โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฎิบัติการ "ล้วงคองูเห่า" รวบตัวผู้ต้องหาแอบอ้างสนิท ป.ป.ช. รีดเงิน 15 ล้านบาท อ้างช่วยล้มคดีทุจริตกรมฝนหลวงฯ

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฎิบัติการ "ล้วงคองูเห่า" รวบตัวผู้ต้องหาแอบอ้างสนิท ป.ป.ช. รีดเงิน 15 ล้านบาท อ้างช่วยล้มคดีทุจริตกรมฝนหลวงฯ

25 มี.ค. 69 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ทำการจับกุม นายศอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.7/2569 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2569 ในความผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานของรัฐโดยวิธีอันทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ โดยเจ้าหน้าที่สามารถทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ในคดีนี้ สืบเนื่องจากรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรด้านบริหาร ซึ่งเป็นผู้กล่าวหา ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายศอ (นามสมมุติ) ภายหลังถูกบุคคลดังกล่าวแอบอ้างใช้ชื่อ “สุรชัย” ติดต่อทางโทรศัพท์และเข้าพบถึงสถานที่ทำงาน โดยผู้ต้องหาได้อ้างว่าตนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคณะกรรมการสำนักงาน ป.ป.ช. และสามารถให้ความช่วยเหลือทำให้คดีที่ผู้กล่าวหาถูกไต่สวนเกี่ยวกับการแบ่งซื้อแบ่งจ้างโครงการปรับปรุงอาคารเมื่อปี 2565 สิ้นสุดลงหรือมีมติ “ตีตก” ได้

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาได้เรียกรับเงินจำนวน 15,000,000 บาท เป็นค่าดำเนินการในการจูงใจเจ้าพนักงาน พร้อมทั้งนำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสำนวนการไต่สวนมาแสดงต่อผู้กล่าวหาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากพฤติการณ์ดังกล่าว ผู้กล่าวหาเห็นว่าเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยมีการวางแผนบันทึกภาพและเสียงขณะมีการติดต่อและเจรจา รวมถึงการรวบรวมพยานบุคคล ข้อมูลการใช้หมายเลขโทรศัพท์ และภาพจากกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุ จนสามารถยืนยันตัวบุคคลผู้กระทำความผิดได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ จากการสืบสวนยังปรากฏว่าผู้ต้องหายังคงมีพฤติการณ์ติดต่อผู้กล่าวหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดีและพยายามเจรจาต่อรองจำนวนเงินลงเหลือประมาณ 2–3 ล้านบาท อันแสดงให้เห็นถึงเจตนาในการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ภายหลังจากการรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วน พนักงานสอบสวนจึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 จนกระทั่ง บก.ปปป. สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช., ป.ป.ท. และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ในเขตกรุงเทพมหานคร ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...