โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุยแก้ PM2.5 ข้ามพรมแดนเชิงรุกจับมือเพื่อนบ้านตั้ง War Room เกาะติด

ไทยโพสต์

อัพเดต 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.28 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลเดินหน้าแก้ PM2.5 ข้ามพรมแดนเชิงรุก ตามข้อสั่งการนายกฯ ผนึกประเทศเพื่อนบ้านตั้ง War Room ติดตามหมอกควัน–จุดความร้อน ยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาค

14 พ.ค.2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และมลพิษข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการความร่วมมือทั้งภายในประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า จุดความร้อนจำนวนหนึ่งเกิดจากการเผาทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) จึงได้ร่วมกับกรมกิจการชายแดนทหาร กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินโครงการจัดตั้ง “ห้องปฏิบัติการติดตามสถานการณ์หมอกควันไฟป่า” หรือ War Room ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อยกระดับการติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ในปี 2567 ได้มีการจัดตั้ง War Room ณ แขวงบ่อแก้ว แขวงไซยะบูลี สปป.ลาว และจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ขณะที่ปี 2568 ได้ขยายความร่วมมือเพิ่มเติม ณ แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว จังหวัดเชียงตุง กรุงเนปยีดอ และล่าสุดเมื่อวันที่ 6–10 พฤษภาคม 2569 ได้มีการจัดตั้ง War Room ณ จังหวัดตองยี ประเทศเมียนมา

การดำเนินงานครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเข้าร่วม นำโดย พลโทจุมภฏ นุรักษ์เขต เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร พร้อมด้วยผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 3 กองกำลังนเรศวร กรมควบคุมมลพิษ กรมเอเชียตะวันออก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ฝ่ายเมียนมามีผู้แทนระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อม ผู้บัญชาการภาคทหารบกตะวันออก อธิบดีกรมทรัพยากรสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างใกล้ชิด

รัฐบาลได้สนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสำคัญในการปฏิบัติงานของ War Room อาทิ การวิเคราะห์แหล่งกำเนิดฝุ่นละออง ข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียม แบบจำลองการเคลื่อนที่ของมวลอากาศในระดับต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่จำเป็น เพื่อใช้เฝ้าระวังและวางแผนบริหารจัดการเชิงพื้นที่ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองระหว่างประเทศไทยและเมียนมา เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการป้องกันและลดปัญหาหมอกควันไฟป่าข้ามพรมแดนอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“สิ่งที่ประชาชนจะได้รับ คือ การเฝ้าระวังและบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมทั้งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง ผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาคและการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ในการตัดสินใจ” นางสาวลลิดา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...