โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

4 บทเรียนการตลาด ผ่าน ‘ล่าหยก’ ซีรีส์จีนสุดฮิตตอนนี้

TODAY Bizview

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 06.57 น. • TODAY

ตอนนี้ซีรีส์ที่มาแรงที่สุดของคนไทยน่าจะหนีไม่พ้น “ล่าหยก” ซีรีส์จีนย้อนยุคที่เล่าเรื่องราวความรัก

ท่ามกลางสงครามอำนาจที่เข้มข้นจนวางจอไม่ได้

หลายคนก็น่าจะเคยเห็นภาพของ “อู่อันโห” ตัวเอกประจำเรื่องผ่านตากันบ้าง (อู่อันโหเป็นชื่อตำแหน่ง)

แม้จะเป็นซีรีส์ย้อนยุคแต่รู้ไหมว่าเนื้อหาในเรื่องนี้มีการสอดแทรก “บทเรียนการตลาด” เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจมาก ๆ

ผ่านบทละครในช่วงต้นเรื่องที่ตัวละครเอก เหยียนเจิง (พระเอก) และ ฝานฉางอวี้ (นางเอก) ที่ช่วยกันเปิดกิจการร้านขายหมูเล็ก ๆ ในเมืองเล็ก ๆ ชื่อหลิงอัน และต้องเจอปัญหาต่าง ๆ ในเรื่องธุรกิจ

บทเรียนที่ว่ามีอะไรบ้าง ? ถ้าพร้อมโดยสปอยแล้ว TODAY Bizview จะสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ

เป็นข้อ ๆ (หลังจากนี้จะเป็นการสปอยเนื้อหาของซีรีส์ล่าหยก)

  • ถ้าสินค้าเหมือนกันเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิด “สงครามราคา”

ตัวเอกของเรื่องเปิดกิจการร้านขาย “เนื้อหมูสด” ซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างความแตกต่างได้ยาก

หมายความว่า “ราคา” คือปัจจัยที่มีน้ำหนักมาก ๆ ที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อได้ ?

ทำให้ธุรกิจแบบนี้มักจะมี “สงครามราคา” เกิดขึ้น อย่างในโลกจริงเราอาจจะเห็นการที่แอปฯ

อีคอมเมิร์ซแข่งกันทำโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม จนถึงขั้นที่บริษัทขาดทุน

เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาในแพลตฟอร์มให้มากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนท่ีมีเงินทุนมาทำโปรโมชันได้เยอะกว่าจะชนะ

ซึ่งในเรื่องล่าหยกเราจะเห็นเคสคล้าย ๆ กันคือ ร้านขายหมูของตัวเอกจะเจอร้านขายเนื้อหมูคู่แข่ง

ที่ทำโปรโมชันซื้อเนื้อหมูแถมเครื่องใน จนสามารถแย่งลูกค้าจากร้านของนางเอกได้ไปช่วงหนึ่งเลย..

  • Sampling กลยุทธ์ของแถมเรียกความสนใจได้ดีมาตั้งแต่ยุคโบราณ

ในช่วงแรกของการเปิดร้าน ฝานฉางอวี้ ใช้กลยุทธ์ที่ดูคล้ายกับ Sampling หรือการแจกของ

แถมเป็น “ไส้หมูพะโล้” โดยในเนื้อเรื่องสินค้าประเภทเครื่องในจะมีคนไม่ทานเยอะเพราะกลัวเหม็นคาว แม้แต่พระเอกของเรื่อง

ก็ไม่ชอบเครื่องใน แต่ฝานฉางอวี้มีสูตรการทำเครื่องในพิเศษที่ช่วยลดกลิ่นตรงนั้นได้ แต่คนก็ไม่กล้าซื้ออยู่ดี

ฝานฉางอวี้เลยทำการแจกไส้หมูให้ลูกค้าที่ซื้อเนื้อหมูแบบฟรี ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ลอง ก่อนไส้พะโล้ของร้านตัวเอกจะเริ่มเป็นที่รู้จัก จนถึงขั้นมีลูกค้าประจำเลยทีเดียว

  • ทำ Branding หนีสงครามราคา เมื่อร้านของตัวเอกไม่อยากสู้ด้วยราคาเลยตัดสินใจทำ “Branding” เพื่อสร้างความแตกต่าง และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าของตัวเอง

โดยวิธีเบื้องต้นในการทำแบรนด์ก็คือการกำหนด “Visual Identity” หรือองค์ประกอบศิลป์ของแบรนด์

ที่ใช้สื่อสารว่า “ฉันเป็นใคร” และ “ฉันแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร” ผ่านการมองเห็น เช่น การคิดโลโกหรือการเลือกบรรจุภัณฑ์

โดยฉากที่เล่าเรื่องนี้ได้ดีสุด ๆ จะเป็นฉากที่ตัวละคร “อวี๋เฉียนเฉี่ยน” เถ้าแก่ของธุรกิจที่เป็นพาร์ตเนอร์

กับร้านของตัวเอกให้คำแนะนำว่า “เลิกแจกของแถมได้แล้ว” และบอกให้บางเอกทำโลโกร้านลูกค้าจะได้จำได้

ฝานฉางอวี้เลยไปขอให้เหยียนเจิงช่วยเขียนตัวหนังสือสวย ๆ แล้วใช้บนป้ายร้านแทนโลโก แถมยังให้เขียนโลโก้ลงไปที่ “บรรจุภัณฑ์” สินค้าของตัวเองทุกชิ้น

ผลคือลูกค้าในเรื่องก็ยอมจ่าย แม้จะไม่มีของแถม แสดงให้เห็นว่าเนื้อหมูจากร้านของตัวเอกดูแตกต่างคู่แข่งได้แล้วจริง ๆ นั่นเอง

  • ใช้กลยุทธ์ Affiliate ฉบับย้อนยุค

ในเรื่องหลังจากทำแบรนด์แล้วก็มีกลุ่มลูกค้าเรียกร้องให้ร้านขายหมูของตัวเอก แถมไส้พะโล้ให้เหมือนเดิม แต่กลุ่มตัวเอกตัดสินใจไม่แถม แต่ยื่นข้อเสนอให้ลูกค้าไปช่วยหาคนมาซื้อเนื้อหมูเพิ่มแทน

โดยกลุ่มตัวเอกกำหนดว่าใครหาลูกค้ามาได้เยอะ ก็จะแถมไส้พะโล้ให้เยอะตามจำนวนลูกค้า ทำให้ร้านของนางเอกมียอดขายเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลด แลก แจก แถม ให้เสียภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้สำเร็จ

หลักการแบบนี้จะคล้ายกับการตลาดแบบ Affiliate Marketing ในยุคนี้ ที่ให้คนไปทำคอนเทนต์แล้ว

แปะตะกร้าเป็นสินค้าของแบรนด์ ถ้ามีคนมากดซื้อสินค้าเยอะ คนทำคอนเทนต์ก็จะได้ส่วนแบ่งนั่นเอง..

สุดท้ายนี้จะเห็นได้ว่าแม้จะเป็นซีรีส์แนวย้อนยุค แต่บทเรียนและกลยุทธ์เหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่เราเห็นกันได้

ในยุคปัจจุบัน แค่เปลี่ยนวิธีการไปตามเทคโนโลยีเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...