24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 6 เมษายน 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 6 เมษายน 2569
>> สิ้น! ฐิติพันธ์ แสงนาค อดีต สส.ขอนแก่น ปลิดชีพตนเอง ริมบึงแก่นนคร จนท.คาดปัญหาสุขภาพ
07.30 น. พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ “แก่นนคร191” ว่า มีเหตุชายเสียชีวิต บริเวณลานไหริมบึงแก่นนคร เขตเทศบาลนครขอนแก่น รุดเตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณลานไหริมบึงแก่นนคร พบร่างคนนอนเสียชีวิตอยู่ในจุดเกิดเหตุ มีบาดแผลบริเวณศีรษะ โดยในมือขวาพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ยี่ห้อ Sig Sauer รุ่น P365 เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด
ทราบชื่อต่อมาว่าผู้ตายคือ นายฐิตินันท์ แสงนาค อายุ 65 ปี อดีต ส.ส.ขอนแก่น เขต 1 พรรคอนาคตใหม่ และ พรรคภูมิใจไทย
จากการสอบถาม น.ส.ภูษณิศา (สงวนนามสกุล) ภรรยาผู้เสียชีวิต ทราบว่า ผู้ตายมีปัญหาด้านสุขภาพ ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และมีภาวะความเครียดสะสม และครอบครัวไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในที่เกิดเหตุ พร้อมส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
>> ไฟไหม้โรงงานสี ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
10.15 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร โดยจุดเกิดเหตุ ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลคลองมะเดื่อ เป็นโกดังให้เช่าพื้นที่ขนาดประมาณ 1 ไร่ โดยโรงงานที่เช่าประกอบกิจการผลิตสีสำหรับงานสกรีน
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลคลองมะเดื่อ และหน่วยงานใกล้เคียง ระดมรถดับเพลิงเข้าพื้นที่ประมาณ 10 คัน เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง โดย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ในระดับหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามไปยังโกดังสินค้าใกล้เคียง ซึ่งมีอยู่ติดกันประมาณ 4 หลัง
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ภายในอาคารมีสารเคมีประเภททินเนอร์และสีเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ยากลำบากในการเข้าควบคุมเพลิงของเจ้าหน้าที่ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ต่อไป
>> ไฟไฟม้โรงเก็บของเก่าบุรีรัมย์ วอดทั้งหลัง คาดอากาศร้อนบวกประกายไฟตัดเหล็ก เสียหายกว่า 2แสน
12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บของเก่า ที่บ้านกวางงอย หมู่ที่ 13 ต.โคกกลาง จึงประสานรถดับเพลิงในพื้นที่ร่วมตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นโรงเก็บของเก่าจากการรับซื้อเข้ามา จ.บุรีรัมย์ อยู่ริมถนนสายนางรอง
รถดับเพลิงหลายคันระดมฉีดน้ำที่กำลังลุกไหม้อย่างหนัก แต่การดำเนินการเป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากภายในโรงเก็บดังกล่าวมีทั้งขวดพลาสติก แกลลอนน้ำมัน เศษกระดาษ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี รถดับเพลิง จำนวน 5 คัน ได้เร่งฉีดน้ำสกัดไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังบ้านพักซึ่งอยู่ติดกัน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่โรงเก็บของเก่าได้รับความเสียหายวอดหมดทั้งหลัง ทั้งของเก่าที่รับซื้อไว้ รถไถนาที่จอดไว้ รถยนต์การเกษตร ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายจนหมด ด้านนายบรรหาร (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี คนงานที่มาตัดโครงรถจักรยานยนต์ กล่าวว่า ช่วงที่กำลังเจียโครงรถจักรยานยนต์มีสะเก็ดไฟกระเด็นไปโดนใยนุ่น ซึ่งร่วงลงมา ตนเองพยายามดับไฟ แต่ไม่เป็นผล เนื่องจากไฟได้ลุกลามขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว ความเสียหายประมาณ 200,000 บาท
>> ตร.จับแล้ว 2 วัยรุ่น ไล่ยิงสนั่น เสียชีวิต 1 ราย
13.50 น. กรณีวัยรุ่นไล่ยิงกัน บริเวณปากซอยเอกชัย 110 เขตบางบอน ปมเหตุเริ่มจากเรื่องขอชนแก้วในงานวันเกิด ก่อนบานปลายเป็นการนัดเคลียร์และใช้อาวุธปืนยิงใส่กัน จนเป็นเหตุให้ นายศุภโชค อายุ 21 ปี ที่ถูกยิงกลางหลังเสียชีวิต ส่วน นายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และ นายกฤษดา อายุ 35 ปี บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้บาดเจ็บจัดงานวันเกิดในพื้นที่ย่านโพธิ์แจ้ โดยมีผู้ก่อเหตุไปร่วมงานด้วย ระหว่างดื่มสุรา หนึ่งในผู้บาดเจ็บได้เข้ามาขอชนแก้วแล้วปฏิเสธ ทำให้เกิดปากเสียงกัน ก่อนแยกย้ายกันไป
ต่อมาทั้งสองฝ่ายมีการท้าทายกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย และนัดเคลียร์ปัญหาที่บริเวณซอยเอกชัย 110 กระทั่งช่วงเช้ามืด กลุ่มผู้บาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์มาถึงจุดนัดหมาย ก่อนยิงกันขึ้น โดยฝ่ายผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ยิงใส่กลุ่มคู่กรณี จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางบอน เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ กระทั่งสามารถจับกุมตัวนายบิ๊ก ผู้ลงมือยิง และ นายณัฐ ผู้ร่วมก่อเหตุ ได้ที่บ้านพักของนายณัฐ ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง อยู่ภายในซอยเอกชัย 110 เขตบางบอน กรุงเทพฯ พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 หรือ ปืนอีโบ๊ะ ที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นปืนของนายบิ๊ก ถูกนำไปซ่อนไว้บริเวณระเบียง ตำรวจจึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ทั้งนี้ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง แต่ไม่คิดว่าจะมีผู้เสียชีวิต พร้อมระบุว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุซื้อมาจากเพื่อนในราคา 4,000 บาท ซึ่งเพื่อนคนดังกล่าวติดคุกไปแล้ว
>> ทส.เอาจริง! ระดมกำลัง เจ้าหน้าที่ เร่งดับไฟ ปิดจบก่อนสงกรานต์
14.00 น. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนให้ปราบปรามผู้ลักลอบเผาป่าอย่างจริงจัง พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือให้คลี่คลายก่อนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตและท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข
ล่าสุด พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารมว.ทส. ได้นำคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการฯ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประชุมร่วมกับ 16 จังหวัดภาคเหนือผ่านระบบออนไลน์ เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเข้มข้น ขณะเดียวกัน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าครั้งใหญ่ ทั้ง “ชุดเสือไฟ” จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ และ “ชุดเหยี่ยวไฟ” จากกรมป่าไม้ รวม 380 นาย เสริมด้วยเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อีก 1,900 นาย และเตรียมส่งกำลังเพิ่มเติมอีก 500 นาย จากพื้นที่เสี่ยงต่ำ เพื่อหมุนเวียนกำลังช่วยเจ้าหน้าที่แนวหน้าที่ปฏิบัติงานต่อเนื่องมานานเกือบเดือน พร้อมกันนี้ยังได้ย้ำว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความเป็นห่วงสุขภาพของประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ และสุขภาพของเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าทุกนาย
พบจุดความร้อน (Hotspot) จำนวนมากผิดปกติในพื้นที่ป่าธรรมชาติ ทั้งเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน และอุตรดิตถ์ โดยจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้เผาป่าทุกราย พร้อมขอความร่วมมือประชาชน “งดเผาทุกกรณี” และร่วมกันแจ้งเบาะแส เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นควัน และคืนอากาศสะอาดให้คนไทยก่อนถึงช่วงสงกรานต์นี้
>> กองทัพเรือ โดย นรข.เขตนครพนม ตรวจยึดไอซ์ 180 กิโลกรัม ริมโขง มูลค่า 54 ล้านบาท ผู้ต้องหาทิ้งของกลางหลบหนี
17.20 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม ได้รับทราบข่าวสารและดำเนินการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณริมทางหลวงหมายเลข 212 หลักกิโลเมตรที่ 232 บ้านโพนทอง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยถูกนำมาวางทิ้งไว้บริเวณดังกล่าว พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) บรรจุอยู่ในกระสอบ จำนวน 6 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 180 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 54 ล้านบาท โดยไม่พบตัวผู้กระทำผิด คาดว่าอาศัยช่วงเวลามืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้
ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด และได้นำของกลางทั้งหมดกลับมายังสถานีเรือบ้านแพง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลติดตามเครือข่ายผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
>> รวบสาวเปิดบัญชีม้า หลอกให้ร่วมลงทุนซื้อขายเทรดทองคำ เหยื่อสูญเงินสองแสน
19.30 น. ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นางสาวจา (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนฯ” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือน มิถุนายน 2567 ผู้เสียหายได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า มีผู้ใช้แอปไลน์ ส่งข้อความมาหาจากนั้นชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อขาย(เทรด)ทองคำ พร้อมส่งลิงก์เว็บไซต์ให้ลงทะเบียน โดยผู้เสียหายโอนเงิน 200,000 บาท เข้าบัญชี นางสาวจา (ผู้ต้องหารายนี้) เมื่อโอนเงินไปแล้ว กลับไม่สามารถถอนเงินคืนได้ จึงทราบว่าถูกคนร้ายหลอกลวงจึงแจ้งความไว้ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบจนสามารถติดตามจับกุมนางสาวจา ซึ่งเป็นบัญชีม้าได้ แต่จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีในพื้นที่ต่อไป
>> ตำรวจคอมมานโดบุกจับนายหน้าค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ พบสั่งซื้อปืนไรเฟิลจากผู้พันแห่งรัฐมอญ
20.50 น. ตำรวจสอบสวนกลาง นำกำลังจับกุม นายเอก (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง, พกพาอาวุธปืนภายในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ , มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย” ได้บริเวณไร่มะนาวแห่งหนึ่ง หมู่ 8 ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.147 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ สภ.บางสะพาน, เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาไชยราชและ ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. ได้จับกุมนายยอดรักอายุ 30 ปี บุคคลต่างด้าวสัญชาติมอญ พร้อมของกลางกระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 407 นัด และ อาวุธปืนไรเฟิล อัตโนมัติ M1918 จำนวน 3 กระบอกได้บริเวณแนวพรมแดนช่องทางธรรมชาติ ใน ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดย นายยอดรัก ให้การซัดทอดว่าจะนำอาวุธสงครามดังกล่าวไปขายให้ นายเอก ผู้ต้องหารายนี้ เจ้าหน้าที่ ตชด.147 ได้ติดตามขยายผลจนพบตัว นายเอก จึงแสดงตัวหมายจับกุม แต่ นายเอก ไหวตัวทันหลบไป โดยทิ้งอาวุธปืน M.16 มีการบรรจุกระสุนไว้ในรังเพลิง 20 นัด และกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. อีก 20 นัดไว้ สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป