โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตือนแล้วเตือนอีก!! คนไทยอย่าให้ความช่วยเหลือธุรกิจกลุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ย้ำชัด!! มีโทษหนัก

สวพ.FM91

อัพเดต 04 พ.ค. เวลา 05.08 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. เวลา 05.08 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตือนแล้วเตือนอีก!! คนไทยอย่าให้ความช่วยเหลือธุรกิจกลุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ย้ำชัด!! มีโทษหนัก พร้อมเดินหน้าปราบปรามนอมินีต่อเนื่อง ดึงข้อมูลนิติบุคคลต่างด้าว 6,551 รายที่เข้าข่ายประกอบธุรกิจฝ่าฝืน 3 บัญชีท้าย ผนึกกำลังพันธมิตรตรวจสอบเชิงลึก หากผิดจริงฟันไม่เลี้ยง ป้องกันประเทศเสียหายเพราะธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัย หลังพบคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 50 ลักลอบดำเนินธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้ายของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดชัดเจนตามกฎหมาย โดยกรมฯ ได้นำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์และเชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เบื้องต้น พบนิติบุคคลต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 6,551 ราย ซึ่งขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านภาษี ในการขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และขอย้ำว่า ‘ผู้ประกอบธุรกิจหรือนักลงทุนชาวต่างชาติ’ หากต้องการเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด ซึ่ง พ.ร.บ.ฯ ฉบับนี้กำหนดเงื่อน่ไขการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวไว้ ‘3 บัญชีท้าย’ เพื่อบ่งชี้สถานะการประกอบธุรกิจที่ชาวต่างชาติสามารถดำเนินการในประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 3 บัญชีท้ายตามความสำคัญ ดังนี้

บัญชีที่ 1 ‘ห้ามชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด’ บัญชีนี้เป็นธุรกิจที่ห้ามชาวต่างชาติประกอบกิจการด้วยเหตุผลพิเศษ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่พี้นฐานของคนไทย และสงวนไว้สำหรับคนไทย อาทิ การทำนา ทำสวน ทำไร่ การทำประมงในน่านน้ำไทย การทำไม้จากป่าธรรมชาติ การค้าขายที่ดิน

บัญชีที่ 2 ‘เกี่ยวข้องกับกับความมั่นคง วัฒนธรรม และทรัพยากรของประเทศ’ บัญชีนี้เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ หรือมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับสำคัญ ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี อาทิ ธุรกิจเกี่ยวกับความมั่นคง (เช่น อาวุธ) ธุรกิจคมนาคม ขนส่ง ธุรกิจเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ

บัญชีที่ 3 “คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขันต้องขออนุญาต” บัญชีนี้เป็นธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมในการแข่งขัน ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อาทิ ธุรกิจบริการ เช่น บัญชี กฎหมาย ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม เป็นต้น

ทั้งนี้ ความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มีโทษทั้งจำคุกและปรับ โดยผู้ที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ที่รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดหรือมิได้ป้องกันเกินสมควรไม่ให้เกิดการกระทำความผิด อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายืนยันจะดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงและเทคโนโลยีวิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายผิดกฎหมายและขอความร่วมมือจากประชาชนแจ้งเบาะแสเพื่อร่วมกันปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ โทร 0 2547 4425 - 6 และ กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย โทร 0 2547 4400 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ Call Center 1570 และเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...