โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังสงคราม: อิทธิพล ‘AIPAC’ กลุ่มล็อบบี้อิสราเอล ที่กำหนดนโยบายการทหารสหรัฐฯ

The Momentum

อัพเดต 18 มีนาคม 2569 เวลา 0.45 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

“เป้าหมายของเราคือต้องการเปลี่ยนระบบการปกครองของอิหร่าน”

“สหรัฐฯ มีจุดประสงค์คือการทำลายศักยภาพด้านขีปนาวุธของอิหร่าน”

“อิสราเอลคือประเทศที่เริ่มต้นโจมตีอิหร่าน ไม่ใช่สหรัฐฯ”

ข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของถ้อยแถลงเกี่ยวกับสงครามในอิหร่านจากกลุ่มผู้มีอำนาจต่อการกำหนดนโยบายสงครามและการทหารภายในรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งต่างก็ทยอยออกมาแสดงความคิดเห็นกับสื่ออย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันแรกของการเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

คำอธิบายเหล่านี้มีลักษณะคลุมเครือ เปลี่ยนแปลงไปมา และบางครั้งก็ไม่สอดคล้องกันเอง จนสร้างความสับสนให้กับผู้คนทั่วโลกที่กำลังติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด

ความขัดแย้งต่อจุดยืนในสงครามยังลามไปถึงภายในสภาคองเกรส เมื่อสมาชิกรัฐสภาจากพรรคเดโมแครตบางส่วน ซึ่งเป็น ‘พรรคฝ่ายค้าน’ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) โหวต ‘คว่ำมติจำกัดอำนาจของประธานาธิบดี’ ในการทำสงคราม เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียง 219 ต่อ 212 เสียง โดยคะแนนเสียงของพวกเขากลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทรัมป์สามารถเดินหน้าปฏิบัติการทางการทหารต่อไปได้

ทั้งจุดยืนและเป้าหมายที่ชวนสับสน คำอธิบายสาเหตุการเริ่มต้นสงครามที่วกไปวนมา และแผนรับรองการทำสงครามที่ไม่แน่ชัด กำลังสร้างข้อสงสัยให้กับประชาชนว่า สหรัฐฯ กำลังมุ่งหวังอะไรจากการทำสงครามครั้งนี้ หรือแท้จริงแล้ว สหรัฐฯ กำลังถูกบีบจากอิสราเอลให้ทำสงครามกับอิหร่านกันแน่

ข้อสงสัยนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไร้ที่มาแต่อย่างใด เพราะในความเป็นจริงสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันอย่างยาวนาน อีกทั้งการเมืองภายในของสหรัฐฯ ยังมักเชื่อมโยงกับกลุ่มล็อบบี้ของอิสราเอลที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางอีกด้วย

ข้อสันนิษฐานนี้เริ่มดูมีเค้าลางมากขึ้น เมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลของสมาชิกพรรคเดโมแครต (Democratic Party) ที่โหวตสวนกับจุดยืนของพรรคตนเองและพบว่า สมาชิกเหล่านี้กำลังได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกลุ่ม AIPAC (American Israel Public Affairs Committee) ตัวละครที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเมืองภายในของสหรัฐฯ

The Momentum ชวนทำความเข้าใจการกำหนดนโยบายต่างประเทศและการทหารของสหรัฐฯ ผ่านบทบาทและอิทธิพลของกลุ่ม AIPAC

กลุ่ม AIPAC คือใคร: เงิน อำนาจ การเมือง เพื่ออิสราเอล

เมื่อพูดถึงคำว่า ‘กลุ่มล็อบบี้ทางการเมือง’ หลายคนอาจนึกถึงภาพของกลุ่มอำนาจมืดที่กำลังเข้าแทรกแซงประเด็นต่างๆ ทางการเมือง

ทว่าหากอ้างอิงตามทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้ว เราจะพบว่า การกำหนดนโยบายต่างประเทศของแต่ละชาติไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่กลุ่มล็อบบี้ภายในประเทศยังถือเป็นกลุ่มที่มีส่วนขับเคลื่อนการกำหนดนโยบายอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในหลายกรณีกลุ่มดังกล่าวมีอิทธิพลมากกว่าคณะรัฐบาลเสียด้วยซ้ำ

เฉกเช่นเดียวกับการเมืองภายในของสหรัฐฯ ที่กลุ่มล็อบบี้ต่างๆ สามารถแสดงบทบาททางการเมืองได้อย่างเปิดเผย และกลุ่ม AIPAC คือหนึ่งในภาพตัวอย่างที่ชัดเจนมากที่สุด

กลุ่ม AIPAC เป็นกลุ่มล็อบบี้อิสราเอลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มต้นมีบทบาทมาตั้งแต่ปี 1954 และจนถึงปัจจุบัน AIPAC มีสมาชิกภายในองค์กรรวมทั้งสิ้น 6 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเมืองชาวอเมริกันเชื้อสายยิว

การล็อบบี้ของ AIPAC ส่วนใหญ่มักอยู่ในรูปแบบของการให้เงินสนับสนุนนักการเมืองจากทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน (Republican Party) ตั้งแต่ช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ไปจนถึงช่วงที่นักการเมืองเหล่านี้ก้าวเข้าสู่สภาฯ และมีอำนาจในการลงคะแนนเสียงต่อนโยบายสำคัญของประเทศ

ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ AIPAC เปิดเผยว่า ในปี 2024 AIPAC ให้การสนับสนุนทางการเงินโดยตรงแก่นักการเมืองจากทั้ง 2 พรรคจำนวน 361 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,700 ล้านบาท)

AIPAC ตัวละครลับผู้อยู่เบื้องหลังสงครามในตะวันออกกลาง

AIPAC เน้นย้ำต่อสาธารณชนอยู่เสมอว่า ‘เป้าหมายหลัก’ ขององค์กร คือ การผลักดันให้รัฐบาลสหรัฐฯ ในฐานะมหาอำนาจโลก กำหนดนโยบายต่างๆ ที่เอื้อต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของอิสราเอลมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

กลุ่มล็อบบี้ดังกล่าวให้ความสำคัญอย่างสูงสุดต่อนโยบายที่เสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล ทั้งการสนับสนุนความช่วยเหลือด้านเงินทุนและอาวุธยุทโธปกรณ์แก่อิสราเอล นโยบายการต่อต้านการเหยียดชาวยิวและกลุ่มก่อการร้าย รวมถึงการสนับสนุนมาตรการที่มุ่งสกัดกั้นอิหร่าน โดยเฉพาะการยับยั้งโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน

เมื่อพิจารณาถึงเป้าหมายของกลุ่มล็อบบี้นี้ก็อาจช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมกองทัพของสหรัฐฯ จึงได้รับงบประมาณจำนวนมหาศาลจาก AIPAC นับตั้งแต่สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ต่อเนื่องมาจนถึงสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน

หรือแม้แต่การที่สหรัฐฯ ในฐานะหนึ่งในสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council: UNSC) คอยใช้สิทธิออกเสียงยับยั้ง (Veto) เพื่อขัดขวางการประณามหรือคว่ำบาตรอิสราเอลจากการรุกรานปาเลสไตน์ตลอดช่วงเวลาเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ก็พอจะสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจอันทรงพลังของกลุ่ม AIPAC ได้เป็นอย่างดี

ในวันที่ AIPAC ถูกตั้งคำถาม

อย่างไรก็ตาม AIPAC ซึ่งเคยดำเนินบทบาทอยู่เบื้องหลังคณะรัฐบาลสหรัฐฯ มาตลอด กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากสาธารณชนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ท่ามกลางความคลุมเครือในคำแถลงจากตัวผู้นำสหรัฐฯ แผนการทำสงครามที่ไร้ทิศทาง และการผลาญงบประมาณของประเทศจำนวนมากไปกับสงครามครั้งนี้ ทำให้อิทธิพลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนภายในประเทศเริ่มส่งเสียงออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

สื่อท้องถิ่นของรัฐอิลลินอยส์รายงานว่า การเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงปลายปีนี้กำลังมีอิทธิพลต่อท่าทีของผู้ลงสมัครสมาชิกรัฐสภาในรัฐอย่างเห็นได้ชัด โดยผู้สมัครจำนวนไม่น้อยที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก AIPAC เริ่มแสดงความเห็นต่อสงครามครั้งนี้อย่างระมัดระวังมากขึ้น หลังฐานเสียงคนรุ่นใหม่และกลุ่มหัวก้าวหน้าเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อสงครามที่ยืดเยื้อมากจนเกินไป

ขณะเดียวกัน ปีเตอร์ ไบนาร์ต (Peter Beinart) นักเขียนและนักวิเคราะห์การเมือง ตั้งข้อสังเกตว่า แม้การโจมตีทางอากาศและการเลือกใช้เทคโนโลยีในการทำสงครามจะสะท้อนถึงความเหนือกว่าของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามการเลี่ยงการปะทะภาคพื้นดินและการพึ่งพาชาติพันธมิตรในตะวันออกกลางมากขึ้น ก็เผยให้เห็นถึงข้อจำกัดประการหนึ่ง นั่นคือ รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถดึงแรงสนับสนุนจากภาคประชาชนเพื่อทำ ‘สงครามระยะยาว’ เหมือนที่ผ่านมาได้

ขณะที่ จอช นาธาน คาซิส (Josh Nathan Kazis) ผู้อำนวยการข่าวจาก Jewish Currents วิเคราะห์ว่า ท่าทีแข็งกร้าวของ AIPAC ซึ่งต้องการมุ่งทำลายศักยภาพของอิหร่าน กำลังสวนทางกับความต้องการของชาวยิวบางกลุ่มในสหรัฐฯ เนื่องจากยังมีชาวยิวจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการทำสงคราม

นาธานยังเตือนเอาไว้ว่า การที่กลุ่มล็อบบี้นี้พยายามผูกโยงอัตลักษณ์ความเป็นยิวเข้ากับนโยบายสงคราม อาจกระตุ้นให้เกิดกระแสต่อต้านชาวยิวและเพิ่มความเสี่ยงต่อความรุนแรงในอนาคต

แม้สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อาจไม่ได้หมายถึงจุดจบของ AIPAC กลุ่มล็อบบี้ที่มีอิทธิพลต่อสหรัฐฯ มานานกว่า 7 ทศวรรษ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า อำนาจของกลุ่มล็อบบี้ดังกล่าวกำลังถูกตั้งคำถามจากสังคมมากขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง สงครามครั้งนี้กำลังแสดงให้เห็นว่า ‘ภาคประชาชน’ ก็เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายต่างประเทศ ไม่ต่างจากกลุ่มล็อบบี้ เฉกเช่นที่เคยเกิดขึ้นในยุคสงครามเวียดนาม ซึ่งทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ จำเป็นต้องทบทวนทิศทางของสงครามในท้ายที่สุด

ที่มา:

- https://www.aipac.org/

- https://jacobin.com/2026/03/aipac-trump-israel-democrats-iran

- https://www.alquds.com/en/posts/231012

- https://www.theguardian.com/world/2026/mar/03/trump-administration-reasons-for-going-to-war-with-iran

- https://www.theguardian.com/us-news/2026/mar/02/rubio-us-attack-israel-iran

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...