เผยพฤติกรรม ไอ้ต้อม ปลิดชีพโหดน้องแรม นอนคุกคืนแรก
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ควบคุมตัวนายต้อม อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดีปลิดชีพโหด น.ส.แรม อายุ 20 ปี สาวชาวลาว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ก่อนนำตัวกลับมาคุมขังภายในห้องขังตามเดิม
บรรยากาศภายในห้องขัง พบว่า นายต้อมมีท่าทีปกติ นอนหลับในท่ากอดอก ก่อนจะตื่นขึ้นในเวลาประมาณ 08.15 น. และนั่งก้มหน้าอยู่เพียงลำพัง แม้จะเป็นช่วงเปิดให้ญาติเข้าเยี่ยม แต่ยังไม่พบว่ามีผู้ใดเดินทางมาเยี่ยม โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาไม่มีอาการเครียดหรือวิตกกังวล และยังอ้างว่าลงมือก่อเหตุเพราะความโมโหและหึงหวง
ด้าน พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ เปิดเผยว่า การทำแผนในช่วงเช้ามืดมีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับญาติและเพื่อนของผู้เสียชีวิต ซึ่งเกรงว่าจะเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ โดยเจ้าหน้าที่ให้ผู้ต้องหาสวมหมวกกันน็อกและเสื้อเกราะ พร้อมจัดกำลังตำรวจสายตรวจ ฝ่ายสืบสวน และชุดปฏิบัติการพิเศษ MPB S.W.A.T รวมกว่า 20 นาย คอยคุ้มกันอย่างเข้มงวด
การทำแผนเริ่มจากจุดแรกภายในห้องพักชั้น 4 ของอพาร์ตเมนต์ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาบีบคอผู้เสียชีวิต และห้องน้ำภายในห้องพักที่ใช้แยกชิ้นส่วนใส่ถุงดำ จากนั้นไปยังจุดที่สองบริเวณข้างบันไดชั้น 1 ซึ่งผู้ต้องหานำผ้าขนหนูเปื้อนเลือดและไม้แขวนเสื้อมาทิ้ง ต่อด้วยจุดที่สามบริเวณหน้าปากซอยจำปี จุดทิ้งถุงดำ 2 ถุง
ระหว่างควบคุมตัวขึ้นรถ มีชายวัยรุ่นลายสักเต็มตัวพยายามเข้าทำร้ายผู้ต้องหา แต่เจ้าหน้าที่เข้าห้ามไว้ได้ทัน พร้อมตะโกนข่มขู่ผู้ต้องหา ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนส่งเสียงด่าทอตลอดเส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวไปชี้จุดทิ้งร่างเพิ่มเติม โดยจุดที่สี่อยู่บริเวณป่าหญ้าข้างทาง จุดที่ห้าใต้ต้นเฟื่องฟ้าริมกำแพง และจุดที่หกบริเวณสะพานข้ามคูน้ำ ซึ่งเป็นจุดโยนถุงดำลงน้ำ
อย่างไรก็ตาม การทำแผนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนต้องยุติลง เนื่องจากมีชาวบ้านและเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิตมารวมตัวจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย จึงรีบนำตัวผู้ต้องหากลับไปควบคุมที่ สน.ทุ่งสองห้อง
เบื้องต้น นายต้อมให้การอ้างว่า ได้บีบคอแฟนสาวจนเสียชีวิต ก่อนจะหั่นแยกชิ้นส่วน ทั้งนี้ เป็นเพียงคำรับสารภาพของผู้ต้องหาเท่านั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ต้องรอผลการชันสูตรจากแพทย์เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอย่างแน่ชัด ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง