จีน สั่งบริษัท “ฝ่ามาตรการคว่ำบาตรสหรัฐ” ครั้งแรก เสี่ยงปะทะการเงินโลก
จีน ใช้กฎหมาย blocking measure คุ้มครองบริษัทในประเทศ ห้ามยอมรับมาตรการสหรัฐต่อธุรกิจน้ำมันอิหร่าน สะท้อนจุดยืนแข็งกร้าวท่ามกลางการแข่งขันมหาอำนาจ
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.14 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลจีนออกคำสั่งให้บริษัทในประเทศไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐเป็นครั้งแรก ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจทำให้ภาคธนาคารจีนตกอยู่ท่ามกลางแรงกดดันจากการแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก
การตัดสินใจดังกล่าว ซึ่งประกาศเมื่อวันเสาร์ ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังที่ผ่านมาแม้จีนจะวิพากษ์มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐ แต่โดยพฤตินัยมักปล่อยให้บริษัทปฏิบัติตาม เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเข้าถึงระบบการเงินดอลลาร์
มาตรการล่าสุดของจีนมุ่งเป้าไปที่บริษัทโรงกลั่นน้ำมันเอกชน 5 แห่งที่เชื่อมโยงกับการค้าน้ำมันของอิหร่าน โดยกำหนดห้ามยอมรับ บังคับใช้ หรือปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐในเขตอำนาจของจีน
ความเคลื่อนไหวนี้อาศัยกฎหมาย blocking measure ที่จีนออกตั้งแต่ปี 2564 เพื่อปกป้องบริษัทจากกฎหมายต่างชาติที่ถูกมองว่าไม่เป็นธรรม โดยหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบคือ Hengli Petrochemical (Dalian) Refinery Co. ซึ่งเพิ่งถูกสหรัฐคว่ำบาตรเมื่อเดือนที่ผ่านมา
สื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุว่า นี่คือ“ก้าวสำคัญในการนำเครื่องมือทางกฎหมายด้านต่างประเทศจากระดับนโยบายสู่การใช้งานจริง”
นักวิเคราะห์ มองว่า นี่เป็นการเคลื่อนไหวเชิงรุกที่สุดของจีนในการตอบโต้อำนาจทางการเงินของสหรัฐ และอาจนำไปสู่ความตึงเครียดรอบใหม่ ก่อนการพบกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนนี้
กระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่ามาตรการของสหรัฐจำกัดการค้าปกติระหว่างประเทศที่สามอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดต่อบรรทัดฐานสากล โดยย้ำว่าจีนคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ไม่ได้รับการรับรองจากสหประชาชาติ
ธนาคารที่ทำธุรกิจกับโรงกลั่นเหล่านี้กำลังเร่งประเมินผลกระทบและขอคำชี้แจงจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะความเสี่ยงจาก secondary sanctions หรือมาตรการคว่ำบาตรรองจากสหรัฐ
นักวิเคราะห์จาก Eurasia Group ระบุว่า หากสหรัฐขยายมาตรการไปยังธนาคารจีนหรือรัฐวิสาหกิจรายใหญ่ จีนมีแนวโน้มจะตอบโต้รุนแรงขึ้น
ทั้งนี้จีนยังคงเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน โดยน้ำมันจำนวนมากถูกนำเข้าโดยอ้อมผ่านโรงกลั่นเอกชน ก่อนแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันเบนซินและดีเซล แม้ข้อมูลศุลกากรจีนจะไม่สะท้อนธุรกรรมเหล่านี้อย่างเป็นทางการ โดยภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญ โดยคิดเป็นถึง 1 ใน 3 ของกำลังการกลั่นน้ำมันในประเทศ ซึ่งสะท้อนความสำคัญของความมั่นคงพลังงานต่อยุทธศาสตร์จีน
มาตรการใหม่ยังเปิดช่องให้บริษัทจีนสามารถเรียกร้องค่าชดเชยผ่านศาลในประเทศ หากได้รับความเสียหายจากฝ่ายที่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร นักลงทุน หรือคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศที่มีธุรกิจในจีน
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การใช้มาตรการนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 สะท้อนว่าจีนกำลังลด “threshold” หรือเกณฑ์ในการใช้เครื่องมือกฎหมายเพื่อตอบโต้แรงกดดันจากต่างชาติ
อ้างอิง : www.bloomberg.com