โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดโครงสร้าง "น้ำมันดีเซล" ทำไมคนไทยจ่ายแพงกว่าเพื่อนบ้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 06.34 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 09.58 น.

เปิดโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซล ทำไมคนไทยจ่ายแพงกว่าเพื่อนบ้าน “อัทธ์” นักวิชาการอิสระ วิเคราะห์ผลกระทบราคาน้ำมัน จากปัญหาตะวันออกกลาง ทำไมคนไทยต้องซื้อน้ำมันแพง

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน กล่าวว่า ได้วิเคราะห์ผลกระทบตะวันออกกลาง ที่มีผลต่อราคาน้ำมันโลก ราคาน้ำมันไทย ทำไมคนไทยต้องซื้อน้ำมันแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

1.น้ำมันตะวันออกกลางสำคัญแค่ไหน : ผลิตน้ำมันวันละ 30% ส่งออก 25% ของโลก

โลกผลิตน้ำมันวันละ 106 ล้านบาร์เรล และส่งออก 45 ล้านบาร์เรล ประเทศตะวันออกกลางผลิตวันละ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งออกวันละ 25 ล้านบาร์เรล ใช้ในประเทศ 5 ล้านบาร์เรล โดย 20 ล้านบาร์เรลส่งออกทางช่องแคบฮอร์มุช และที่เหลือส่งออกทางท่อที่สำคัญ คือท่อน้ำมันของซาอุฯ (East West Oil Pipeline) ระยะ 1,200 ไปสู่ท่าเรือ Yanbu ในทะเลแดง และท่อน้ำมัน Fujarah ของ UAE ที่ออกทางอ่าวโอมาน ระยะทาง 400 กม

2.ไทยพึ่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมากสุด 60% นำเข้าจากอเมริกาเหนือพุ่ง 5,000%

ใน 1 ทศวรรษที่ผ่านมา (ปี 2016-2025) ไทยนำเข้าเพิ่มจาก 320 ล้านบาร์เรล เพิ่มเป็น 354 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้น 34 ล้านบาร์เรล หรือเพิ่ม 10.6% ไทยนำเข้าจากตะวันออกกลางมากสุด สัดส่วน 60% (ทั้ง 2 ช่วงเวลา) ในปี 2025 นำเข้าจากอเมริกาเหนือ (จากสหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นมากกว่า 50 ล้านบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้น 5,244 % ในขณะที่ไทยนำเข้าลดลงจากอาเซียน

ประเทศตะวันออกกลางที่ไทยนำเข้าน้ำมันมากสุดคือ UAE ตามด้วยซาอุฯ ส่วนประเทศในอเมริกาเหนือที่ไทยนำเข้ามากคือ สหรัฐฯ ส่วนในอาเซียนมีการนำเข้าทั้งจากมาเลเซียและอินโดนีเซียในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน

3.โครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลไทย: ทำคนไทยจ่ายแพงกว่ามาเลเซียและอินโดนีเซีย

โครงสร้างการคิดคำนวณราคาน้ำมันดีเซลของไทยกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย มีความแตกต่างกันมาก ในโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซล ไทยเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน แต่มาเลเซียกับอินโดนีเซียไม่เก็บ ส่วนอื่นๆ มาเลเซียและอินโดฯ เก็บน้อยกว่าไทย เช่น ภาษีสรรพสามิต, VAT และค่าการตลาด เป็นต้น ขณะเดียวกันมาเลเซียและอินโดนีเซียใช้เงินงบประมาณ เพื่อตรึงราคาที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

4.ดีเซล 29.94 บาท/ลิตร : สิทธิคนไทยต้องได้ใช้นาน 3 เดือน

สงครามตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 รัฐบาลบอกว่าไทยมีสต๊อกน้ำมันอยู่ 3 เดือน นั้นหมายความว่า น้ำมันดิบเหล่านั้นซึ้อมาก่อนวันที่ 28 ก.พ. 2569 แสดงว่าประเทศไทยมีน้ำมันดิบอยู่ที่ 90 ล้านบาร์เรล หรือ 14,310 ล้านลิตร

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ รัฐบาลมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน สิ้นสุดวันที่ 17 มี.ค 2569 และเมื่อวันที่ 13 มี.ค 2569 มีการปรับค่าการกลั่น (Gross Refinery Margin :GRM) จาก 2 บาท/ลิตร เป็น 6 บาท/ลิตร ทั้ง 2 กรณี “ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะปรับ” ที่จะส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีก เพราะน้ำมันดิบที่ประเทศไทยมีอยู่ เป็นการซื้อด้วยราคาถูก ซื้อมาก่อนวันที่ 28 ก.พ. 2569

คนไทยควรได้สิทธิที่ซื้อน้ำมันดีเซลที่ ราคา 29.94 นาน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2569 ไปจนถึงวันที่ 28 มิ.ย. 2569 ไม่ควรมีการปรับขึ้นราคา

4.1 ราคาน้ำมันดีเซลวันที่ 27 ก.พ. 2569: ค่าการกลั่นอยู่ที่ 5.2 บาท/ลิตร

วันที่ 27 ก.พ. 2569 ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 68 เหรียญต่อบาร์เรล หรือ ราตา WTI อยู่ที่ 67 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ MOPS สิงคโปร์อยู่ที่ 92.88 เหรียญต่อบาร์เรล “ค่าการกลั่นอยู่ที่ 5.2 บาท/ลิตร หรือ GRM” เห็นได้ว่าร้อยละ 63% ของราคาขายปลีกดีเซลเป็นราคาหน้าโรงกลั่น และ 23% เป็นภาษีสรรพสามิต โดยใช้สูตรในการคำนวณราคาขายปลีกดีเซล

4.2 ราคาน้ำมันดีเซลวันที่ 17 มี.ค 2569 : อุดหนุนลิตรละ 20 บาท

หลังจากเกิดสงคครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบเพิ่มจาก 67 เหรียญ/ดอลล่าร์ เป็น 103 เหรียญต่อดอลล่าร์ ทำให้โครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกเปลี่ยนไป แต่ยังขายปลีกที่ 29.94 บาทต่อลิตร ทำให้ต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนเพิ่มจาก 0.74 บาท/ลิตร เป็น 20.36 บาทต่อลิตร ราคาที่เพิ่มขึ้นมากคือ ราคาหน้าโรงกลั่นจาก 18.9625 บาทต่อลิตร เป็น 38.6747 บาทต่อลิตร

5.ทำไม “คนไทยต้องรับกรรม” จ่ายดีเซลแพง

1.การคำนวณโครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีกมีปัญหา : วิธีการคิดราคาน้ำมันขายปลีกของไทย เป็นการคิดให้สูง แล้วผลักภาระราคาให้คนไทยต้องจ่าย ทั้งราคาที่สูงและเงินเข้ากองทุน ในขณะที่มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แม้ว่าจะอ้างอิงราคาสิงคโปร์ แต่ทั้ง 2 ประเทศไปปรับให้ราคาลดลง เช่น ไม่เก็บภาษี ไม่เก็บเงินเข้ากองทุน

2.ห่วงโซ่อุตสาหกรรมน้ำมันได้ประโยชน์ คนไทยเสียประโยชน์ : ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนไปราคาขายปลีก ในขณะที่คนไทยต้องซื้อน้ำมันที่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมน้ำมันเป็นผู้กำหนดราคา คนไทยไม่มีทางเลือก

3.อุตสาหกรรมไบโอดึเซลขาดการผลักดัน : ไทยเป็นประเทศที่ใช้ไบโอดีเซลน้อยที่สุดในอาเซียนคือ B7 ในขณะที่ มาเลเซียใช้ B20 และอินโดนีเซียใช้ B40 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่มีรัฐบาลชุดใด ส่งเสริมและผลักดันให้มีการใช้ไบโอดีเซลให้เพิ่มขึ้น

4.ราคา 2 ตลาด ทำตลาดน้ำมันปั่นปวนและขาดแคลน : แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศว่ามีน้ำมันเพียงพอก็ตาม แต่ปัจจุบันเกิดการแย่งชิงน้ำมันหน้าปั้มน้ำมัน เพราะคนกลางที่ซื้อน้ำมันตรงจากโรงกลั่นไม่สามารถรับภาระน้ำมันที่แพงได้ จึงหันมาซื้อที่หน้าปั้มที่มีราคาถูกกว่า (เพราะเป็นราคาที่รัฐฯ อุดหนุน) แทน ทำให้เกิดน้ำมันขาดแคลนที่หน้าปั้ม

น้ำมันประเทศไทยมีพอแน่ แต่ “ราคาจะแพงมาก”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดโครงสร้าง “น้ำมันดีเซล” ทำไมคนไทยจ่ายแพงกว่าเพื่อนบ้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...