ด่วน กกพ. ขึ้นค่าไฟ 3.95 บาท/หน่วย เริ่ม พฤษภาคม 69
กกพ. เคาะ ขึ้นค่าไฟ งวดใหม่ 3.95 บาทต่อหน่วย เริ่มพฤษภาคมนี้ เผยสาเหตุไม่ตรึงราคาเดิมที่ 3.88 บาท เพราะต้องใช้เงินอุดหนุนสูงถึง 5 พันล้านบาท
ที่ประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่าเอฟที (Ft) สำหรับการเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ไว้ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อนำไปรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย จะทำให้ราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
การตัดสินใจครั้งนี้อ้างอิงตามหลักเกณฑ์ที่ต้องสะท้อนต้นทุนจริงและเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้า โดย กกพ. ได้พิจารณานำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) จำนวนประมาณ 9,472 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.43 สตางค์ต่อหน่วย มาช่วยลดภาระในงวดนี้ ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังคงแบกรับภาระต้นทุนคงค้างสะสมอีกกว่า 35,928 ล้านบาทไว้แทนประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาค่าไฟพุ่งสูงเกินไปในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว
เปิดรายละเอียด 3 แนวทางที่เคยเสนอรับฟังความคิดเห็น
ก่อนจะมาเป็นมติ 3.95 บาทต่อหน่วย กกพ. ได้เปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนใน 3 แนวทาง ดังนี้
แนวทางที่ 1 (จ่ายหนี้คืนทั้งหมด): หากรวมค่าไฟฐาน ค่าเอฟทีตามจริง และจ่ายคืนหนี้ กฟผ. ทั้งหมดทันที ค่าไฟจะพุ่งสูงถึง 4.59 บาทต่อหน่วย
แนวทางที่ 2 (ชะลอการจ่ายหนี้): คำนวณค่าไฟฐานรวมกับค่าเอฟที โดยเลื่อนการชำระหนี้ กฟผ. และ ปตท. ออกไปก่อน ค่าไฟจะอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย
แนวทางที่ 3 (ชะลอหนี้ + ใช้เงิน Claw back): เป็นแนวทางที่ได้รับเลือก โดยเลื่อนจ่ายหนี้และนำเงินคืนผลประโยชน์ 9,472 ล้านบาทมาลดเพิ่ม ทำให้ค่าไฟอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งขยับขึ้นเล็กน้อยจากงวดปัจจุบันที่เก็บอยู่ 3.88 บาทต่อหน่วย
จากผลสำรวจความเห็นผ่านเว็บไซต์ พบว่ามีผู้ร่วมแสดงความเห็น 340 ราย โดยเกือบร้อยละ 50 เห็นด้วยกับแนวทางที่ 3 เนื่องจากมีการใช้กลไกมาช่วยลดภาระค่าไฟ
กกพ. เตรียมเสนอทางเลือกค่าไฟ พ.ค.-ส.ค. 2569 อยู่ที่ 3.88-4.59 บาท รอลุ้นผล 25 มี.ค.
ทำไมถึงไม่ตรึงราคาไว้ที่ 3.88 บาทเท่าเดิม?
สำหรับข้อเสนอที่ต้องการให้ภาครัฐคงราคาไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วยนั้น กกพ. ชี้แจงว่าปัจจุบันมีผู้ใช้ไฟฟ้ามากถึง 26 ล้านราย การลดค่าไฟลงทุก 1 สตางค์ ต้องใช้เงินอุดหนุนสูงถึง 706 ล้านบาท หากจะลดให้ได้ 7 สตางค์เพื่อให้เท่าราคาเดิม จะต้องใช้เงินงบประมาณสูงถึง 5,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือน
หากพิจารณาเฉพาะกลุ่มบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน (ประมาณ 14.3 ล้านราย) จะต้องใช้เงิน 366 ล้านบาท และกลุ่มที่ใช้ไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน (ประมาณ 17.5 ล้านราย) ต้องใช้เงิน 591 ล้านบาท การพิจารณาจึงต้องทำอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความสมดุลทั้งความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและภาระงบประมาณ
คำเตือนเรื่องค่าไฟพุ่งสูงในช่วงหน้าร้อน
สำนักงาน กกพ. ย้ำเตือนว่าในช่วงเดือนเมษายนซึ่งอากาศร้อนจัด เครื่องใช้ไฟฟ้าจะทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น ส่งผลให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น และอาจทำให้ค่าไฟในบิลพุ่งสูงตามโครงสร้างอัตราค่าไฟแบบขั้นบันได (ยิ่งใช้เยอะ ยิ่งจ่ายแพง)
จึงขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันประหยัดไฟฟ้าผ่านแนวทาง 5 ป. คือ ปลดปลั๊ก, ปิดไฟ, ปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม, เปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ และปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว
เปิดลิสต์ท็อป 10 เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟน้อย-มาก พร้อมเคล็ดลับประหยัดไฟ