โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ด่วน กกพ. ขึ้นค่าไฟ 3.95 บาท/หน่วย เริ่ม พฤษภาคม 69

Thaiger

อัพเดต 1 เมษายน 2569 เวลา 23.42 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

กกพ. เคาะ ขึ้นค่าไฟ งวดใหม่ 3.95 บาทต่อหน่วย เริ่มพฤษภาคมนี้ เผยสาเหตุไม่ตรึงราคาเดิมที่ 3.88 บาท เพราะต้องใช้เงินอุดหนุนสูงถึง 5 พันล้านบาท

ที่ประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่าเอฟที (Ft) สำหรับการเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ไว้ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อนำไปรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย จะทำให้ราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

การตัดสินใจครั้งนี้อ้างอิงตามหลักเกณฑ์ที่ต้องสะท้อนต้นทุนจริงและเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้า โดย กกพ. ได้พิจารณานำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) จำนวนประมาณ 9,472 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.43 สตางค์ต่อหน่วย มาช่วยลดภาระในงวดนี้ ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังคงแบกรับภาระต้นทุนคงค้างสะสมอีกกว่า 35,928 ล้านบาทไว้แทนประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาค่าไฟพุ่งสูงเกินไปในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว

เปิดรายละเอียด 3 แนวทางที่เคยเสนอรับฟังความคิดเห็น

ก่อนจะมาเป็นมติ 3.95 บาทต่อหน่วย กกพ. ได้เปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนใน 3 แนวทาง ดังนี้

  • แนวทางที่ 1 (จ่ายหนี้คืนทั้งหมด): หากรวมค่าไฟฐาน ค่าเอฟทีตามจริง และจ่ายคืนหนี้ กฟผ. ทั้งหมดทันที ค่าไฟจะพุ่งสูงถึง 4.59 บาทต่อหน่วย

  • แนวทางที่ 2 (ชะลอการจ่ายหนี้): คำนวณค่าไฟฐานรวมกับค่าเอฟที โดยเลื่อนการชำระหนี้ กฟผ. และ ปตท. ออกไปก่อน ค่าไฟจะอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย

  • แนวทางที่ 3 (ชะลอหนี้ + ใช้เงิน Claw back): เป็นแนวทางที่ได้รับเลือก โดยเลื่อนจ่ายหนี้และนำเงินคืนผลประโยชน์ 9,472 ล้านบาทมาลดเพิ่ม ทำให้ค่าไฟอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งขยับขึ้นเล็กน้อยจากงวดปัจจุบันที่เก็บอยู่ 3.88 บาทต่อหน่วย

จากผลสำรวจความเห็นผ่านเว็บไซต์ พบว่ามีผู้ร่วมแสดงความเห็น 340 ราย โดยเกือบร้อยละ 50 เห็นด้วยกับแนวทางที่ 3 เนื่องจากมีการใช้กลไกมาช่วยลดภาระค่าไฟ

กกพ. เตรียมเสนอทางเลือกค่าไฟ พ.ค.-ส.ค. 2569 อยู่ที่ 3.88-4.59 บาท รอลุ้นผล 25 มี.ค.

ทำไมถึงไม่ตรึงราคาไว้ที่ 3.88 บาทเท่าเดิม?

สำหรับข้อเสนอที่ต้องการให้ภาครัฐคงราคาไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วยนั้น กกพ. ชี้แจงว่าปัจจุบันมีผู้ใช้ไฟฟ้ามากถึง 26 ล้านราย การลดค่าไฟลงทุก 1 สตางค์ ต้องใช้เงินอุดหนุนสูงถึง 706 ล้านบาท หากจะลดให้ได้ 7 สตางค์เพื่อให้เท่าราคาเดิม จะต้องใช้เงินงบประมาณสูงถึง 5,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือน

หากพิจารณาเฉพาะกลุ่มบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน (ประมาณ 14.3 ล้านราย) จะต้องใช้เงิน 366 ล้านบาท และกลุ่มที่ใช้ไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน (ประมาณ 17.5 ล้านราย) ต้องใช้เงิน 591 ล้านบาท การพิจารณาจึงต้องทำอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความสมดุลทั้งความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและภาระงบประมาณ

คำเตือนเรื่องค่าไฟพุ่งสูงในช่วงหน้าร้อน

สำนักงาน กกพ. ย้ำเตือนว่าในช่วงเดือนเมษายนซึ่งอากาศร้อนจัด เครื่องใช้ไฟฟ้าจะทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น ส่งผลให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น และอาจทำให้ค่าไฟในบิลพุ่งสูงตามโครงสร้างอัตราค่าไฟแบบขั้นบันได (ยิ่งใช้เยอะ ยิ่งจ่ายแพง)

จึงขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันประหยัดไฟฟ้าผ่านแนวทาง 5 ป. คือ ปลดปลั๊ก, ปิดไฟ, ปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม, เปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ และปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว

เปิดลิสต์ท็อป 10 เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟน้อย-มาก พร้อมเคล็ดลับประหยัดไฟ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...