังว่าจะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆเข้ามาได้ เช่น
เจาะตลาด Catering บริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ที่ยกเมนูระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็นซุปเห็ดทรัฟเฟิล และครัวซองต์ฝรั่งเศส หรือ ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อวากิว/หมู S-Pure สูตรต้นตำรับ ไปเสิร์ฟถึงหน้างาน โดยมีแพ็กเกจราคาที่ยืดหยุ่นเริ่มต้นตั้งแต่ 16,000++ บาทขึ้นไป
และ Copper Finest Party บริการรับจัดเลี้ยงภายในร้านรองรับทุกรูปแบบ ทั้งงานสัมมนา งานเลี้ยงส่วนตัว ไปจนถึงงานแต่งงาน โดยเฉพาะสาขา The Sense ปิ่นเกล้า ที่มีศักยภาพรองรับลูกค้าได้สูงสุดถึง 400 ที่นั่ง
เพราะหากคํานวณจากต้นทุน ทั้งวัตถุดิบ ค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่าที่ เเละอื่นๆ ทางร้านต้องการลูกค้ากว่า30,000-35,000 คน/เดือน (2 สาขารวมกัน) เพื่อให้เเค่คุมทุน
โดยในปีนี้ตั้งเป้ารายได้ บุฟเฟ่ต์ 80% Catering 10% และ Copper Finest Party 10%