โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

งานด่วน ‘เอกนัฏ’ รมว.พลังงานคนใหม่ กำหนดเพดานค่ากลั่นน้ำมัน-คุมค่าไฟไม่เกิน 3.88 บาท/หน่วย

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 08.56 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 08.56 น. • The Bangkok Insight

"เอกนัฏ" ในฐานะรมว.พลังงานคนใหม่ ลั่นแก้ปัญหาราคาน้ำมัน เล็งกำหนดเพดานค่ากลั่น ปราบกักตุน-เก็งกำไร ชี้ไม่ควรประกาศขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก ประกาศตรึงค่าไฟไม่เกิน 3.88 บาท/หน่วย

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังการเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการคือ การแก้ปัญหาเรื่องราคาน้ำมัน ค่าการกลั่น การกักตุนเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้า

เอกนัฏ

สำหรับเรื่องด่วนที่ต้องจัดการก่อน คือ ค่าการกลั่นน้ำมัน ซึ่งในภาวะปกติควรอยู่ที่ประมาณ 2 บาทต่อลิตร แต่ในช่วงเดือนมี.ค.กลับปรับขึ้นเฉลี่ยไปที่ 7 บาทต่อลิตร และบางวันขึ้นไปถึง 12-17 บาทต่อลิตร ซึ่งถือว่าผิดปกติ

ดังนั้น จึงเตรียมใช้มาตรการกำหนดเพดานค่าการกลั่น เพื่อไม่ให้ปรับขึ้นเกินสมควรในช่วงที่ประชาชนกำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤติราคาพลังงาน

ผมไม่สนใจใคร ถ้าต้องทุบก็ทุบ ถ้าต้องแทงก็แทง อย่ามาหากำไรเกินควรในเวลาที่มันซ้ำเติมวิกฤติ หากสามารถลดค่าการกลั่นลงได้ ส่วนต่างที่ลดลงจะต้องสะท้อนกลับไปยังราคาน้ำมันหน้าปั๊ม เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง

ส่วนปัญหาน้ำมันขาดแคลนในบางปั๊ม ทั้งที่โรงกลั่นยังคงส่งน้ำมันออกสู่ตลาดจำนวนมากนั้น ทำให้มีข้อสงสัยเรื่องการกักตุนเพื่อเก็งกำไร และการลักลอบเบี่ยงเส้นทางการกระจายน้ำมัน จึงได้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงพลังงาน, DSI, ตำรวจ, ทหาร และกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบคลังน้ำมัน รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการกระจายน้ำมันย้อนหลังอย่างละเอียด

นอกจากนี้ นายเอกนัฏยังกล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันในช่วงกลางคืน เพราะทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถวางแผนเติมน้ำมันได้ทัน ดังนั้นหากในอนาคตมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาน้ำมัน ควรประกาศในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น ประมาณ 18.00 น. เพื่อให้ประชาชนที่กำลังเลิกงานสามารถตัดสินใจเติมน้ำมันได้ทัน

ขณะเดียวกัน หากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง ก็พร้อมเรียกประชุมและประกาศลดราคาทันที แม้จะเป็นเวลากลางคืน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์เร็วที่สุด รวมทั้งจะผลักดันการเปิดเผยข้อมูลน้ำมันแบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่า น้ำมันออกจากโรงกลั่นเท่าใด, ไปอยู่ที่คลังไหน และส่งต่อไปยังปั๊มใดบ้าง

อีกปัญหาเร่งด่วนที่เป็นภาระของประชาชนคือ ค่าไฟ ซึ่งงวดใหม่ที่จะเริ่มใช้ในเดือนพ.ค. นี้ จะต้องตรึงไว้ไม่เกิน 3.88 บาทต่อหน่วย ซึ่งต่ำกว่าทางเลือกสูงสุดที่มีการเสนอไว้ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย โดยจะใช้กลไกดึงเงินลงทุนที่ยังไม่ได้ใช้จริงของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง กลับมาช่วยลดภาระต้นทุน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับค่าไฟเพิ่มขึ้น

พร้อมกันนี้ จะมีการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟแบบขั้นบันได ที่ใช้มานานกว่า 20 ปี ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น โดยกลุ่มผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน จะได้รับการช่วยเหลือให้จ่ายค่าไฟในอัตราใกล้เคียง 3 บาทต่อหน่วย เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนประหยัดพลังงานมากขึ้น

ด้านแผนงานในระยะยาว กระทรวงพลังงานจะผลักดันระบบบริหารจัดการไฟฟ้าสมัยใหม่ เช่น Demand Response และการเปิดทางสู่ตลาดซื้อขายไฟฟ้าเสรี (Direct PPA) โดยจะเริ่มจากภาคอุตสาหกรรมก่อน และในอนาคตอาจขยายไปสู่ระดับชุมชน เพื่อให้ผู้ใช้ไฟสามารถเลือกซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตได้โดยตรง และมีแผนผลักดันการจัดตั้งคลังน้ำมันสำรองของชาติ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในช่วงวิกฤติ แทนการพึ่งพาการสำรองเชื้อเพลิงจากภาคเอกชนเพียงอย่างเดียว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...