โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเดินทางท่องเที่ยวในปัจจุบัน แพงจนเกินเอื้อมสำหรับคนอเมริกัน

the Opener

เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 11.46 น. • The Opener

“ปัจจุบันนี้ การเดินทางมีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไปหรือเปล่า?” คำตอบของคำถามนี้สำหรับชาวอเมริกันจำนวนมาก ก็คือ “ใช่ มันแพงเกินไป”

ทิม ไพลอันท์ สถาปนิกจากเมืองออสติน ในเท็กซัส บอกว่า ฤดูร้อนปีนี้เขาวางแผนที่จะไม่เดินทางไปไหนไกลๆ เลย เพราะค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางนั้นแพงมากเสียจนเขาไม่อยากเชื่อ

ทิมบอกว่า สิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดเป็นพิเศษ คือ ราคาอาหารในสนามบินที่พุ่งปรี๊ด จนแม้แต่ค่าใช้จ่ายที่บริษัทสำรองให้แทบจะไม่สามารถซื้ออาหารในราคาที่แพงขนาดนี้ได้

ปรกติทิมมักเดินทางอยู่ตลอด ไม่ใช่แค่ในอเมริกา แต่เป็นที่ต่างๆ ทั่วโลก ล่าสุดเขาเจอกับราคาอาหารในสนามบินที่ทำให้รู้สึกโกรธหูดับ เมื่อต้องจ่ายเงินมากกว่า 30 ดอลลาร์ สำหรับแซนด์วิชสองชิ้นที่สนามบินในกรุงเทพฯ

ดัชนีค่าเดินทางของ สมาคมการท่องเที่ยวของสหรัฐอเมริกา เผยว่า นับจากปี 2019 เป็นต้นมา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 23 และส่งผลกระทบต่อความสามารถในการใช้จ่ายของผู้คน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ผลสำรวจของEF Go Ahead Tours พบว่า ร้อยละ 72 ของคนเจน Z และมิลเลนเนียล เห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางนั้นสูงเกินไป สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากเงินเฟ้อและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ซึ่งทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดพักผ่อนนั้นเป็นไปได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ

“แทบทุกส่วนของการเดินทาง ตั้งแต่เที่ยวบิน โรงแรม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายเสริมต่างๆ มักมาพร้อมค่าธรรมเนียมที่คาดไม่ถึงและราคาที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงจองช้าลง คอยตามล่าตั๋วราคาถูกที่สุด และมองหาความแน่นอนด้านราคามากขึ้น” เมลิสา ดาซิลวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทท่องเที่ยว Trafalgar กล่าว

คริสโตเฟอร์ เอลเลียต ผู้สื่อข่าวที่รณรงค์เรื่องสิทธิผู้บริโภค บอกว่า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ราคาห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมในสหรัฐเพิ่มจาก 103 ดอลลาร์ต่อคืนในปี 2020 มาเป็น 162 ดอลลาร์ในปี 2025 หรือเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 58

เขาบอกว่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่แพงขึ้นไม่ได้เกิดจากแค่ค่าตั๋วโดยสารหรือจากราคาน้ำมันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายเสริมต่างๆ ที่บรรดาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพิ่มเข้ามา โดยช่วงหลังๆ มานี้ ค่าใช้จ่ายเสริมเหล่านี้ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแต่ค่าธรรมเนียมแฝงเหล่านี้ที่คนไม่ค่อยพูดถึงต่างหากที่รวมกันจนทำให้การเดินทางแพงขึ้น

“สายการบินตัดความสะดวกสบายแทบทุกอย่างออกไปแล้ว เมื่อก่อนกระเป๋าที่โหลดใต้เครื่องกับการเลือกที่นั่งรวมอยู่ในตั๋ว แต่ตอนนี้ต้องจ่ายเพิ่ม อย่างน้อยพวกเขาก็ยังไม่เก็บเงินค่าห้องน้ำ แค่ในตอนนี้” เดฟ ซูริค ผู้จัดการจากเมืองทูซอน รัฐแอริโซนา กล่าว และบอกว่า เขาคงไม่เดินทางเลย ถ้าลูกๆ ของเขาไม่ได้อาศัยอยู่อีกฝั่งของประเทศ

คริสโตเฟอร์บอกว่า บางทีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาจหลงลืมลูกค้าของตัวเอง ด้วยการลดทอนผลิตภัณฑ์ลงจนเหลือเพียงเปลือกเมื่อเทียบกับอดีต ตั๋วเครื่องบินซึ่งครั้งหนึ่งเคยรวมกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง การเลือกที่นั่ง และอาหาร แต่ตอนนี้กลายเป็นที่นั่งเล็กลง ผู้โดยสารต้องจ่ายเพิ่มแทบทุกอย่าง แม้แต่กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ขณะที่โรงแรมบางแห่งไม่เปลี่ยนผ้าขนหนูหรือผ้าปูเตียงใหม่ให้ทุกวัน และไม่ทำความสะอาดห้องทุกวัน และยังตัดสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างสบู่และโลชั่นออกไปด้วย ขณะที่ราคาห้องพักสูงกว่าเดิม

“ผมคิดว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลายส่วนกำลังหลงทางจากลูกค้าของตัวเอง พวกเขาเก็บเงินมากขึ้น แต่ให้บริการน้อยลง และไม่เข้าใจความเป็นจริงทางเศรษฐกิจที่ลูกค้ากำลังเผชิญ” คริสโตเฟอร์กล่าว

คริสโตเฟอร์บอกว่า เขามีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารสายการบิน เจ้าของโรงแรม และผู้จัดการที่พักให้เช่า เพื่อฟังมุมมองจากพวกเขา สิ่งที่พบคือ คนเหล่านั้นมักงุนงงว่า ทำไมผู้คนจึงไม่ยอมจ่ายเงินจำนวนหลายร้อยดอลลาร์ต่อคืนสำหรับสินค้าและบริการของพวกเขา คริสโตเฟอร์บอกว่า ดูเหมือนคนพวกนั้นจะลืมไปว่า เงินเฟ้อได้กัดกินรายได้ที่ใช้จ่ายของลูกค้าไปมากแล้ว

คริสโตเฟอร์บอกว่า ยังมีวิธีเดินทางที่ไม่ต้องใช้เงินมากเกินไป ด้วยการซื้อเป็นแพ็กเกจรวม เช่น การซื้อเที่ยวบิน โรงแรม และอาหารรวมกันเป็นแพ็กเกจ ซึ่งอาจช่วยประหยัดเงินได้

ประการต่อมา คือ การเลือกบริษัทที่เข้าใจลูกค้า ตัวอย่างเช่น สายการบิน Turkish Airlines, Qatar Airways และ Emirates ที่ให้บริการกระเป๋าโหลดใต้เครื่องฟรีไว้ในตั๋วชั้นประหยัด หรือการเลือกพักโรงแรมอย่าง Holiday Inn และ Hilton Garden Inn ที่ให้บริการคุณภาพดีในราคาที่สมเหตุสมผล

คริสโตเฟอร์แนะนำว่า อย่าเลือกเดินทางในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน เพราะนั่นคือช่วงที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเปิดฤดูกาลล่าเงินจากกระเป๋าสตางค์ของนักเดินทาง จึงตั้งราคาสูงไว้ที่สุดและให้บริการแบบขั้นต่ำสุด ทางเลือกที่ดีกว่า คือ การเดินทางในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวหลัก และเลือกจุดหมายปลายทางอย่างระมัดระวัง

เขาบอกว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่สถานการณ์เป็นแบบนี้ การเดินทางเคยเป็นรางวัล เป็นโอกาสให้ผู้คนได้พักผ่อน เชื่อมโยงกับผู้คน และออกสำรวจโลก แต่สำหรับชาวอเมริกันบางคน กลับกลายเป็นความหรูหราที่เอื้อมไม่ถึง

“คำถามเดียวที่เหลืออยู่คือ จุดแตกหักจะมาถึงเมื่อไร เมื่อผู้คนตัดสินใจว่า พอแล้ว และจะไม่เดินทางไปไหนอีก ผมสงสัยว่า เราอาจเข้าใกล้จุดนั้นมากกว่าที่ใครหลายคนคิดเสียอีก” คริสโตเฟอร์กล่าว

ที่มา
Travel is getting too expensive. Americans are hitting a breaking point

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...