โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เหตุผลที่เราควรอนุญาตให้ตัวเอง "น้อยใจ" กุญแจสู่การเยียวยาใจที่บอบบาง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยอมรับและเข้าใจความคิด ไม่ผิดที่จะรู้สึก “น้อยใจ” บ้าง

รู้ตัวเองว่าไม่ได้เป็นคนพูดเก่ง หรือมีบุคลิกภาพที่โดดเด่นอะไร แต่ลึก ๆ ก็อยากให้คนหันมาสนใจและมองเห็นเราบ้าง บางครั้งมันก็รู้สึกอ้างว้างเวลาที่เห็นคนอื่นดูสนุกสนาน เฮฮา แต่รู้สึกเหมือนไม่เห็นเราอยู่ในสายตา ไร้ตัวตน เมื่อบรรยากาศของความอึดอัดก่อตัวขึ้นในใจ จะทำยังไงถ้าเรารู้สึก “น้อยใจ” คนรอบตัวอยู่บ่อย ๆ แล้วผิดมั้ยที่บางครั้งเราก็อยากได้ความสนใจ อยากอยู่ในสายตาคนอื่นบ้าง? มาทำความเข้าใจกลไกของความรู้สึก “น้อยใจ” และเรียนรู้เรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กับ อริษา เบ็ญอะดรัม นักจิตวิทยาคลินิก Me Center

ความรู้สึก ‘น้อยใจ’ เกิดขึ้นเพราะอะไร?

ความรู้สึกน้อยใจมักเกิดจากการที่ความต้องการทางใจบางอย่างไม่ได้รับการตอบสนอง ความรู้สึกน้อยใจเชื่อมโยงกับความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เช่น ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง การถูกรับฟังหรือถูกมองเห็น หรือการมีคุณค่าในสายตาคนอื่นหรือคนที่เราให้ความสำคัญ

บางครั้งเมื่อความต้องการเหล่านี้ของเราไม่ได้รับการตอบสนอง คนเรามักจะตีความว่าเราไม่สำคัญหรือเราไม่มีคุณค่าในกลุ่มสังคมนั้น ๆ ในเชิงจิตวิทยาความน้อยใจไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการตีความ ว่า “สิ่งที่เกิดขึ้น สะท้อนคุณค่าของเราอย่างไร” เราคาดหวังการใส่ใจ การยอมรับ หรือการถูกมองเห็น แต่กลับรู้สึกว่าไม่ได้รับ

ทำไมเราถึงรู้สึกเหงาท่ามกลางคนมากมาย?

ความเหงาเป็นความรู้สึกสากลที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ความเหงาเป็นความรู้สึกที่มีความซับซ้อน และเป็นความรู้สึกส่วนบุคคล (Subjective Feeling) เป็นประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนคนรอบตัว แต่บางครั้งขึ้นอยู่กับคุณภาพของความเชื่อมโยงทางอารมณ์ (emotional connection) บ่อยครั้งเรารู้สึกเหงาเมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คนแต่ไม่มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เนื่องจากมนุษย์มีสมองที่เป็น ‘สมองสังคม’ (Social Brain) ที่ต้องการการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในระดับที่เพียงพอ และเมื่อบุคคลเกิดการรับรู้ถึงปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่ไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิด ‘ความเหงา’ ขึ้น แต่บางครั้งบุคคลสามารถรู้สึกเหงาทั้ง ๆ ที่อยู่ท่ามกลางผู้คน มีปฏิสัมพันธ์ และมีบทบาททางสังคม แต่ยังคงรู้สึกเหงาได้ หากขาดความรู้สึกว่ามีใครเข้าใจ รับฟัง หรือยอมรับในตัวตนของเรา ในมุมมองนี้ความเหงาอาจเกิดจากการขาดการเชื่อมโยงทางอารมณ์ (emotional connection) มากกว่าการอยู่ลำพังทางกาย ความสัมพันธ์ที่ผิวเผินหรือขาดความปลอดภัยทางใจ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการหรือความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งได้ จึงทำให้บุคคลรู้สึกโดดเดี่ยวหรือเหงาขึ้นแม้จะไม่ได้อยู่คนเดียว

ในทางจิตวิทยาความต้องการเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไม่มีเหตุผลและได้มีการอธิบายไว้ผ่าน ทฤษฎีความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ (Maslow’s Hierarchy of Needs) ซึ่งมองว่ามนุษย์ไม่ได้ต้องการแค่การอยู่รอดทางกายแต่ยังต้องการการเติมเต็มทางอารมณ์ ความสัมพันธ์ และการยอมรับ โดยเฉพาะ 3 ระดับ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้โดยตรงคือ

ความต้องการความรักและสังคม (Belongingness & Love Needs)

ความต้องการการได้รับการยกย่องนับถือในตนเอง (Esteem Needs)

ความต้องการพัฒนาศักยภาพของตน (Self-Actualization)

เมื่อความต้องการในระดับเหล่านี้ไม่ได้รับการตอบสนองจะไม่หายไปแต่จะแสดงออกมาในรูปแบบของอารมณ์เชิงลบ เช่น ความรู้สึกน้อยใจหรือความรู้สึกเหงาที่กล่าวถึงไปก่อนหน้า

การทำให้บรรยากาศทางใจ (ความคิด อารมณ์ ของตัวเราเอง) รวมถึงบรรยากาศของความสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องปรับทุกอย่างให้เป็นบวก ไม่ต้องฝืนคิดบวกหรือปฏิเสธอารมณ์เชิงลบทั้งหมด แต่เป็นการหันกลับมาทบทวนและทำความเข้าใจกับความต้องการ ความคิด และอารมณ์ของตัวเองอีกครั้ง การยอมรับความต้องการทางใจของตนเองโดยไม่ตำหนิ และตระหนักว่าความต้องการในการถูกใส่ใจและยอมรับเป็นเรื่องปกติเพื่อลดการกดทับอารมณ์และลดการสะสมความน้อยใจในระยะยาว

สุดท้ายการทำให้บรรยากาศดีขึ้น จึงไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนตนเองให้สอดคล้องกับทุกสังคม หากแต่เกิดจากการตระหนักว่าเรามีทางเลือกในการเลือกอยู่ เลือกถอย หรือเลือกสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการเป็นตัวของตัวเอง

หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่

Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2

โทร 085-355-2255

Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์

โทร 02-481-5555 ต่อ 8300

Me Center สาขาอโศก ชั้น 20 อาคาร 253 อโศก

Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...