โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บวกไม่สุด! ดาวโจนส์ฝืนเขียว แต่น้ำมันพุ่งแรงยังกดตลาดโลก

ทันหุ้น

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 06.46 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 23.10 น.

#ทันหุ้น-ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวผสมผสาน โดยดัชนี Dow Jones ปิดบวกเล็กน้อย 49.5 จุด (+0.1%) ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลง สะท้อนความลังเลของนักลงทุนที่ยังให้น้ำหนักกับสถานการณ์ตะวันออกกลางเป็นหลัก แม้จะไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญออกมา แต่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยชี้นำตลาด โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ อยู่ในช่วงการเจรจาขั้นสุดท้ายกับอิหร่าน พร้อมย้ำจุดยืนว่าหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลง และยังมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจมีการตอบโต้ทางทหารต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณในลักษณะ Wait & See โดยประธานเฟดยอมรับว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจะกดดันเงินเฟ้อในระยะสั้น แต่มองว่าเป็นลักษณะ Supply Shock ซึ่งนโยบายดอกเบี้ยไม่สามารถแก้ไขได้โดยตรง ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรตอบรับเชิงบวก อัตราผลตอบแทน (Bond Yield) ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังคงระมัดระวัง เนื่องจากราคาน้ำมันที่ยังยืนในระดับสูง (Brent บริเวณ 100+ ดอลลาร์/บาร์เรล) สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและต้นทุนยังไม่คลี่คลาย โดยตลาดเริ่มประเมินว่า Fed อาจคงดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนาน และเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไป

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้น โดยมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Defensive อย่างสาธารณูปโภคและสื่อที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น แต่การฟื้นตัวของตลาดยังถูกมองว่าเปราะบาง เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อและมีความเสี่ยงขยายวง ในระหว่างวันราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นทะลุระดับ 115 ดอลลาร์/บาร์เรล ก่อนย่อตัวลงเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มทำสถิติปรับขึ้นรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนแรงกดดันด้านอุปทานพลังงานที่ยังไม่คลี่คลาย
ผลกระทบจากราคาพลังงานเริ่มส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจจริง โดยเงินเฟ้อของเยอรมนีเร่งตัวขึ้นในเดือนมี.ค. จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และมีแนวโน้มจะส่งผลต่อเงินเฟ้อพื้นฐานในระยะถัดไป นักวิเคราะห์มองว่าแรงกดดันดังกล่าวจะค่อย ๆ กระจายไปยังราคาสินค้าและบริการในวงกว้าง นอกจากนี้ ในเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม หุ้นสาธารณูปโภคปรับขึ้น 2.7% และกลุ่มสื่อเพิ่มขึ้น 1.9% ขณะที่หุ้นพลังงานขนาดใหญ่ยังคงได้อานิสงส์จากราคาน้ำมัน โดยช่วยพยุงดัชนีโดยรวมแม้ภาพใหญ่ยังมีความเสี่ยง

ทางด้านตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลดลงในวันนี้ จากแรงกดดันของราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานโลก โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในภูมิภาค ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี และยังปรับขึ้นต่อในช่วงเช้า แรงกดดันจากพลังงานทำให้นักลงทุนในเอเชียกลับเข้าสู่โหมด Risk-Off อีกครั้ง โดยลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงและเพิ่มการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย

สำหรับตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะสั้น สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกที่ถูกกดดันจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นโดยในประเทศเริ่มเห็นการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ด้านนโยบายภาครัฐมีการปรับเพิ่มการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มขยับขึ้นเพิ่มเติม สะท้อนว่าภาระต้นทุนกำลังถูกส่งผ่านเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยพยุงบางส่วนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมัน และกลุ่มสื่อสารที่มีความผันผวนต่ำ รวมถึงแรงหนุนจากเงินปันผลในบางบริษัท ทำให้ Downside อาจจำกัดเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ ระยะสั้นประเมินกรอบดัชนีที่ 1,430–1,460 จุด

วันนี้มุมมอง GOLD Online Futures (GOH26) indicators ระบุดังนี้ PBC (ภาพหมายเลข 1) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกสะสม และ PBC (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกรายวัน วันนี้มีทิศทาง Sideway ดังนั้น จึงมองว่าระยะสั้นภายในวันยังคงเป็น Sideway

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...