‘ประเสริฐ’ มอบ 5 นโยบาย เดินหน้าแก้วิกฤตการศึกษาไทย
"ประเสริฐ" มอบ 5 นโยบาย ปลดระบบมัดมือบุคลากร ติดอาวุธ AI Literacy มุ่งสร้างพลเมืองโลก
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการศึกษา โดยมีนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
นายประเสริฐ เปิดเผยว่า มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะพัฒนาทุนมนุษย์และยกระดับการศึกษาของประเทศอย่างจริงจัง ผ่านกรอบนโยบาย 5 ด้านหลักที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน
ทั้งนี้ หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่สุดคือ คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก ซึ่งมองว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีแนวทางครอบคลุมตั้งแต่การยุบรวมโครงการที่ซ้ำซ้อน เตรียมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยลดขั้นตอนและภาระงานเอกสารของครู พร้อมออกตัวชี้วัดเพื่อการประเมินครูจากผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นหลัก แทนการทำเอกสารที่เกินความจำเป็น ไปจนถึงการแก้ปัญหาภาระการจัดซื้อจัดจ้างโครงการอาหารกลางวัน ด้วยการนำร่องระบบครัวกลาง Cloud Kitchen โดยบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รมว.ศธ. ย้ำชัดว่า จะไม่ใช้นโยบายแบบOne size fits all อีกต่อไป แต่จะรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ กระจายโอกาสสู่ทุกพื้นที่ โดยการลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากครูและชุมชน พร้อมปรับสูตรเงินอุดหนุนรายหัวให้สะท้อนกับความต้องการ เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกัน จะกระจายทุน ODOS รูปแบบใหม่สู่ทุกอำเภอ และเดินหน้าโครงการ Thailand Zero Dropout อย่างจริงจัง เพื่อดึงเด็กที่หลุดออกนอกระบบกลับสู่การศึกษา
ในด้านคุณภาพการเรียนรู้ รมว.ศธ. มุ่งเปลี่ยนแนวทางการศึกษาจากการ ติวเพื่อจำ ให้กลายเป็นการ เรียนเพื่อใช้จริง โดยจะพลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ และนำ AI มาบูรณาการในห้องเรียนอย่างมีวิจารณญาณ พร้อมเตรียมเด็กไทยให้พร้อมสำหรับการประเมิน PISA 2029 อย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ยังเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนากำลังคนระดับชาติ Human Capital Superboard ที่รวบรวมกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคเอกชน มาร่วมกำหนดทิศทางหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมผลักดันแพลตฟอร์มทักษะแห่งชาติที่ครอบคลุมทั้ง E-Portfolio การรับรองทักษะ และระบบจับคู่ตำแหน่งงาน เพื่อให้เรียนจบแล้วมีงานทำได้จริง
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างครอบคลุม โดยจะจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียนแบบถาวร มีทีมนักกฎหมายและนักจิตวิทยาพร้อมรับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับบุคลากรที่ใช้ความรุนแรง ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนโดยประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมโทรมในโรงเรียน โดยดึงสถาบันอาชีวศึกษาเข้ามาร่วมตรวจสอบและดำเนินการ
สำหรับนโยบายระยะยาวที่สำคัญไม่แพ้กันคือ วางรากฐานการศึกษาใหม่ ด้วยการผลักดัน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ที่จะปลดล็อคหลักสูตรล้าสมัย คุ้มครองผู้เรียนที่มีความหลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2573 การศึกษาไทยจะพลิกโฉมให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปสู่การมีงานทำได้จริง และยืนอยู่ในเวทีโลกได้อย่างมั่นใจ
แต่นี้ไป ศธ. จะทำงานแบบทีม ไม่ใช่ระบบแท่ง เราคือ 'ทีมการศึกษาไทย' ที่เดินหน้าไปด้วยกัน เพราะการศึกษาต้องเริ่มจากเราทุกคน ไม่มีคำว่าการเมืองนำการศึกษา แต่การศึกษาจะต้องแยกจากการเมืองโดยเด็ดขาด และเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคลากร ศธ. ทุกท่านที่จะช่วยกันขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อสร้างเยาวชนไทยให้เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพในอนาคต
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ประเสริฐ' งัด 3 มาตรการแรก ปลดล็อกระเบียบไม่จำเป็น ลดภาระผู้ปกครอง
- ศธ. เสนอเลื่อนขั้นเงินเดือน-ขอพระราชทานเครื่องราชฯ 'ผอ.ศศิพัชร'
- 'นฤมล' ย้ำ 'ศธ.ยุคใหม่' บูรณาการทั้งระบบ ชู 'ครู' หัวใจผลิตเด็ก
ติดตามเราได้ที่