2 สส.กล้าธรรม ฟาดน้ำมันไม่ขาดแต่หายกลางทาง วิกฤติลามหนักทั่วประเทศ
"กล้าธรรม" ซัดวิกฤตน้ำมันลามหนักทั่วประเทศ ลั่นน้ำมันไม่ขาดแต่หายกลางทาง แฉมีคนเสนอขายน้ำมันนอกระบบ เกษตรกรอ่วมต้นทุนพุ่ง จี้นายกฯ แก้ ระวัง รวยไม่ไหวแล้ว จะกลายเป็น อดตายกันหมดแล้ว
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วนที่พรรคการเมืองรวม 6 พรรคเสนอให้สภาฯ พิจารณาปัญหาวิกฤติพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน
นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ระบุว่า วิกฤติน้ำมันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่ต้นเดือน มีประชาชนในพื้นที่เข้ามาร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม เช่น อ.ชุมแสง บรรพตพิสัย และตาคลี จ.นครสวรรค์ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่กลับต้องเผชิญปัญหาน้ำมันขาดแคลน
นายสัญญา กล่าวว่า น้ำมันไม่ได้ขาด แต่หายไปจากระบบ จากข้อมูลในพื้นที่ พบว่าน้ำมันไม่ถึงสถานีบริการจริง ทั้งที่รัฐบาลยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอ สะท้อนความผิดปกติในกระบวนการกระจายสินค้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีบุคคลบางกลุ่มในระบบที่สับรางทำให้น้ำมันไหลไปอีกช่องทางหนึ่ง
มีคนเสนอขายน้ำมันนอกระบบให้ผมในราคาลิตรละ 40-42 บาท ถามว่ามันมาจากไหน ถ้าไม่ใช่จากระบบเดียวกัน นี่คือสิ่งที่น่ากังวล และไม่ใช่คนนอกแน่นอน
นอกจากนี้ วิกฤติที่เกิดขึ้นยังสะท้อนปัญหาที่ซ้ำเติมเกษตรกรอย่างหนัก โดยเฉพาะรถเกี่ยวข้าวที่ไม่สามารถซื้อน้ำมันในปริมาณมากได้ ทำให้โยนภาระให้เกษตรกรต้องไปจัดหาน้ำมันเอง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูง หากต้องซื้อน้ำมันในราคาตลาดมืดถึงลิตรละ 40 บาทขึ้นไป
นายสัญญา กล่าวว่า เงินหลักพันหลักหมื่นมีผลกับชีวิตเกษตรกรอย่างมาก วันนี้แทบจะไปต่อไม่ไหวแล้ว จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งศูนย์ข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่อรวมข้อมูลทุกหน่วยงาน และติดตามเส้นทางน้ำมันอย่างโปร่งใส
ด้านนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก พรรคกล้าธรรม อภิปรายในประเด็นเดียวกันว่า วิกฤติน้ำมันในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะจ.ตาก รุนแรงอย่างมาก ประชาชนต้องต่อคิวยาวหลายกิโลเมตรเพื่อรอซื้อน้ำมัน บางแห่งต้องถือแกลลอนรอเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ผมกลับบ้านไปแค่สัปดาห์เดียว ประเทศเหมือนเปลี่ยนไปแล้ว ต่อคิวยาว 2-3 กิโลเมตร คนหิ้วถังน้ำมันกันเต็มถนน
นอกจากนี้ ยังพบว่าปัญหาในพื้นที่ชายแดนมีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากมีการลักลอบนำน้ำมันข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งในรูปแบบถูกและผิดกฎหมาย ทำให้ปริมาณน้ำมันในประเทศยิ่งตึงตัว
สำหรับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะแนวคิดการปล่อยลอยตัวราคาน้ำมัน ซึ่งอาจทำให้ราคาพุ่งสูงถึงลิตรละ 50 บาท และจะกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังต้นทุนการผลิต ทั้งปุ๋ย ยา และสินค้าเกษตร วันนี้ถ้ารัฐยังแก้ไม่ตรงจุด วิกฤติจะกลับมาอีกแน่นอน และอาจรุนแรงกว่าเดิม ความเดือดร้อนของประชาชนกำลังสะสม และอาจกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองในอนาคต
นายภาคภูมิ กล่าวย้ำว่า วิกฤติครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการ การบังคับใช้กฎหมาย และพฤติกรรมแสวงหากำไรของบางกลุ่มในอุตสาหกรรมพลังงาน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบและแก้ไขอย่างจริงจัง ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามจนควบคุมไม่ได้
ท่านนายกฯ ต้องรีบแก้วิกฤตนี้ให้จบ ถ้าไม่จบมันก็จะเป็นปัญหาในอนาคตอีกต่อไป นายกฯ เคยพูดว่า พอแล้วพอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว วันนี้ก็กลัวท่านจะเสียคำพูด ผมกลัวชาวบ้านจะบอกว่า พอแล้ว พอแล้ว จะอดตายกันหมดแล้ว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ราคาน้ำมันโลก' เจอแรงเทขาย 'เบรนท์' ร่วงกว่า 6% หลุด 100 ดอลล์
- ย้อนรอยประวัติศาสตร์ธุรกิจปั๊มน้ำมันเมืองไทย ใครอยู่-ใครไป
- 'เอกนิติ' เผยรัฐบาลเตรียมออกมาตรการดูแล 5 กลุ่ม หลังราคาน้ำมันพุ่ง
ติดตามเราได้ที่